ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 184 นายอำเภอมาด้วยตนเอง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 184 นายอำเภอมาด้วยตนเอง
ผู้เฒ่าอวิ๋นอยากจะพุ่งเข้าไปใช้กล้องยาสูบตีอวิ๋นโส่งกวงและอวิ๋นโส่วจงให้ได้สติเสียที พวกเขารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?
“เจ้ารอง! เจ้าใหญ่! พวกเจ้ารู้ไหมว่าเรื่องนี้มันใหญ่แค่ไหน? ศาลาว่าการอำเภอเข้าง่ายเหมือนบ้านของเจ้าหรืออย่างไร?”
“เรื่องนี้ควรจะปิดประตูคุยกันให้รู้เรื่องในหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นจะดีกว่า!”
“ศาลาว่าการน่ะหรือ? ที่นั่นเข้าไปแล้วเหมือนเสือหิวเขมือบ จะคายกระดูกออกมาบ้างหรือไม่ก็ยังไม่รู้! พวกเจ้าไม่เห็นหรือไงว่าเจ้าสี่เข้าไปแล้วเป็นเช่นไร? ถึงกับต้องถูกเนรเทศ!”
“เจ้าใหญ่! นั่นมันลูกแท้ๆ ของเจ้าสองคนเชียวนะ! เจ้าจะปล่อยให้เจ้ารองจูงจมูก ปล่อยให้มันพาลูกชายของเจ้าไปตายอย่างนั้นหรือ?”
“เรื่องนี้มันถึงตายได้เชียวนะ!”
เจียงต้าไห่ก็ร้อนใจ รีบพูดเกลี้ยกล่อม “ใช่แล้ว ท่านพี่ใหญ่ ท่านพี่รอง ฟังคำเตือนของท่านพ่อเถอะ ท่านพ่อก็หวังดีกับพวกท่าน”
เฉาโส่วเย่าหัวเราะเยาะ “ฟังคำแนะนำของลุงอวิ๋น? แล้วก็ติดกับพวกเจ้าอีกหรือ? เจียงต้าไห่ เจ้าคิดว่าพวกข้าไม่รู้หรือไงว่าเจ้าคิดจะทำอะไร? คิดว่าพวกข้าโง่เขลางั้นหรือ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินก็โกรธจนหน้าแดง “เจ้า… โส่วเย่า ข้ารู้ว่าเจ้ายังเคืองขุ่นเรื่องของเหลียนเอ๋อร์ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาแต่ใจตัวเอง เรื่องของเหลียนเอ๋อร์ พวกเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก เจ้าลองคิดดูสิ ต่อให้น้องเขยเจ้าจะกล้าแค่ไหน ก็คงไม่เอาชีวิตคนมาล้อเล่นหรอก”
“นี่มันชีวิตคนเชียวนะ! หากไม่ใช่เพราะพี่เขยเจ้าวิ่งเต้นช่วยเหลือ วันนี้หลานชายทั้งสองของเจ้าคงถูกจับเข้าคุกไปแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น เรื่องนี้ก็ยังพอมีทาง!”
ตอนนี้อวิ๋นเจียวจึงพูดแทรกขึ้น “พวกเราบริสุทธิ์ใจ ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง พี่ฉี่ชิ่งและพี่ฉี่เสียงทำการค้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้าย เหตุใดจะไปพูดในศาลาว่าการไม่ได้เจ้าคะ?”
“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้คลี่คลายยากเย็นขนาดนั้นเชียวหรือ? พอนักชันสูตรมาก็ให้ชันสูตรศพดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เขากินเม่าไช่กลับไป ไม่นานก็ตาย อาหารในท้องก็ยังย่อยไม่หมด แค่ตรวจสอบว่ามีพิษหรือไม่ก็สิ้นเรื่อง”
“อีกอย่าง วันนั้นก็มีคนกินเม่าไช่ในร้านไม่น้อย ทุกคนเห็นว่าหวังเหล่าจิ่วก่อเรื่องไม่สำเร็จแต่ก็ยังเดินออกจากร้านไปได้ หลังจากนั้นเขาไปที่ใด ตายได้อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของศาลาว่าการที่ต้องสืบหาความจริง กหมายต้าเยี่ยไม่ได้ระบุเอาไว้ว่า จะจับใครก็ได้โดยไม่มีหลักฐาน ไม่อาจอาศัยเพียงการคาดเดาของหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นที่ไร้ซึ่งตำแหน่งทางการคนหนึ่งมาจับคนได้!”
น้ำเสียงของอวิ๋นเจียวไม่ดังหรือเบาจนเกินไป ทุกคนในที่นั้นจึงได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนี้ ทุกคนก็รู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้พูดมีเหตุผล พวกเขาไม่รู้เรื่องกหมายแคว้นต้าเยี่ยอะไรนั่นหรอก แต่การจับคนโดยไม่มีหลักฐาน ย่อมไม่ถูกต้อง
ผู้เฒ่าอวิ๋นเกลียดอวิ๋นเจียวเข้ากระดูกดำ เจียงต้าไห่เองก็อยากจะบีบคอนางให้ตายไปเสีย
ส่วนหัวหน้าหวังโดนนางพูดจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม “เด็กน้อยเช่นเจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร อย่าปากดีให้มากนัก รีบขอโทษหัวหน้าหวังเดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นเจียวไม่สนใจผู้เฒ่าอวิ๋น นางจ้องมองหัวหน้าหวัง “ขอถามหัวหน้าหวังสักคำ ท่านมีหนังสือแจ้งจับกุมจากศาลาว่าการหรือไม่เจ้าคะ?”
“หากมี พวกเราก็จะไปศาลาว่าการด้วย แต่หากไม่มี กรุณาปล่อยตัวพวกเขาไปด้วยเจ้าค่ะ ในเมื่อมีคนตาย ก็ให้หัวหน้าตำบลไปแจ้งความที่ศาลาว่าการ หรือไม่ก็ให้ญาติของผู้เสียชีวิตไปแจ้งความเอง ไม่ทราบว่าหัวหน้าหวังมีตำแหน่งฐานะอะไรหรือเจ้าคะ?”
ยัยเด็กแสบนี่! หัวหน้าหวังอยากจะตบนางให้ตาย ทุกคำพูดล้วนทำให้เขาเถียงไม่ออก แถมยังเอาเรื่องกหมายแคว้นต้าเยี่ยมาอ้างอีก แต่เขาก็ยอมรับว่าคำพูดของอวิ๋นเจียวทำให้เขาจนมุม เขาจับคนโดยพลการจริงๆ
ช่างเถิด เสียผลประโยชน์นิดหน่อยก็ช่างมัน พวกมันอยากไปศาลาว่าการนักก็ปล่อยมันไป อย่างไรเสีย เขาก็มีหลงจู๊ผู่จัดการให้อยู่แล้ว
หัวหน้าหวังเอ่ยด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ได้ งั้นก็ไปศาลาว่าการอำเภอ ยัยเด็กน้อย แล้วก็พวกเจ้าด้วย รอไปถึงศาลาว่าการ คงไม่อาจตกลงได้ง่ายๆ เหมือนที่นี่แล้ว”
“ไม่ต้องไปศาลาว่าการอำเภอแล้ว ท่านนายอำเภอมาแล้ว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านนอกประตู เป็นเสียงของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการคนใหม่ที่หัวหน้าหวังคุ้นเคยเป็นอย่างดี
หัวหน้าหวังยิ้มร่า ส่วนเจียงต้าไห่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าหลงจู๊ผู่คงลงมือแล้ว
“เงียบ หลบไป ปิดประตู!”
กลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการผลักชาวบ้านออกไป แล้วต้อนรับนายอำเภอกู่เหวินฮุยที่ใบหน้าซีดเผือดเพราะเร่งควบม้ามาตลอดทาง
ข้างหลังกู่เหวินฮุยคือฉู่อี้ ในชุดลำลองที่หรูหรา
เมื่อทุกคนเข้าไปในหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ก็ปิดประตูลงทันที จากนั้นกลุ่มเจ้าหน้าที่ก็ยืนเรียงแถวสองฝั่ง กระบองในมือเคาะลงบนพื้นเป็นจังหวะ พลางตะโกนเสียงดังฟังดูน่าเกรงขาม
“รักษาความสงบ…”
“รักษาความสงบ…”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเช่นนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างหวาดกลัว ยกเว้นบ้านอวิ๋นโส่วจง ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋น อวิ๋นโส่วกวง และคนอื่นๆ ต่างคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว
หัวหน้าหวังรีบก้มโค้งคำนับ “ข้าน้อยขอต้อนรับท่านนายอำเภอ ใต้เท้าเดินทางมาลำบากแล้วขอรับ!”
นายอำเภอนี่ช่างน่าเกรงขาม สั่งปิดประตูก็ปิดประตูได้ ไม่เหมือนกับเขาที่ต้องเสียเวลาอธิบายกับชาวบ้านต่ำต้อยพวกนี้นานสองนาน แน่นอน หากไม่มีบ่าวไพร่สองคนที่มีฝีมือร้ายกาจขวางเอาไว้ เขาก็สั่งปิดประตูไปนานแล้ว
เขาหันไปมองอวิ๋นโส่วจงและคนอื่นๆ อย่างเย้ยหยัน หึ นายอำเภอมาเพื่อเข้าข้างพวกเขาอย่างชัดเจน การที่สั่งปิดประตูเช่นนี้ ก็คงเพราะจะจัดการกับคนพวกนั้น แต่ก็ไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นว่าเขาลำเอียงแล้วออกไปพูดอะไรมั่วซั่ว
หัวหน้าหวังสมกับเป็นคนมากประสบการณ์ คาดเดาความคิดของนายอำเภอได้อย่างแม่นยำ แต่เขาหารู้ไม่ว่าคนที่นายอำเภอต้องการจะเข้าข้าง ไม่ใช่เขา!
เจิ้นหย่วนโหวจงใจลากเขามาที่นี่ เพื่อแก้แค้นให้กับผู้มีพระคุณต่างหาก เขากลัวว่าการกระทำของตนเองจะดูเกินเลยไป จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง น่าขันนัก คิดว่าเขารู้จักหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นผู้โชคร้ายคนนี้อย่างนั้นหรือ?
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่รู้ความก็รีบยกเก้าอี้มาให้ กู่เหวินฮุยมองฉู่อี้โดยไม่รู้ตัว พอเห็นว่าท่านโหวไม่มีท่าทีว่าจะนั่ง เขาจึงทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วนั่งลงบนเก้าอี้
ฉู่อี้ยืนอยู่ด้านข้าง ทำท่าทีราวกับว่าติดตามนายอำเภอมาเพื่อดูเรื่องสนุก ในสายตาของหัวหน้าหวัง เขาก็เป็นเพียงคุณชายบ้านรวยที่ตามนายอำเภอมาดูเรื่องสนุกเท่านั้น
“ท่านนายอำเภอ ขอความเป็นธรรมด้วยขอรับ!” ถึงแม้ว่าอวิ๋นโส่วกวงจะหวาดกลัว แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลูกชายของเขา เขาจึงรวบรวมความกล้าร้องขอความเป็นธรรม
หัวหน้าหวังหันขวับไปมองเขาด้วยสายตาดุร้าย “ตะโกนอะไร หากรบกวนใต้เท้า ระวังเจ้าจะโดนโบยเอาได้!”
ฮึ คราวนี้แหละพวกเจ้าจะได้รู้สำนึกเสียบ้าง พอติดคุกสักสองสามวัน ข้าจะเรียกทั้งสูตรอาหาร ทั้งเงินทองเลย นี่ละนะที่เรียกว่าสวรรค์มีทางแต่ไม่ไป กลับเลือกทางลงนรก!
หัวหน้าถังเหลือบมองนายอำเภอ พอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายเขาก็รีบตวาด “ถอยออกไป!”
หัวหน้าหวังยิ่งลำพอง รีบตวาดซ้ำ “ได้ยินหรือไม่ บอกให้ถอยออกไปไงเล่า!”
อวิ๋นโส่วกวงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เจ้าหน้าที่ทางการสองคนจึงเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นดังนั้น จ้าวซื่อและคนอื่นๆ ต่างตกใจ
สายตาของเจียงต้าไห่มองไปที่พวกเขาอย่างเย้ยหยัน ราวกับจะพูดผ่านสายตาว่า บอกแล้วไม่เชื่อ ตอนนี้นายอำเภอมาแล้ว พวกเจ้ารอซวยไปเถิด เขาดีใจเสียจนเหมือนกับว่าเก็บเงินจากข้างถนนได้
เจียงต้าไห่มองหัวหน้าหวัง ต่างฝ่ายต่างมองเห็นความสะใจในแววตาของกันและกัน