ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 186 เด็กหนุ่มผู้กล้าออกคำสั่งกับนายอำเภอ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 186 เด็กหนุ่มผู้กล้าออกคำสั่งกับนายอำเภอ
“บังอาจ ข้าถามอะไรเจ้าก็ตอบมา นี่ข้าเป็นคนไต่สวนคดี หรือเจ้าเป็นคนไต่สวนกันแน่! ใครก็ได้ตบปากมัน!”
ทันทีที่กู่เหวินฮุยตวาดลั่น ก็มีเจ้าหน้าที่สองคนก้าวออกมา คนหนึ่งจับแขนทั้งสองข้างของหัวหน้าหวังไขว้ไปด้านหลัง อีกคนหยิบป้ายหยกที่ยาวกว่าฝ่ามือเล็กน้อยออกมาจากเอว แล้วฟาดลงไปที่หน้าของหัวหน้าหวังอย่างไม่ยั้งมือ
เจียงต้าไห่มึนงงไปชั่วขณะ ทางด้านหลงจู๊ผู่… ไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วหรือ? ให้สินบนไปแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดนายอำเภอถึงยังสั่งให้คนตบหน้าหัวหน้าหวังอีก?
ต้องเป็นเพราะเขาไปล่วงเกินบารมีของนายอำเภอเป็นแน่ นายอำเภอให้เกียรติหลงจู๊ผู่ก็จริง แต่หาได้มองหัวหน้าหน่วยตัวเล็กๆ เช่นเขาอยู่ในสายตาไม่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงต้าไห่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง โชคดีที่ตนยังไม่ได้พูดจาพล่อยๆ ออกไป มิเช่นนั้น… เมื่อเห็นปากของหัวหน้าหวังถูกตบจนเละ ปากของเขาก็พลอยรู้สึกเจ็บไปด้วย
หัวหน้าหวังมีชื่อจริงว่าหวังกุ้ย ตอนนี้เขากำลังรู้สึกมึนงง ป้ายหยกที่ฟาดลงบนปากของเขานั้นหนักหน่วงจนแทบสิ้นสติ ถูกตบเพียงไม่กี่ครั้ง ปากของเขาก็แตกยับ เลือดไหลปนกับฟันที่ร่วงหล่นลงมาตามลำคอ ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้สมองของเขาหยุดทำงาน
“พอ!”
เมื่อเห็นว่าลงโทษไปพอสมควรแล้ว กู่เหวินฮุยก็สั่งให้หยุด จากนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่เอาคำให้การที่อวิ๋นฉี่เยว่เขียนไปให้พวกเขาประทับลายนิ้วมือ หวังกุ้ยที่เกือบจะหมดสติไปก็ถูกเจ้าหน้าที่ลากนิ้วมากดลายนิ้วมือลงบนกระดาษ
เจ้าหน้าที่ส่งคำให้การที่ประทับลายนิ้วมือเรียบร้อยแล้วให้กู่เหวินฮุย พอเขาดูจบก็แอบมองไปที่ฉู่อี้ เมื่อเห็นว่าฉู่อี้ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจออกมา เขาก็ค่อยเบาใจ
ที่เขาสั่งให้คนไปตบปากหวังกุ้ยจนเละ ก็เพื่อเป็นการเอาใจฉู่อี้โดยเฉพาะ ท่านโหวต้องการจะออกหน้าช่วยเหลือคนของเขามิใช่หรือ คิดว่าทำเช่นนี้แล้วท่านโหวคงจะพอใจแล้วกระมัง
“จากการไต่สวนของข้า ร้านเม่าไช่ของตระกูลอวิ๋นและการตายของหวังเหล่าจิ่วนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยตรง และไม่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอวิ๋นฉี่เสียงและอวิ๋นฉี่ชิ่งเป็นผู้สังหารหวังเหล่าจิ่ว”
“ปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์อวิ๋นฉี่เสียงและอวิ๋นฉี่ชิ่ง แต่ยังคงต้องอยู่ที่ตำบลไป๋อวิ๋นชั่วคราวเพื่อให้ความร่วมมือกับการสืบสวนในลำดับต่อไป!”
ทันทีที่เขาพูดจบ อวิ๋นโส่วกวงและภรรยาก็ดีใจจนน้ำตาไหล ทั้งสี่คนรีบคุกเข่าลงขอบคุณ “ขอบพระคุณท่านนายอำเภอผู้ผดุงความยุติธรรม!”
“ขอบพระคุณท่านนายอำเภอที่คืนความยุติธรรมให้พวกข้า…”
ผลการตัดสินที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นถึงกับทำตัวไม่ถูก นายอำเภอผู้นี้เป็นขุนนางดีจริงๆ หรือ?
พวกเขาปล่อยตัวลูกชายของบ้านเจ้าใหญ่แล้ว? เหตุใดจึงไม่เหมือนกับที่ต้าไห่และหัวหน้าหวังพูดไว้เล่า?
พวกเขาไม่ได้บอกว่าหากเรื่องนี้ถึงหูนายอำเภอ ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็จะถูกจับขังคุกก่อน จากนั้นจึงโบยหลังอีกหลายสิบไม้… แต่ไฉนนายอำเภอถึงสั่งให้คนไปตบปากหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบของตำบลไป๋อวิ๋นผู้นั้นเล่า…
สายตาของเขามองไปที่อวิ๋นโส่วจง อวิ๋นเจียว และอวิ๋นฉี่เยว่ด้วยแววตาซับซ้อน ตั้งแต่ต้นจนจบ ครอบครัวของเจ้ารองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะไปที่ศาลาว่าการอำเภอ
หรือว่าพวกเขารู้ว่านายอำเภอผู้นี้เป็นขุนนางน้ำดี? แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่บอกเขาแต่เนิ่นๆ? ทำให้เขาต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเวลา พวกเขาอยากจะเห็นเขากลุ้มใจเล่นอย่างนั้นหรือ?
“… นำศพกลับไปที่ศาลาว่าการอำเภอ ให้นักชันสูตรตรวจสอบสาเหตุการตายอย่างละเอียด หัวหน้าถัง เจ้าส่งคนไปสืบสวนรอบๆ ตำบลไป๋อวิ๋น หาเบาะแสเพิ่มเติม”
“ส่วนหวังกุ้ย ฐานกักขังผู้อื่นโดยพลการโดยไม่ได้รับคำสั่งจากศาลาว่าการ ปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบประจำตำบลไป๋อวิ๋น นำตัวกลับไปคุมขังที่ศาลาว่าการอำเภอ รอการพิจารณาคดี!”
นายอำเภอกู่เหวินฮุยประกาศคำตัดสิน ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี
ทว่าในตอนนี้อวิ๋นฉี่เยว่กลับลุกขึ้นยืน เดินไปข้างหน้านายอำเภอ แล้วโค้งคำนับ “ใต้เท้า ข้าน้อยขอฟ้องร้องเจียงต้าไห่ สมคบคิดกับหวังกุ้ย ซื้อตัวหวังเหล่าจิ่วใส่ร้ายอวิ๋นฉี่ชิ่งและอวิ๋นฉี่เสียงขอรับ”
“นอกจากนี้ ข้าน้อยขอให้ใต้เท้าสั่งให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรตรวจสอบศพต่อหน้าทุกคน เพื่อให้ชาวบ้านได้สบายใจด้วยขอรับ” สิ้นคำพูดของอวิ๋นฉี่เยว่ นอกจากคนในครอบครัวของเขาแล้ว ทุกคนต่างตกตะลึง
แน่นอนว่าอวิ๋นโส่วกวงและภรรยาดีใจมากแล้วที่ลูกชายทั้งสองคนปลอดภัย ส่วนเฉาโส่วเย่ากับเฉาซื่อก็ไม่คิดว่าอวิ๋นฉี่เยว่จะทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้
พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของอวิ๋นฉี่เยว่เป็นอย่างดี แต่นายอำเภอคือขุนนางที่มีอำนาจ การที่อวิ๋นฉี่เยว่ทำเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องใส่ตัว เมื่อครู่หวังกุ้ยก็แค่พูดจาไม่เข้าหูนายอำเภอยังถูกตบปากจนเละ
“ฉี่เยว่…”
“ฉี่เยว่ ใต้เท้าย่อมมีแผนการจัดการอยู่แล้ว พวกเราเชื่อมั่นในตัวใต้เท้า!”
“ใต้เท้าขอรับ เด็กคนนี้ไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินท่าน ท่านเป็นคนใจกว้าง อย่าได้ถือสาหาความกับเขาเลยขอรับ…”
คนบ้านใหญ่และบ้านสามต่างพากันคุกเข่าลง อ้อนวอนขอความเมตตาจากกู่เหวินฮุย ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นเองก็ร้อนใจจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เขากลับไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าหากพูดอะไรผิดไปจะต้องลงเอยแบบหวังกุ้ย
ต่างจากบ้านใหญ่และบ้านสาม ตรงที่ตอนนี้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกโกรธแค้นอวิ๋นฉี่เยว่ เขากำลังจะทำอะไรกันแน่? เรื่องราวก็จบลงด้วยดีแล้ว แต่เขายังจะมาฟ้องร้องเจียงต้าไห่ผู้เป็นอาเขยของตนเองอีก!
แน่นอนว่าหัวหน้าถังก็ตวาดด้วยความโกรธ “บังอาจ! การตัดสินคดีความของใต้เท้า ล้วนแล้วแต่ยุติธรรม หาใช่เรื่องที่ชาวบ้านเช่นเจ้าจะก้าวล่วงได้!”
จากนั้นเขาก็มองเจียงต้าไห่ด้วยสายตาสะใจ ก่อนจะเดินปรี่ตรงไปหาอวิ๋นฉี่เยว่
เหล่าเจ้าหน้าที่ทั้งหลายต่างมองอวิ๋นฉี่เยว่ราวกับคนโง่งม เด็กคนนี้คงจะเป็นบ้าไปแล้วกระมัง เจ้าจะฟ้องร้องคนก็ฟ้องร้องไป ไฉนถึงกล้าบงการนายอำเภอ? อยากจะกินข้าวคุกนักหรือไง? หน้าตาก็ดูฉลาดดีแท้ๆ แต่สมองกลับไม่ปกติ!
“หัวหน้าถัง เจ้าส่งคนไปตามนักชันสูตรที่โรงเก็บศพ [1] มาเดี๋ยวนี้!”
หัวหน้าถังที่เพิ่งจะเดินมาถึงตรงหน้าอวิ๋นฉี่เยว่ ยังไม่ทันจะได้ลงมือจับกุม ก็ได้ยินนายอำเภอสั่งเช่นนั้น เขาผงะไปชั่วครู่ รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เหตุใดใต้เท้าของพวกเขาถึงได้… เห็นอกเห็นใจชาวบ้านเช่นนี้?
“หัวหน้าถัง…” ขณะที่กู่เหวินฮุยแอบมองฉู่อี้ด้วยหางตา ก็เรียกย้ำด้วยเสียงยาว
หัวหน้าถังรีบประสานมือคารวะแล้วตอบรับ “ขอรับใต้เท้า!”
ในแคว้นต้าเยี่ย ทุกตำบลล้วนมีโรงเก็บศพ ในโรงเก็บศพจะมีนักชันสูตรประจำการอยู่หนึ่งคน คอยดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเก็บศพ และตรวจสอบศพที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทุกคนต่างมึนงงไปชั่วขณะ จากนั้นอวิ๋นโส่วกวงกับภรรยารวมถึงเฉาโส่วเย่าและคนอื่นๆ ก็พากันคุกเข่าลงคำนับกู่เหวินฮุยอีกครั้ง นายอำเภอผู้นี้ช่างเป็นขุนนางที่ดี มีเหตุผล และยุติธรรมยิ่งนัก!
“ท่านนายอำเภอผู้ผดุงความยุติธรรม!”
“ช่างยุติธรรมยิ่งนัก!”
เมื่อบ้านใหญ่และบ้านสามของตระกูลอวิ๋นเริ่มก่อน เหล่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยรักษาความสงบก็พากันเอ่ยปากชื่นชมตาม หากไม่ฉวยโอกาสนี้เอาใจนายอำเภอ แล้วจะให้ไปเอาใจตอนไหน?
หากเป็นยามปกติ กู่เหวินฮุยคงไม่ใส่ใจคำสรรเสริญเยินยอเหล่านี้ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป การที่ถูกผู้อื่นยกย่องว่าเป็นขุนนางที่ดีต่อหน้าเจิ้นหย่วนโหว ไม่ต่างอะไรกับการให้เกียรติเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมองออกว่า คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านี้น่าจะไม่ใช่คนที่ฉู่อี้ให้ความสำคัญ คนกลุ่มเล็กๆ ที่ยืนอย่างสงบนิ่งอยู่ข้างๆ ต่างหาก ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับฉู่อี้
หากปราศจากผู้มีอำนาจหนุนหลัง แล้วพวกเขาจะกล้ายืนตัวตรงเช่นนี้ต่อหน้าขุนนางได้อย่างไร? ทว่ากู่เหวินฮุยไม่รู้เลยว่า เหตุผลที่ครอบครัวนี้กล้ายืนตัวตรง ไม่ใช่เพราะมีฉู่อี้หนุนหลัง
“เจียงต้าไห่ เจ้าสมคบคิดกับหวังกุ้ย ซื้อตัวหวังเหล่าจิ่วใส่ร้ายผู้อื่นอย่างไร จงเล่ามาตามความจริง!”
……….
เชิงอรรถ
[1] โรงเก็บศพ (义庄) สถานที่เก็บศพไร้ญาติ