ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 189 เสียใจอย่างสุดซึ้ง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 189 เสียใจอย่างสุดซึ้ง
การเอาตัวรอดในฐานะคนกลางต้องพึ่งโชคชะตา มิใช่ว่าทุกคนจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างราบรื่น คนส่วนใหญ่มักจะโดนลูกหลงจนต้องเจ็บตัว หากโชคร้าย ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่พอใจ สุดท้ายก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่า ตายไปก็มีไม่น้อย
เวลานี้ กู่เหวินฮุยรู้สึกเช่นนั้น สายตาของฉู่อี้ที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มนั้น จ้องมองมาที่เขา ราวกับมีหนามทิ่มแทงอยู่บนหลัง
จะเลือกฝ่ายไหนก็เลือกได้แค่ฝ่ายเดียวเท่านั้น เขาก็แค่เห็นแก่หน้าขุนนางใหญ่เบื้องหลัง จึงให้เกียรติหลงจู๊ผู้นั้นอยู่บ้าง อำนวยความสะดวกให้ในบางเรื่อง
ทว่า ฉู่อี้คือเจิ้นหย่วนโหว!
เรือเลือกได้เพียงลำเดียว หากเหยียบเรือสองแคม ซ้ายที ขวาที ระวังจะถูกฉีกออกเป็นสองท่อน ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เขาจะอำนวยความสะดวกให้ภัตตาคารฝูอวิ้น แต่เสนาบดีกรมกลาโหมรู้หรือไม่เล่าว่าเขาเป็นใคร?
ประเด็นสำคัญคือ วันนี้คดีนี้ได้ลากภัตตาคารฝูอวิ้นเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว เรื่องบาดหมางนี้ถือว่าผูกปมแล้ว ถึงแม้เขาจะใจดีไม่ทำอะไรหลงจู๊ของภัตตาคารฝูอวิ้น แต่คนที่อยู่เบื้องหลังภัตตาคารฝูอวิ้นคงจะผูกใจเจ็บเขาอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉู่อี้ซึ่งเป็นถึงท่านโหว คนที่น่าพึ่งพาและน่าเชื่อถือก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว กู่เหวินฮุยที่สับสนวุ่นวายใจ คิดอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตัดสินใจแน่วแน่
เขาก้มคารวะแล้วกล่าวว่า “ท่านโหวโปรดวางใจ ข้าน้อยจะจัดการอย่างยุติธรรมแน่นอนขอรับ”
ฉู่อี้ยิ้มแล้วตบไหล่เขาเบาๆ “อืม ข้าถูกใจเจ้านะ! เจ้าต้องไต่สวนให้ดี อย่าใจอ่อน ข้ายังรอไปร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าฝ่าบาทอยู่ เจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ!”
กู่เหวินฮุยได้ยินดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างก็เป็นประกาย รีบค้อมเอวลงอีกครั้ง “ท่านโหวโปรดวางใจ ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านโหวต้องผิดหวังอย่างแน่นอนขอรับ”
ฉู่อี้หัวเราะเสียงดังแล้วเดินจากไป กู่เหวินฮุยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ไหนเลยจะยังคงมีท่าทางเหนื่อยล้าเช่นตอนที่เพิ่งมาถึง?
เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของฉู่อี้ดี ท่านโหวผู้นี้ที่กำลังเป็นที่โปรดปราน ต้องการใช้เรื่องนี้ไปแสวงหาผลประโยชน์จากฮ่องเต้ หากสิ่งที่เขามอบให้นั้นเพียงพอ ฉู่อี้ก็จะได้รับผลประโยชน์มากมาย ย่อมต้องแบ่งปันให้เขาบ้าง
หากเห็นว่าเขายังทำงานได้น่าพอใจ ในอนาคต เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน สร้างเกียรติยศให้วงศ์ตระกูล…
ฉู่อี้ขึ้นรถม้าไป รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปจนหมดสิ้น ราชสำนักแคว้นต้าเยี่ยเน่าเฟะถึงขั้นนี้แล้วหรือ
มีแม่ทัพที่ฆ่าคนดีแล้วใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ มีขุนนางฉ้อฉลที่จงใจแพร่โรคระบาด จากนั้นก็ปิดหมู่บ้าน ฆ่าปิดปาก แล้วฮุบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากราชสำนัก…
โลกนี้ช่างเลวร้ายลงทุกวัน ถึงขั้นที่หลงจู๊ของภัตตาคารธรรมดาๆ ยังกล้าออกมาชี้นิ้วสั่งขุนนาง หากครั้งนี้เขาไม่ได้เข้ามาแทรกแซง ญาติผู้พี่ทั้งสองของเจียวเอ๋อร์คงจะ…
เขาเป็นคนที่เฉยชาต่อความรู้สึกมาโดยตลอด น้อยคนนักที่จะสามารถทำให้เขาหวั่นไหว และน้อยคนนักที่จะทำให้เขาลงมือด้วยตัวเอง แต่สูตรเม่าไช่เป็นของเจียวเอ๋อร์ ญาติผู้พี่ทั้งสองของเจียวเอ๋อร์ก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วย
หากครั้งนี้เขาไม่ออกหน้า ถึงแม้ว่าอวิ๋นฉี่เยว่จะเตรียมการมาอย่างดีเพียงพอที่จะทำให้อวิ๋นฉี่เสียงและอวิ๋นฉี่ชิ่งพ้นผิด แต่ก็ไม่อาจจัดการกับตัวการเบื้องหลังได้
“จางหลิง เตรียมของขวัญอย่างดีสองชุด ส่งไปที่บ้านของอวิ๋นโส่วกวงกับเฉาโส่วเย่า”
พวกเขาพลอยรับเคราะห์เพราะสูตรอาหารของเจียวเอ๋อร์ แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะให้เจียวเอ๋อร์มอบสูตรอาหารเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาเลย จึงได้ใจฉู่อี้ไปเต็มๆ
แน่นอนว่าต้องส่งของขวัญไปปลอบขวัญพวกเขาสักหน่อย ถือว่าเป็นการปลอบใจแทนเจียวเอ๋อร์
“ขอรับ ท่านโหว ตอนนี้พวกเราจะไปบ้านนายท่านรองอวิ๋น หรือว่า…” ผ้าม่านรถม้าบดบังใบหน้าที่อ่อนโยนของฉู่อี้ เวลานี้ฉู่อี้ไม่ต้องเสแสร้ง ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
นับตั้งแต่ได้รู้จักกับครอบครัวนี้ เขาก็แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมามากขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้อื่น ใบหน้าอันหล่อเหลานั้น หากไม่สวมหน้ากากปั้นหน้าเสแสร้ง ก็เย็นชาราวปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
ครอบครัวนี้ทำให้เขารู้ว่าความอบอุ่นคืออะไร ความผูกพันในครอบครัวคืออะไร ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาโดยตลอด โดยเฉพาะเจียวเอ๋อร์ เด็กสาวที่ทั้งฉลาดแกมโกงและไร้เดียงสา ทุกครั้งที่นึกถึงนาง ใจของฉู่อี้ก็จะอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปเนิ่นนาน ฉู่อี้จึงเอ่ยปาก “กลับจวน”
“วันนี้มีเรื่องวุ่นวายมากมาย คาดว่าบ้านลุงอวิ๋นคงยุ่งอยู่”
จางหลิงที่กำลังบังคับรถม้าได้ยินดังนั้น เกือบจะตกลงมาจากที่นั่ง โอ้สวรรค์ วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร? ท่านโหวของพวกเขากลับอธิบายกับเขา!
ไม่ถูก ไม่ถูก เขาคงฟังผิดไป ฟังผิดไปแน่ๆ เมื่อไม่ได้ยินเสียงอื่นใดของฉู่อี้ดังมาจากรถม้าอีก จางหลิงก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองคิดมากและฟังผิดไปเอง
ไหนเลยจะรู้ได้ว่าแท้จริงแล้ว ประโยคนั้นฉู่อี้อธิบายกับตัวเองต่างหาก บ้านของอวิ๋นเจียว เขาอยากไปอย่างยิ่ง
ผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่ บ้านสาม หรือบ้านของอวิ๋นโส่วจง เวลานี้ต่างก็เป็นห่วงเด็กๆ ของบ้านใหญ่ทั้งสอง ไม่มีใครนึกถึงผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อเลยแม้แต่น้อย รวมถึงอวิ๋นโส่วกวงที่กตัญญูมาโดยตลอด
รถม้าสองคัน ทั้งสามบ้านนั่งเบียดเสียดกันกลับหมู่บ้านไหวซู่ เจียงต้าไห่ถูกจับ เจียงเทียนเป่าก็ถูกจับ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เป็นลมหมดสติ เถาจือร้องไห้โฮ ไม่รู้จะทำอย่างไร
เถาซื่อได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญ พลางสาปแช่งไปมา ผู้เฒ่าอวิ๋นได้แต่พักอยู่ในตำบล จ้างรถม้าพาทุกคนกลับไปที่บ้านตระกูลเจียง
เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลเจียง ปิดประตูลง ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รีบกดจุดเหรินจง [1] ของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงรู้สึกตัวขึ้นมา
พอรู้สึกตัว นางก็ร้องไห้โฮออกมาทันที “ท่านพ่อ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเราแม่ลูกด้วยนะเจ้าคะ! เป็นเพราะอวิ๋นฉี่เยว่เด็กใจดำคนนั้น ยืนยันจะฟ้องร้องอาเขยของเขา ตอนนี้ไม่ใช่แค่ต้าไห่ แม้แต่เทียนเป่าก็ถูกจับไปด้วย”
“ฮือๆ…ลูกชายผู้น่าสงสารของข้า ลูกชายคนโตของข้า ใบหน้าก็ถูกทำลาย นิ้วก็ถูกตัด กลายเป็นคนพิการไม่พอ ยังถูกจับเข้าคุกอีก ท่านพ่อ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกด้วย ชีวิตนี้ข้าจะอยู่ต่ออย่างไร?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นตบโต๊ะเสียงดัง มองด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะตะคอกว่า “พอได้แล้ว! จะไปโทษใครได้? จะโทษใครได้? ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าเองหรอกหรือ!”
วันนี้เถาซื่อซวยไปด้วยทั้งที่ไม่ได้ก่อเรื่องอะไรขึ้นมา ในใจโกรธแค้นจนแทบคลั่ง พอได้ยินผู้เฒ่าอวิ๋นตำหนิอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ นางก็ทนไม่ไหว กระโดดขึ้นมาด่าทอ
“เจ้ามันตาแก่ไร้น้ำยา คุมลูกชายใจดำคนนั้นไม่อยู่ มันทำร้ายเจ้าสี่ยังไม่พอ ยังไม่สาแก่ใจ คราวนี้ยังมาทำร้ายลูกสาวกับลูกเขยของข้าอีก แล้วยังมีหลานชายผู้น่าสงสารของข้า เทียนเป่าผู้น่าสงสาร ทำไมถึงกลายเป็นแบบนั้น…”
“ข้าไม่อยากอยู่แล้ว มีชีวิตอยู่ก็คงโดนครอบครัวเจ้ารองเล่นงานจนตายอยู่ดี เจ้ามันตาแก่ไร้น้ำยา แม้แต่เมียและลูกๆ ยังปกป้องไม่ได้ เจ้ายังมีประโยชน์อะไรอีก? วันๆ เอาแต่ทำตัวเป็นใหญ่เป็นโตต่อหน้าพวกเราแม่ลูก ฮือๆ… ทำไมชีวิตข้าถึงได้อาภัพเช่นนี้”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่เพียงไม่ห้ามปราม กลับร้องไห้คร่ำครวญไปพร้อมกับเถาซื่อ “ท่านแม่ ชีวิตพวกเราน่าสงสารนัก แล้วจากนี้ข้าจะอยู่ต่อไปอย่างไร? ท่านแม่ ข้าไม่อยากอยู่แล้ว!”
“พอได้แล้ว!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นโมโหจนตบโต๊ะเสียงดัง เขามองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา ตะคอกว่า “เจ้ายังจะมีหน้ามาร้องไห้อีก? พวกเจ้าสองผัวเมียแอบอ้างชื่อโส่วหลี่ หลอกให้แม่ของเจ้าร่วมมือกับพวกเจ้าไปทำร้ายเหลียนเอ๋อร์”
“พอไม่สำเร็จ พวกเจ้าก็ยังคิดแผนร้ายกาจแบบนี้ออกมาอีก ใช้ชีวิตคนมาใส่ร้ายป้ายสีหลานชายข้า! พวกเจ้ามันโหดเหี้ยมอำมหิตนัก!”
เถาซื่อต่อว่า “เจ้าตามลูกชายของเจ้าไปสิ ดูซิลูกชายสุดที่รักของเจ้าจะสนใจเจ้าบ้างไหม เจวียนเอ๋อร์เป็นลูกสาวของเรา ต้าไห่ก็หวังดีกับเรา ช่วยหาเงินค่าเล่าเรียนให้โส่วหลี่”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็อดไม่ไหว ยกเท้าถีบเถาซื่อจนล้มลงไปกองกับพื้น “เจ้ารู้อะไรบ้าง เจียงต้าไห่มันรับเงินมัดจำจากคนอื่นมาสองร้อยตำลึง แถมยังตกลงกันว่าหากทำสำเร็จ ได้สูตรอาหารมา จะให้มันอีกหนึ่งพันตำลึง แต่ลูกเขยแสนดีของเจ้ามันหลอกเจ้าว่าอย่างไร? เจ้านึกดูให้ดี!”