ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 191 ท่านพ่อ ช่วยคิดหน่อยเถิด
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 191 ท่านพ่อ ช่วยคิดหน่อยเถิด
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เป็นลูกสาวที่เกิดตอนพวกเขาแก่แล้ว เถาซื่อก็รักและเอ็นดูยิ่งนัก ของกินของใช้ดีๆ ล้วนให้นางก่อนใคร แต่… ผู้เฒ่าอวิ๋นยิ่งคิดยิ่งเศร้าใจ จนลืมเรื่องที่ตนเองตกใจจนกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ถึงสองครั้งในวันเดียวไปเสียสนิท
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เห็นดังนั้นจึงรีบสั่งเจียงเถาจือ “เถาจือ รีบไปต้มน้ำเถิด ท่านตาของเจ้าจะชำระร่างกาย”
เจียงเถาจือจึงรีบไปต้มน้ำ เดิมทีบ้านตระกูลเจียงจ้างป้าคนหนึ่งมาทำงานบ้าน แต่นางให้ไปซื้อกับข้าวตั้งแต่เช้า พวกนางกลับมาถึงบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่เงา คงจะเป็นเพราะป้าคนนั้นเห็นพวกนางถูกจับตัวไป จึงไม่กล้ากลับมาเป็นแน่
กล่าวจบก็หันไปพูดกับผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ ท่านก็เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบชำระร่างกาย เปลี่ยนเป็นชุดของต้าไห่แล้วพักผ่อนสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกได้ว่าเป้ากางเกงของตนเองเปียกชื้น แถมยังมีกลิ่นฉุนโชยออกมา น่าอายยิ่งนักที่ต้องมาเสียหน้าต่อหน้าบุตรสาว โชคดีที่บุตรสาวยังพอรู้ความ ไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมา ทำให้เขายังคงเหลือเกียรติอยู่บ้าง
“อืม ลำบากเจ้าแล้ว”
ใบหน้าของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์บวมจนยิ้มไม่ออก พอเห็นท่าทีอ่อนลงของบิดานางก็ร้องไห้ออกมา “ท่านพ่อ เจียงต้าไห่มักเป็นคนตัดสินทุกเรื่องเอง ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็ไม่เคยบอกข้า เรื่องนั้นข้าไม่รู้จริงๆ นะเจ้าคะ”
“เขาสัญญากับข้าหลายครั้งหลายครา บอกว่าภัตตาคารแห่งนั้นจะซื้อสูตรอาหารในราคาหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะให้ราคาสูงถึงหนึ่งพันตำลึง และไม่คิดว่าเขาจะรับเงินมัดจำมาก่อนแล้วสองร้อยตำลึง”
“ท่านพ่อ… ข้าไม่ได้โกหกท่านนะ จริงๆ นะเจ้าคะ… ข้าพูดความจริงทุกอย่างแล้ว ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ท่านพ่อ เชิญท่านนั่งก่อนเถิด ข้าจะไปหาเสื้อผ้ามาให้ท่านเปลี่ยน”
กล่าวจบ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็จูงมือเจียงต้าเป่าเดินออกจากห้องโถง เจียงต้าเป่าเช็ดน้ำตาพลางถาม “ท่านแม่ ต้าเป่าว่าง่าย ต้าเป่าไม่ได้วิ่งเล่นซุกซน แล้วขนมล่ะ?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กล่าว “ต้าเป่าลูกแม่ เดี๋ยวแม่ให้ขนมเจ้า เจ้าออกไปเล่นก่อนนะ”
เจียงต้าเป่ายอมฟังคำของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์แต่โดยดี ที่จริงแล้วตอนเช้าที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ถูกจับ นางได้หลอกเจียงต้าเป่าว่ากำลังเล่นกับเขา ห้ามเขาซุกซน พอกลับถึงบ้านจะซื้อขนมให้
เจียงต้าเป่าคิดถึงแต่ขนม จึงวิ่งเล่นอยู่บนถนน ด้วยเหตุนี้พวกอันธพาลที่ต้องการฉวยโอกาสขโมยข้าวของจากบ้านตระกูลเจียงจึงไม่สามารถทำสำเร็จได้ ไม่ว่าใครต่างก็กลัวเจียงต้าเป่าคนสติไม่ดีผู้นี้ หากเขาบ้าคลั่งขึ้นมา เขาจะลงมืออย่างไม่ปรานี
ส่วนเหตุผลที่เจียงต้าเป่าไม่ถูกจับตัวไปก็เพราะว่าเจ้าหน้าที่รักษาความสงบท้องถิ่นที่ตามมาด้วยรู้ดีว่าเขาเป็นคนบ้า หากจับตัวเขาไป กลัวว่าจะไปก่อเรื่องต่อหน้านายอำเภอจนกลายเป็นเรื่องใหญ่
หากไม่ใช่เพราะมีเจียงต้าเป่าเฝ้าบ้านตระกูลเจียงเอาไว้ ตอนนี้อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และคนอื่นๆ คงไม่เหลือแม้แต่โต๊ะหรือม้านั่ง
ในเวลานี้อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ใช้ความฉลาดของตนเอง การที่นางแสดงความอ่อนแอออกมา ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นลดความไม่พอใจที่มีต่อนางลงไปมาก
ระหว่างที่ผู้เฒ่าอวิ๋นกำลังอาบน้ำ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ให้เจียงเถาจือออกไปซื้อเนื้อหมูและผักกลับมา พร้อมกับแวะซื้อยาทาแก้ฟกช้ำที่ร้านขายยา เจียงเถาจือไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้นเพราะอับอายขายหน้า แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง จึงต้องกัดฟันออกไปข้างนอก
แน่นอนว่าการออกไปครั้งนี้ ทำให้นางต้องพบเจอกับสายตาและคำพูดซุบซิบนินทาจากเพื่อนบ้าน แม้แต่ตอนไปซื้อผัก เจ้าของร้านก็ยังแซวนางสองสามคำ ทำให้นางขบกัดฟันจนแทบแตก
พอกลับมาถึงบ้าน ป้าที่เคยช่วยงานบ้านก็ยังไม่มา นางจึงต้องเป็นคนทำอาหาร อารมณ์ของเจียงเถาจือแย่สุดๆ!
นี่เป็นครั้งแรกที่พอผู้เฒ่าอวิ๋นกินข้าวเย็นเสร็จแล้วก็ไม่ได้กลับหมู่บ้านไหวซู่ เขาพักอยู่ที่บ้านในตำบล ไม่อยากเห็นหน้าเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์จริงๆ
ส่วนชุ่ยเหนียงนั้นช่างใส่ใจ พอเห็นเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์จ้างรถม้ากลับหมู่บ้านไหวซู่ แต่ไม่เห็นผู้เฒ่าอวิ๋น นางจึงนำเสื้อผ้าของผู้เฒ่าอวิ๋นมาที่ตำบล ถามทางมาจนถึงบ้านอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นใบหน้าของชุ่ยเหนียงเต็มไปด้วยความกังวล คำพูดล้วนเป็นการถามไถ่ว่าเขาได้รับความลำบากใดหรือไม่ ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับเถาซื่อแล้ว เขายิ่งรู้สึกเกลียดชังเถาซื่อมากขึ้น
เมื่อชุ่ยเหนียงมาถึง อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็เปลี่ยนท่าทีจากเมื่อก่อน พยายามประจบประแจงชุ่ยเหนียงเป็นอย่างมาก ทั้งยังจัดห้องให้กับชุ่ยเหนียงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นห้องที่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์มาอยู่ก่อนหน้านี้นั่นเอง
ชุ่ยเหนียงยิ้มรับพร้อมเอ่ยขอบคุณ หลังปรนนิบัติผู้เฒ่าอวิ๋นเสร็จก็ไปพักผ่อนทันที แต่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่ได้ออกจากห้องของผู้เฒ่าอวิ๋น
“เจวียนเอ๋อร์ เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ?” ผู้เฒ่าอวิ๋นนั่งอยู่บนเตียง มองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์แล้วถาม
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์นั่งลงบนม้านั่งข้างหน้าต่างแล้วพูดว่า “ลูกก็แค่อยากมาขอคำปรึกษาจากท่านพ่อเจ้าค่ะ”
เจียงต้าไห่ถูกตัดสินโทษ เจียงเทียนเป่าก็พิการ แถมยังถูกขังอยู่ในคุกของศาลาว่าการอำเภอ ในใจของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้สึกไม่มั่นคง จึงมาขอคำปรึกษาจากบิดา เพื่อแสดงความเคารพต่อเขา
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกอิ่มเอมใจกับความรู้สึกนี้ ต้องรู้ว่านับตั้งแต่แยกบ้าน เขาก็ไม่ได้ออกคำสั่งอะไรในบ้านอีกเลย พูดไปก็ไม่มีใครฟัง
“เจ้าว่ามาสิ มีเรื่องอะไรที่ตัดสินใจไม่ได้ ต้องการให้พ่อช่วยออกความเห็น?”
เมื่ออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็รู้ว่ามีหวัง จึงรีบพูดว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ ต้าไห่ถูกจับตัวไป ศาลตัดสินให้เนรเทศไปใช้แรงงานที่หลิ่งหนาน… หลิ่งหนานเป็นสถานที่เช่นไรเล่า? ได้ยินว่ามีภูเขาล้อมรอบ มีแม่น้ำหลายสาย อากาศก็ชื้น มีแต่คนป่าเถื่อน…”
“เขาคงหมดหนทางแล้ว บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ไม่มีเงินมากพอไปไถ่ตัวเขา แต่… แต่ข้าก็ไม่อาจไปหลิ่งหนานกับเขาได้!”
พูดไปก็น้ำตาไหลพราก “อีกไม่นานหลิ่วจือก็โตพอที่จะแต่งงานแล้ว เถาจือเองอีกไม่กี่ปีก็ต้องแต่งงาน ต้าเป่ายังต้องพึ่งพาข้า ตอนนี้เทียนเป่าก็… ท่านพ่อ ท่านว่าชีวิตของลูกไยต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้หรือเจ้าคะ… ต่อไปข้าจะอยู่อย่างไร?”
นางร้องไห้จนผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกสะเทือนใจ ใช่แล้ว จะปล่อยให้บุตรสาวไปหลิ่งหนานได้อย่างไร นางก็ยังอายุไม่มาก เพิ่งสามสิบต้นๆ เอง
ผู้เฒ่าอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดว่า “งั้นพรุ่งนี้ไปเยี่ยมเจียงต้าไห่ที่คุก ขอใบหย่าจากเขามาเสีย”
เดิมทีอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็คิดแบบนี้อยู่แล้ว สามีภรรยาเปรียบเสมือนนกที่เกาะกิ่งไม้เดียวกัน เมื่อเกิดเรื่องก็ต่างคนต่างบินหนี ยิ่งไปกว่านั้น นางให้กำเนิดลูกชายลูกสาวให้เจียงต้าไห่ แต่ทุกครั้งที่เขาเมาสุราก็มักจะตบตีนาง
หากไม่ใช่เพราะถูกเจียงต้าไห่ทุบตีตอนตั้งครรภ์ เจียงต้าเป่าคงไม่คลอดออกมาเป็นเด็กปัญญาอ่อน!
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่มีความรู้สึกผูกพันกับเจียงต้าไห่แม้แต่น้อย ตอนนี้เขาตกต่ำ นางก็ไม่คิดจะอยู่เคียงข้างเขา
แต่นางกลับพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “แต่ท่านพ่อเจ้าคะ หากหย่าขาดจากกันแล้ว พวกเราแม่ลูกจะไปอยู่ที่ใดเล่า? บ้านหลังนี้รวมถึงร้านค้า ล้วนเป็นของเจียงต้าไห่”
ผู้เฒ่าอวิ๋นกล่าว “เจ้าลืมสัญญาหนี้ที่เจียงต้าไห่เขียนไว้ให้กับหมู่บ้านแล้วหรือ? ตอนนี้เขาถูกตัดสินโทษ ไม่มีเงินมาคืนให้กับหมู่บ้าน อีกไม่นานคนในหมู่บ้านก็ต้องมายึดบ้านหลังนี้เป็นแน่”
“ข้าว่า หย่าขาดจากเจียงต้าไห่ไปเสียเถิด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พรุ่งนี้เจ้าต้องรีบขายข้าวของในบ้านหลังนี้ออกไปให้หมด ร้านค้าไม่สามารถขายได้ในทันที เช่นนั้นก็ลดราคาขายขาดทุนไปเลย เก็บเงินสดไว้ในมือดีกว่า”
“มิฉะนั้นรอให้ทางหมู่บ้านมายึดบ้านยึดร้าน คงไม่ทันการณ์แล้ว ส่วนเรื่องที่อยู่ ต่อไปนี้เจ้าก็พาลูกๆ กลับไปอยู่ที่บ้านหลังเดิม อาศัยอยู่ในห้องของน้องสี่ของเจ้าไปก่อน”
สมองของผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่ได้ช้า ของในบ้านขายออกไปก็น่าจะได้เงินมาจำนวนหนึ่ง
“เจวียนเอ๋อร์ เจ้าบอกพ่อมาตามตรง ในมือเจ้ายังมีเงินเหลืออีกเท่าไร?”