ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 193 ซื้อลูกสาวแท้ๆ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 193 ซื้อลูกสาวแท้ๆ
เดิมทีเจียงต้าไห่คิดว่าเมื่อแย่งเงินจากอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ได้แล้วก็นำไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวเขาได้ ชีวิตของเขาคงจะสบายขึ้นบ้าง แต่เขากลับประเมินความละโมบของผู้คุมต่ำเกินไป
เจียงต้าไห่ทรุดตัวนั่งบนพื้นด้วยความสิ้นหวัง มองดูพวกผู้คุมแบ่งเงินกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม… ฝ่ายอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ที่ถูกโยนออกมาจากคุกก็ตกอยู่ในสภาพไร้วิญญาณ ตอนนี้นางไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียว
ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะเข้าไปในคุกนางต้องเอาเศษเงินทั้งหมดที่มีติดตัวจ่ายออกไป บัดนี้อย่าว่าแต่เงินทั้งหมดของนางถูกเจียงต้าไห่แย่งชิงไปจนหมด แม้แต่หนังสือหย่าก็ไม่ได้
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่รู้ว่าตนเองกลับมาถึงบ้านได้อย่างไร นางเพิ่งจะโผล่หน้าเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงร้องไห้แหลมสูงของเจียงเถาจือดังขึ้น “ท่านแม่ ท่านแม่กลับมาแล้ว”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ได้สติกลับคืนมา ก็เห็นคนสองกลุ่มรวมตัวกันอยู่หน้าบ้านของนาง กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของผู้นำตระกูลเจียง อีกกลุ่มหนึ่งคือผู้นำตระกูลอวิ๋นและผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านไหวซู่
ผู้นำตระกูลเจียงต้องการขนย้ายสินค้าในร้านไป ผู้นำตระกูลอวิ๋นและผู้ใหญ่บ้านไหวซู่ย่อมไม่ยอม ทั้งยังนำสัญญาค้ำประกันของเจียงต้าไห่ออกมา
หลักฐานและเหตุผลชัดเจน พวกเขายังให้คนไปตามหัวหน้าตำบลมาอีกด้วย เมื่อวานหัวหน้าตำบลถูกหวังกุ้ยวางยาทำให้สลบไปทั้งวัน
เมื่อตื่นขึ้นมา อำเภอก็นำคนกลับไปที่ศาลาว่าการแล้ว หัวหน้าตำบลที่ได้ฟังลูกน้องรายงานเรื่องราวทั้งหมดก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก รีบเตรียมเงินแล้วรีบไปที่ศาลาว่าการในคืนนั้น
ของกำนัลมากมาย บวกกับตัวเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีของหวังกุ้ย นายอำเภอจึงไม่ได้เอาผิด ปล่อยให้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าตำบลต่อไป
หัวหน้าตำบลถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้ถูกอวิ๋นเจียชางส่งคนมาตาม เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากทั้งสองฝ่าย ก็เข้าข้างอวิ๋นเจียชางทันที ซึ่งเป็นธรรมดาที่ต้องเข้าข้าง เพราะคนตำแหน่งเล็กๆ อย่างเขามักต้องสังเกตสีหน้าและคาดเดาความต้องการของผู้บังคับบัญชา
เมื่อวานนี้ในคดีของหวังกุ้ยและเจียงต้าไห่ ทัศนคติที่นายอำเภอแสดงออกมาทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าตระกูลอวิ๋นนี้ต้องมีผู้มีอำนาจหนุนหลังอย่างแน่นอน หาไม่แล้ว นายอำเภอเป็นคนเช่นไร มีหรือที่เขาจะไม่รู้?
เขาจะตัดสินคดีให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวได้รวดเร็วปานฟ้าผ่าเช่นนี้หรือ? นับเป็นเรื่องแปลกใหม่โดยแท้ หากบอกว่าไม่มีเบื้องหลัง เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
เมื่อทั้งสองฝ่ายพูดจบ หัวหน้าตำบลก็กระแอมแล้วพูดว่า “เจียงเฮ่อ ทางหมู่บ้านไหวซู่มีสัญญาค้ำประกันของเจียงต้าไห่ และสัญญาฉบับนี้ก็ประทับตราของศาลาว่าการอำเภอแล้ว ในเมื่อเจียงต้าไห่ก่อเรื่องจนถูกจับและถูกตัดสินโทษแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านไหวซู่ย่อมมีสิทธิ์รับช่วงทรัพย์สินทั้งหมดของเจียงต้าไห่ตามสัญญาฉบับนี้”
“เรื่องนี้ต่อให้ไปพูดที่ศาลาว่าการอำเภอ ท่านนายอำเภอก็ต้องตัดสินเช่นนี้ หากเจ้าจะขนย้ายสินค้าไป ก็ไปเจรจากับพวกเขาดูว่าเขาจะขายให้เจ้าหรือไม่ และขายในราคาเท่าไร”
เขานำเจ้าหน้าที่รักษาความสงบมาด้วย แถมยังเอ่ยปากเช่นนี้ ผู้นำตระกูลเจียงอย่างเจียงเฮ่อจึงไม่กล้าแย่งชิงกับอวิ๋นเจียชางอีกต่อไป
แต่เขาก็เสียเงินไปสิบตำลึงแล้ว ไม่อาจปล่อยให้สูญเปล่าได้ ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เห็นอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เขาก็รีบเรียกร้องให้คืนเงิน
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เห็นผู้นำตระกูลเจียงก็กลัวความแตก นางหันหลังเตรียมวิ่งหนีทันที แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกคนตระกูลเจียงขวางทางไว้และลากกลับมาได้
เจียงเฮ่อผู้นำตระกูลเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เจ้านี่ช่างบังอาจนัก รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งของพวกนี้ค้ำประกันไว้กับหมู่บ้านไหวซู่แล้วยังกล้ามาหลอกเงินจากข้า วันนี้หากเจ้าคืนเงินสิบตำลึงมา ข้าจะไม่เอาเรื่องเอาราว หากไม่คืน ข้าจะขายเจ้าเพื่อชดใช้หนี้!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตระหนกจนทรุดฮวบลงไปกับพื้น นางไม่ได้รับหนังสือหย่า ถือว่ายังเป็นคนของตระกูลเจียง ผู้นำตระกูลเจียงมีสิทธิ์ขายนางแทนเจียงต้าไห่
นางรีบคุกเข่าลงอ้อนวอน “ท่านปู่ใหญ่ ข้าขอร้องท่าน โปรดเห็นแก่ข้ากับลูกๆ ด้วยเถิด โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะคืนเงินให้ท่าน ขอเวลาข้าอีกหน่อย ข้าหาเงินครบเมื่อไรจะรีบนำมาคืนท่าน”
เจียงเฮ่อไม่สะทกสะท้าน แม้แต่คนตระกูลเจียงคนอื่นๆ ก็มองดูด้วยสายตาเย็นชา อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงได้แต่หันไปขอร้องผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ ข้าขอร้องท่าน ช่วยลูกด้วยเจ้าค่ะ ท่านพ่อข้าขอร้อง!”
ทว่าหัวใจของผู้เฒ่าอวิ๋นกลับเย็นเยียบ เขาจ้องมองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ด้วยแววตาผิดหวัง “เมื่อวานนี้เจ้าบอกว่าจะให้ข้าเป็นคนจัดการสินค้าในร้านกับเครื่องเรือนในบ้านเองไม่ใช่หรือ ไหนว่าให้ข้าเป็นคนขายเองไงเล่า? มิน่าละ ที่เจ้าตื่นเช้าขนาดนี้ ข้ายังคิดว่าไปเยี่ยมเจียงต้าไห่ที่ศาลาว่าการ ที่แท้ก็รีบมาขายของตัดหน้าข้า เจวียนเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าพ่อโง่หรือไร?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม รีบอธิบาย “ท่านพ่อ ลูกแค่คิดว่าเจียงต้าไห่เป็นคนของตระกูลเจียง จะขายสินค้าราคาถูกให้คนนอกก็ขาย ขายให้ตระกูลเจียงก็ขายเหมือนกัน”
“อีกอย่าง เทียนเป่า ต้าเป่า หลิ่วจือกับเถาจือต่างก็แซ่เจียง จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากตระกูล ลูกจึงไปหาผู้นำตระกูล ท่านพ่อ เงินก้อนนี้ลูกรอที่จะมอบให้ท่านหลังจากกลับมา แต่…”
ผู้เฒ่าอวิ๋นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่อะไร?”
“แต่ถูกเจียงต้าไห่แย่งไปหมดแล้วเจ้าค่ะ! เขาหลอกว่าจะบอกที่ซ่อนเงินให้ข้า บอกให้ข้าเข้าไปใกล้… แล้วเขาก็แย่งเงินของข้าไปหมดเลย! เขารู้ว่าลูกชอบซ่อนเงินไว้กับตัว… ท่านพ่อดูสิ รอยที่คอข้านี่ก็โดนเขาบีบตอนแย่งเงิน”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ร้องไห้ฟูมฟาย นางไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าตนเองจะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ท่านพ่อ ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะ ช่วยลูกด้วย! ข้าขอร้องท่าน!” อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์โขกศีรษะจนแตก
ผู้เฒ่าอวิ๋นหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เขามองเจียงเฮ่อแล้วพูดว่า “หากเจ้าอยากขายคนก็ขายไปเถิด ลูกสาวแต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ข้าก็ทำอะไรไม่ได้”
“แต่นางเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของเจ้า!” ความจริงแล้วที่เจียงเฮ่อพูดว่าเขาจะขายอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็เพราะอยากบังคับให้นางหรือพ่อของนางคืนเงินเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าพ่อของนางจะใจร้ายถึงเพียงนี้
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์มองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยแววตาสิ้นหวัง ความแค้นในใจพลุ่งพล่าน ใช่แล้ว นางเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขานะ ทว่าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ลืมคิดไปว่าอวิ๋นโส่วเย่าก็เป็นลูกชายแท้ๆ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ก็เป็นหลานสาวแท้ๆ เช่นกัน แต่อวิ๋นเจียชางเคยใส่ใจคนไหนบ้างเล่า?
ผู้เฒ่าอวิ๋นปรายตามองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ที่หน้าบวมเหมือนหัวหมู แล้วพูดว่า “หากจะขายก็ขายไปเถิด ข้ายอมจ่ายเงินห้าตำลึงซื้อนาง ตกลงก็ตกลง ไม่ตกลงก็พานางไปถามบ้านอื่น”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์มีสภาพอย่างนี้ ขายได้สองตำลึงก็ถือว่าบุญแล้ว การที่ผู้เฒ่าอวิ๋นยอมจ่ายเงินห้าตำลึง ก็เพราะเห็นแก่นางที่เป็นลูกสาวแท้ๆ
เมื่อสามารถกู้เงินห้าตำลึงกลับมาได้ เจียงเฮ่อก็ยอมรับ เขียนสัญญาขายตัวทันที ทว่าผู้เฒ่าอวิ๋นไม่มีเงินติดตัว เขาจึงอยากจะขอติดเงินไว้ก่อน แต่เจียงเฮ่อไม่ยอม เพราะหลังจากนี้การทวงหนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
ชุ่ยเหนียงจึงถอดกำไลเงินที่ข้อมือออก รวมถึงปิ่นปักผมบนศีรษะแล้วยื่นให้ผู้เฒ่าอวิ๋น รวบรวมเงินได้ห้าตำลึงพอดี เจียงเฮ่อรับเงินแล้วพาคนตระกูลเจียงจากไป
การซื้อลูกสาวแท้ๆ ของตนเองเช่นนี้ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน อย่างมากก็แค่จ่ายเงินไปไถ่ตัวจากตระกูลสามี ไหนเลยจะเคยเห็นการซื้อลูกสาวแท้ๆ ของตนเองแล้วยังมีสัญญาขายตัวด้วย
ละครฉากนี้ทำเอาญาติตระกูลอวิ๋นและชาวบ้านที่มามุงดูได้เปิดหูเปิดตาโดยแท้
ผู้เฒ่าอวิ๋นฉวยโอกาสที่ผู้คนยังไม่สลายตัวพูดกับอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ว่า “เจวียนเอ๋อร์ เจ้าอย่าโทษพ่อเลย ในเมื่อเงินของเจ้าถูกเจียงต้าไห่แย่งชิงไปหมดแล้ว เช่นนั้นก็คงยังไม่ได้หย่ากับมัน”
“พ่อก็จนใจ จึงได้ใช้แผนการนี้ ซื้อตัวเจ้ามา มีสัญญาขายตัวแล้ว เจ้าก็ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเจียงอีก ต่อไปพวกมันจะไม่มีทางมาวุ่นวายกับเจ้าได้”