ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 192 แผนการของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 192 แผนการของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยก็ดังขึ้นในใจของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ นางรู้จักผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อดี นางรู้ว่าหากตนเองอยากกลับมาอยู่ที่บ้านเดิม จะต้องเสียเงินเสียทองเป็นแน่
แต่นิสัยของผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อนั้น นางก็รู้ดีว่าเป็นเช่นไร พวกเขาไม่ต่างอะไรกับปลิงที่คอยแต่จะสูบเลือดเนื้อของทุกคนในครอบครัวจนแห้งเหือด เพื่อไปปรนเปรออวิ๋นโส่วหลี่บุตรชายคนเล็ก
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “ท่านพ่อ ตลอดหลายปีมานี้เจียงต้าไห่เป็นคนเก็บเงินทั้งหมด ข้าเก็บไว้ได้เพียงสี่ตำลึงเท่านั้นเจ้าค่ะ”
ทันทีที่นางพูดจบ ก็เห็นแววตาผิดหวังวาบผ่านไปอย่างรวดเร็วในดวงตาของผู้เฒ่าอวิ๋น
ผู้เฒ่าอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ช่างเถิด สี่ตำลึงก็มากพอแล้ว หากอยากให้เจียงต้าไห่เขียนหนังสือหย่าให้ ถ้าไม่มีเงินก็คงเป็นไปไม่ได้”
เจียงต้าไห่กำลังจะถูกส่งตัวไปหลิ่งหนาน หากอยากจะทรมานน้อยลงระหว่างทาง ก็ต้องใช้เงินทองในการติดสินบน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์หรือผู้เฒ่าอวิ๋น ต่างก็มั่นใจว่าเจียงต้าไห่ต้องยอมเขียนหนังสือหย่าให้เพื่อแลกกับเงินอย่างแน่นอน
จากนั้นผู้เฒ่าอวิ๋นก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เจวียนเอ๋อร์ เจ้าเองก็รู้ดีว่าท่านแม่ของเจ้าเป็นคนเช่นไร หากไม่ให้เงินนางสักหน่อย เรื่องที่เจ้าจะกลับไปอยู่ที่บ้าน คงจะ…”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบพูด “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ของทุกอย่างในบ้านท่านเอาไปขายได้เลย เงินที่ได้ข้ายกให้ท่านทั้งหมด ข้าไม่เอาสักอีแปะเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงเผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด เขารีบปลอบใจอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ “เจ้าไม่ต้องกังวล พ่อกับแม่ไม่ได้โลภเงินทองของเจ้า เงินพวกนี้ล้วนเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนให้เจ้าห้า”
“รอให้เจ้าห้าสอบเป็นซิ่วไฉ ได้เป็นขุนนาง ไม่เพียงแต่เรื่องแต่งงานของเถาจือกับหลิ่วจือจะง่ายขึ้นแล้ว น้องชายของเจ้ายังเป็นคนรักครอบครัว คงไม่ลืมความดีของเจ้าอย่างแน่นอน”
รักครอบครัวอย่างนั้นหรือ? อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์หัวเราะเยาะในใจ น้องชายของนางคนนี้ หากมีความรักครอบครัวอยู่บ้าง วันนี้ที่เกิดเหตุการณ์ใหญ่โตขึ้น เขาคงจะได้ยินบ้างกระมัง?
ตัวเขาอยู่ในตำบลแท้ๆ กลับไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยสักครั้ง ไม่คิดจะมาเยี่ยมนางเลยแม้แต่น้อย
แต่ปากของนางกลับเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “เช่นนั้นข้าต้องขอขอบคุณท่านพ่อล่วงหน้า ทุกคำที่ท่านพ่อพูดข้าเข้าใจดีเจ้าค่ะ เรื่องเรียนของเจ้าห้าเป็นเรื่องใหญ่ หากเขาสอบเป็นซิ่วไฉได้ ข้าก็จะได้มีหน้ามีตาไปด้วย เช่นนั้นก็น่าภาคภูมิใจไม่น้อย”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพอใจในท่าทีของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เป็นอย่างมาก เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า หากลูกชายคนอื่นๆ ของเขามีความเข้าใจเขามากเท่าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์บ้างก็คงจะดี
“เจ้าเป็นเด็กดีจริงๆ เจวียนเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวล ต่อไปนี้พ่อจะดูแลเจ้าเอง นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ยังมีอะไรต้องทำอีกมากมาย เจ้ารีบเข้านอนเสียเถิด”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านเองก็พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”
หลังจากที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กลับเข้าห้องนอนแล้ว นางก็จัดเก็บของบนหัวเตียงออก ก่อนจะค่อยๆ ขยับเตียงออก นางหยิบตั๋วเงินหลายใบและเศษเงินออกมาจากรูเล็กๆ บนผนัง
นางบังเอิญเจอว่าเจียงต้าไห่ซ่อนเงินเอาไว้ที่นี่ นางทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาตลอด ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้เงินพวกนี้ แต่รอให้เจียงต้าไห่นำเงินอีกหนึ่งพันตำลึงมาซ่อนไว้ก่อน จากนั้นนางจึงค่อยลงมือ
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ซ่อนเงินเรียบร้อยแล้วจึงเข้านอนแต่หัวค่ำ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ออกจากบ้าน
เจียงต้าไห่เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ แต่ในตำบลไป๋อวิ๋นแห่งนี้ ยังมีผู้อาวุโสตระกูลเจียงอยู่ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตรงไปหาหัวหน้าตระกูลเจียง ขายสินค้าทั้งหมดในร้านของเจียงต้าไห่ในราคาถูก
เงื่อนไขข้อหนึ่งในการขายของราคาถูกก็คือ หัวหน้าตระกูลเจียงต้องไปขนของเอง ห้ามเปิดเผยว่าเกี่ยวข้องกับนางเป็นอันขาด
แท้จริงแล้ว หากเจียงต้าไห่ไม่มีลูกชายสองคน หัวหน้าตระกูลเจียงคงไม่สนใจอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์แม้แต่น้อย ไม่ให้เงินนางแม้แต่อีแปะเดียว และฮุบสมบัติของเจียงต้าไห่ไว้ทั้งหมด
ฉะนั้นเงื่อนไขของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับหัวหน้าตระกูลเจียง
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รับตั๋วเงินสิบตำลึงมาจากหัวหน้าตระกูลเจียง สินค้าทั้งร้าน นางขายไปเพียงสิบตำลึงเท่านั้น แต่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กลับไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย เพราะหากนางไม่ขาย ก็จะไม่ได้เงินแม้แต่ตำลึงเดียว!
หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ตรงไปที่ศาลาว่าการอำเภอ หลังจากที่ติดสินบนด้วยเงินเล็กน้อย นางก็ได้พบกับเจียงต้าไห่
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์คือฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายของเจียงต้าไห่ เมื่อได้พบกับอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เจียงต้าไห่ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่ออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์บอกว่าจะให้เงินสิบตำลึงเพื่อแลกกับหนังสือหย่า หัวใจของเจียงต้าไห่ก็พลันเย็นยะเยือก ความดีใจทั้งหมดมลายหายไปจนหมดสิ้น
แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นพ่อค้า มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอยู่มาก
เมื่อเห็นว่าเขาเงียบ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็เร่งด้วยความหงุดหงิด “เจ้ารีบตกลงสักที ข้ารอจะเอาหนังสือหย่า เจียงต้าไห่ ตอนนี้เจ้าอยู่ในสภาพนี้ ชีวิตนี้ถือว่าจบสิ้นแล้ว คิดถึงลูกชาย คิดถึงลูกสาวของเจ้าบ้างเถิด! ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราหย่ากันแล้ว เจ้าถูกส่งตัวไปหลิ่งหนาน บางทีสตรีที่นั่นอาจจะถูกใจเจ้าก็ได้ ยังมีโอกาสแต่งงานใหม่ได้”
เจียงต้าไห่เหลือบมองหน้าอกอวบอิ่มของนางก่อนจะถอนหายใจ “เจวียนเอ๋อร์ หย่าก็หย่า ขอเพียงเจ้ากับลูกๆ อยู่สุขสบายก็พอ เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้ามีเรื่องจะบอก”
หลังจากที่พูดจบ เจียงต้าไห่ก็มองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาก็ขยับปากพูดว่า “ข้ายังซ่อนเงินเอาไว้อีกที่หนึ่ง”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตกตะลึง นางเกือบจะหลุดปากพูดออกไปว่านางรู้ที่ซ่อนเงินแล้ว แต่ก็กลัวว่าเจียงต้าไห่จะโกรธจนไม่ยอมเขียนหนังสือหย่าให้
นางจึงเดินเข้าไปใกล้กรงขัง ยื่นหูเข้าไปใกล้ๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เจียงต้าไห่ก็ยื่นมือออกมาจากกรงขัง บีบคอของนางแน่น ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ดึงเอาถุงเงินออกมา
เจียงต้าไห่กระชากอย่างแรง จนเชือกที่ผูกถุงเงินไว้ที่คอของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ขาดสะบั้น เขาเปิดถุงเงินออก ก็เห็นตั๋วเงินหลายใบและเศษเงิน
“แค่กๆๆ…” หลังจากที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ถูกปล่อยตัว นางก็ไอออกมาไม่หยุด
เจียงต้าไห่ยกถุงเงินในมือขึ้น แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมโหด “อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ อยากจะหย่าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!”
ใบหน้าของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ซีดเผือด เงินที่ได้จากการขายสินค้าราคาถูกสิบตำลึงก็อยู่ในนั้นด้วย!
นางมองเจียงต้าไห่ด้วยแววตาสิ้นหวังและไม่ยอมแพ้ “เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
เจียงต้าไห่พูดอย่างดูถูก “เรานอนร่วมเตียงกันมาเกือบยี่สิบปี ข้าจะไม่รู้นิสัยเจ้าหรือ? หากเจ้าหาเงินที่ข้าซ่อนไว้ไม่เจอ เจ้าคงไม่กล้าพูดเรื่องหย่าเป็นแน่ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เจ้าร้ายก่อน ก็อย่าโทษที่ข้าร้ายกลับ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ชอบเอาเงินซ่อนไว้ในอกเสื้อ เพราะหน้าอกของนางใหญ่ จึงสามารถซ่อนถุงเงินไว้ได้อย่างแนบเนียน เจียงต้าไห่แค่อยากลองเสี่ยงดู ไม่คิดว่าจะแย่งเงินคืนมาได้จริงๆ
แต่เมื่อเหลือบมองตั๋วเงินในถุงเงิน นี่มันเงินที่เขาซ่อนเอาไว้ไม่ใช่หรือ ยัยผู้หญิงสารเลวคนนี้หาเจอจนได้ มิน่าล่ะ นางถึงกล้าพูดเรื่องหย่าอย่างมั่นใจ
พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของผู้คุม เห็นเพียงผู้คุมสองคนเดินเข้ามา ลากตัวอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ออกไปโดยไม่สนใจว่าชายหญิงมิควรใกล้ชิดกัน จากนั้นก็โยนนางออกไปนอกห้องขัง
พร้อมกันนั้น ผู้คุมอีกสองคนก็แย่งถุงเงินที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ซ่อนเอาไว้จากมือของเจียงต้าไห่
ผู้คุมทั้งสองเปิดถุงเงินออกดู ทันใดนั้นก็หัวเราะร่า “โอ้โห มีตั้งร้อยยี่สิบตำลึงแน่ะ!”
“พวกเรามาแบ่งเท่าๆ กัน เศษเงินที่เหลือก็เอาไปซื้อเหล้าซื้อเนื้อกิน วันนี้พวกเรารวยแล้ว ต้องฉลองกันหน่อย”