ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 195 จุดจบของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 195 จุดจบของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
ดวงตาอวิ๋นเหมยเอ๋อร์พลันเป็นประกาย นางหันไปปรึกษากับเถาซื่อ “ท่านแม่ หรือว่า… ให้ท่านไปขอจากพี่ใหญ่ดีกว่า พี่ใหญ่กับพี่ภรรยาหัวอ่อน ควบคุมง่าย”
เถาซื่อเองก็ลังเลเล็กน้อย แต่พอคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็หมดกำลังใจ “หากเป็นเมื่อก่อนก็คงทำได้ เจ้าใหญ่ย่อมไม่กล้าขัดใจข้า แต่หลังจากเรื่องเมื่อวาน บุตรชายทั้งสองของบ้านเจ้าใหญ่เกือบถูกจับขัง เจ้าไม่เห็นหรือว่า พวกเขาโกรธข้าไปด้วย นับตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ พวกเขาไม่แม้แต่จะเรียกข้าว่าแม่สักคำ”
นั่นสิ เมื่อวานบุตรชายทั้งสองของพวกเขาเกือบถูกใส่ร้ายป้ายสี ความโกรธแค้นนี้ยังไม่จางหาย ท่านแม่คงไปเอาอะไรจากพวกเขาไม่ได้ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์แทบอยากจะฉีกอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เป็นชิ้นๆ
“ทั้งหมดเป็นเพราะนางตัวซวยอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ ท่านแม่เจ้าคะ พวกเราจะปล่อยนางไปไม่ได้นะ!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เพิ่งพูดจบ เสียงก็ดังมาจากข้างนอก “นายท่านผู้เฒ่า ค่อยๆ เดินนะเจ้าคะ”
“เถาจือ ช่วยแม่ถือของหน่อย หลิ่วจือ ยัยเด็กโง่นี่หายไปไหน รีบมาช่วยแม่ยกของเร็วเข้า!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์กับเถาซื่อสบตากัน รีบลุกจากเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องโถง เถาซื่อพุ่งเข้าหาอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ทันที “ข้าจะตีเจ้า นางตัวซวย เจ้ากลับมาทำไม? ลูกอกตัญญู หากไม่ใช่เพราะเจ้า บ้านเจ้าสามจะตัดขาดจากข้าหรือ? นังโสเภณีอกตัญญู กล้าดียังไงมาเหยียบที่นี่อีก หาที่ตายหรือไง?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบหลบหลังผู้เฒ่าอวิ๋น ผู้เฒ่าอวิ๋นตวาด “พอได้แล้ว! ยังจะส่งเสียงดังอะไรอีก ยังขายหน้าไม่พอหรือยังไง?”
เรื่องที่เถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ทิ้งเขาไว้ แล้วหนีกลับบ้านมาก่อน ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินดังนั้น เถาซื่อก็นั่งลงกับพื้น ร้องห่มร้องไห้ “ทำไมชีวิตข้าถึงได้น่าสงสารเช่นนี้ ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ตาแก่นี่จะช่วยคนนอกรังแกข้าให้ตายหรือไง?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นตวาด “อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เป็นลูกสาวแท้ๆ ของเจ้า เรียกว่าคนนอกได้ยังไง? ยายแก่ใจร้าย เจ้ายังไม่เลิกราอีกหรือ?”
เถาซื่อต่อว่า “ลูกสาวแท้ๆ อะไรกัน นางคือตัวซวย หากไม่ใช่เพราะนางกับเจียงต้าไห่มายุยงส่งเสริม คิดแผนชั่วร้าย เจ้าสามจะตัดขาดจากพวกเราหรือ ตาแก่ เจ้าไม่รู้หรือว่า บ้านใหญ่กับบ้านสามร่ำรวยขึ้นมาก็ไม่เห็นหัวพ่อแม่ ที่มันเป็นแบบนี้เพราะใคร? ก็เพราะอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ นางตัวซวยนี่ยังไงเล่า!”
การพูดถึงเรื่องที่อวิ๋นโส่วเย่าตัดขาดจากครอบครัว ก็ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำบาดแผลในใจของผู้เฒ่าอวิ๋น ความสงสารที่มีต่ออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็มลายหายไปในพริบตา ทว่าเขาก็ไม่อาจทิ้งอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไปได้ ใบหน้าแก่ชราของเขาไม่อาจทนความอับอายขายหน้าได้อีกแล้ว
“ร่ำรวยอะไรกัน บ้านเจ้าใหญ่กับบ้านเจ้าสามติดตามเจ้ารองก็แค่มีกินมีใช้”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เอ่ยด้วยความอิจฉา “ท่านพ่อ ท่านยังไม่รู้หรือเจ้าคะ เช้านี้เจิ้นหย่วนโหวส่งคนมาที่บ้านพี่ใหญ่กับบ้านพี่สาม เพื่อมอบของขวัญมากมาย มีหีบสมบัติตั้งหลายใบนะเจ้าคะ”
“แค่นั้นยังไม่พอ ทุกคนต่างเห็นเป็นพยาน มีทั้งเงินและของมีค่ามากมาย มูลค่าถึงสองร้อยตำลึงเชียวนะเจ้าคะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเบิกตากว้าง “เหมยเอ๋อร์… เจ้าพูดอะไร? เจ้าล้อข้าเล่นหรือ?” ต่อให้ตีเขาตาย เขาก็ไม่เชื่อเด็ดขาด!
ทุกคนในละแวกนี้รู้ดีว่าในหมู่บ้านหยางหลิ่วมีท่านโหวอาศัยอยู่ ท่านโหวเชียวนะ บ้านเจ้าใหญ่กับบ้านเจ้าสามจะไปเกี่ยวข้องกับท่านโหวได้อย่างไร?
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์พูดประชด “ท่านพ่อ หากไม่เชื่อ ท่านออกไปถามชาวบ้านดูสิเจ้าคะ พวกเขาเห็นกันทั้งนั้น”
แบบนี้ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ หัวใจของผู้เฒ่าอวิ๋นเหมือนถูกเกลือโรย เจ็บแปลบๆ หากไม่มีเรื่องของเหลียนเอ๋อร์ หากไม่มีเรื่องของฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงเมื่อวานนี้ เขาในฐานะบิดาเอ่ยปากสักคำ บ้านใหญ่กับบ้านสามคงยอมควักเงินออกมาบ้าง แต่นี่…
ผู้เฒ่าอวิ๋นเหลือบมองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ รู้สึกว่าคำด่าของเถาซื่อนั้นถูกต้อง นางเป็นตัวซวยจริงๆ
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดด้วยสีหน้าหม่นหมอง “ให้อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับลูกๆ ทั้งสามคนอาศัยที่ห้องเจ้าสี่ ส่วนห้องเก็บฟืนด้านหลังให้ต้าเป่าพัก ต่อไปนี้เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เจ้าจัดการแบ่งสันปันส่วนเอาเอง”
ชุ่ยเหนียงเอ่ย “นายท่านผู้เฒ่าเจ้าคะ ท่านพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปเก็บข้าวของของเสี่ยวหู่ แต่ว่า… จะให้เสี่ยวหู่นอนที่ไหนหรือเจ้าคะ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นลืมหลานชายคนนี้ไปเสียสนิท เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ห้องเก็บฟืนด้านหลังยังว่างอีกหนึ่งห้อง ให้เสี่ยวหู่นอนที่นั่นก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเก็บกวาดเดี๋ยวนี้”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูด “มีคนทำให้แล้ว ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก”
เดิมทีเถาซื่ออยากจะไล่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ออกไป แต่พอเห็นว่าผู้เฒ่าอวิ๋นมีคนปรนนิบัติดูแล แต่นางกลับไม่มี บวกกับประโยคเมื่อครู่ของผู้เฒ่าอวิ๋น นางจึงเปลี่ยนใจ
“อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ ได้ยินที่พ่อเจ้าพูดหรือไม่ รีบไปเก็บกวาดห้องเก็บฟืนเดี๋ยวนี้ เถาจือไปก่อไฟทำกับข้าว หลิ่วจือไปให้อาหารหมู พวกเจ้ามันตัวขี้เกียจ ยังยืนบื้ออยู่อีก จะให้ยายแก่เช่นข้าลงมือทำเองหรือ?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ท่านแม่ อย่างน้อยก็ให้ข้าเก็บข้าวของเครื่องใช้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์รีบพูดแทรก “พี่หญิง ท่านไม่เชื่อฟังคำพูดของท่านแม่หรือเจ้าคะ? เรื่องเก็บของก็ยังมีข้ากับท่านแม่คอยช่วยอยู่”
“หากไม่ทำงาน ก็ไสหัวออกไปจากบ้านตระกูลอวิ๋นซะ! บ้านตระกูลอวิ๋นไม่เลี้ยงคนขี้เกียจ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับลูกๆ ตกใจ รีบไปทำงานทันที เจียงต้าไห่เป็นพ่อค้า สภาพความเป็นอยู่ที่บ้านย่อมดีกว่าชาวบ้านทั่วไปมาก เสื้อผ้าเครื่องประดับของบุตรสาวทั้งสองก็ไม่ธรรมดา
เถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ขนย้ายของมีค่าทั้งหมดไปไว้ที่ห้องหลัก จากนั้นจึงค่อยแบ่งกัน ส่วนเสื้อผ้าสวยๆ ของหลิ่วจือกับเถาจือ ล้วนถูกอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ยึดไปหมด
ผ้าห่มผ้านวมก็ถูกเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์แบ่งกันไป ส่วนเถาซื่อก็โยนผ้าห่มผืนเก่าๆ สองผืนไปที่ห้องเดิมของโส่วจู่ ส่วนข้าวสารน้ำมันก็ถูกคล้องกุญแจไว้ หากเถาจือต้องการใช้ ต้องให้เถาซื่อไขกุญแจให้
ชีวิตของครอบครัวอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ จากที่เคยสุขสบายแบบฉบับครอบครัวพ่อค้า ก็ร่วงลงมาใช้ชีวิตอย่างลำบากยากเข็ญเหมือนจ้าวซื่อกับเฉาซื่อเมื่อก่อนไม่มีผิด ถูกเถาซื่อกดขี่ข่มเหงทุกวัน พอตกดึกกลับเข้าไปในห้องก็ได้แต่นั่งร้องไห้อย่างน่าสงสาร
ส่วนเจียงต้าเป่ากลับไม่โดนอดอาหาร เพราะเขาเป็นคนโง่ แถมยังมีเรี่ยวแรงเยอะ หากไม่ได้กินอิ่มก็จะโวยวายไม่หยุด เถาซื่อจึงไม่กล้าทำอะไรเขา แม้แต่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก็ยังกลัวเขา
เถาซื่อทำได้เพียงให้เขากินข้าวหยาบๆ จนอิ่มทุกมื้อ ส่วนของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับลูกสาวทั้งสอง นางกลับลดปริมาณอาหารลงอย่างมาก ซึ่งนี่ล้วนเป็นเรื่องราวในภายหลัง
ส่วนชุ่ยเหนียงหลังจากกลับมาแล้ว ตอนเที่ยงขณะที่ไปเอาข้าวเที่ยงที่บ้านของอวิ๋นเจียว ก็ได้มอบสิ่งของอย่างหนึ่งให้กับฟางซื่อ
“ฮูหยินเจ้าคะ เมื่อคืนบ่าวไปที่บ้านของเจียงต้าไห่ บังเอิญเจอสิ่งนี้ในห้องที่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เคยพัก” ฟางซื่อขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งของชิ้นนั้น นางพูดว่า “เผามันทิ้งเถิด”
ชุ่ยเหนียงรับคำแล้วเดินออกไป นางเดินตรงไปที่ห้องครัว โยนห่อกระดาษน้ำมันเข้าไปในเตาไฟ เพลิงลุกไหม้ห่อกระดาษน้ำมันเผยให้เห็นรองเท้าผู้ชายคู่เก่าๆ ไม่นานรองเท้าคู่เก่าก็ถูกไฟไหม้เป็นเถ้าถ่าน
อวิ๋นเจียวไม่รู้เรื่องนี้ นางกำลังขบคิดว่าจะส่งอะไรเป็นของขวัญให้กับฉู่อี้ดี เพราะครั้งนี้หากไม่มีเขาคอยช่วยเหลือ แม้เรื่องนี้จะจบลง แต่ผลลัพธ์คงไม่เหมือนเดิม
ส่วนการที่ฉู่อี้มอบของขวัญให้ ก็ถือเป็นน้ำใจไมตรีอย่างหนึ่ง เขาทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ แถมยังตัดบ้านของนางออกไป หนึ่งคือไม่อยากให้ชาวบ้านสนใจพวกเขามากเกินไป สองคือต้องการยกย่องบ้านใหญ่กับบ้านสามต่อหน้าชาวบ้าน ถือว่าเป็นการกระทำที่รอบคอบ
ฉู่อี้มีเครื่องประทินผิว มีน้ำยาสระผมและสบู่อาบน้ำที่นางเคยส่งไปให้แล้ว… จริงสิ ฉู่อี้ไม่มียาสีฟัน! อวิ๋นเจียวรีบเข้าไปในเถาเป่า ซื้อยาสีฟันมาสี่กลิ่นและสี่คุณสมบัติ บรรจุในโหลเครื่องเคลือบขนาดเล็ก จากนั้นก็ใช้ดินสอถ่านเขียนวิธีใช้และสรรพคุณ แล้วให้โม่จู๋นำไปมอบให้กับฉู่อี้
ตอนที่โม่จู๋มาถึงจวนพักของฉู่อี้ ชายหนุ่มกำลังจะเตรียมออกเดินทางไปเมืองหลวง พอเห็นเขามา ฉู่อี้จึงมอบจดหมายสองฉบับให้เขานำกลับไปด้วย ฉบับหนึ่งสำหรับอวิ๋นโส่วจง ส่วนอีกฉบับสำหรับอวิ๋นเจียว