ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 194 ของขวัญจากท่านโหว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 194 ของขวัญจากท่านโหว
กล่าวจบ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็มอบหนังสือขายตัวให้แก่นางต่อหน้าทุกคน อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด จับหนังสือขายตัวด้วยมือสั่นเทา แต่สุดท้าย ความรู้สึกเกลียดชังก็มีมากกว่าสิ่งอื่นใด
ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋น กลับได้หน้าคืนมาบ้างจากการกระทำในครั้งนี้
“เจวียนเอ๋อร์ ไปเก็บข้าวของ ตามพ่อกลับหมู่บ้านไหวซู่เถิด เจ้าวางใจได้ ตราบใดที่พ่อยังมีข้าวกิน เจ้ากับหลานๆ ก็ต้องได้กินเช่นกัน”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เช็ดน้ำตา พูดด้วยเสียงสะอื้น “ขอบพระคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นหันไปขอร้องอวิ๋นเจียหรงกับผู้ใหญ่บ้าน “พี่ใหญ่ ขอให้ลูกสาวข้าได้เก็บข้าวของไปบ้างเถิด อย่างไรเสียนางกับหลานๆ ก็ต้องกินต้องใช้…”
ทุกคนเป็นคนตระกูลเดียวกัน อวิ๋นเจียหรงก็ไม่อาจใจดำได้ จึงกล่าวว่า “ไปเก็บเถิด อย่างไรเสียบ้านหลังนี้กับร้านค้าก็ต้องขายทิ้งแล้ว ของใช้พวกนั้นเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
ผู้เฒ่าอวิ๋นถอนหายใจ “เช่นนั้นก็ขอบคุณพี่ใหญ่ ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างมาก เถาจือ เจ้าไปจ้างเกวียนวัวมาสักคัน”
ไม่นาน เกวียนวัวก็มาถึง อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ขนห่อสัมภาระขึ้นรถเป็นภูเขาเลากา ทั้งผ้าห่ม หมอน มุ้ง เสื้อผ้าอาภรณ์ ถุงเท้ารองเท้า ถ้วยชามรามไห ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน เกลือ…
แทบทุกอย่างที่พอจะขนไปได้ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ขนขึ้นเกวียนจนหมด ทำให้คนตระกูลอวิ๋นและชาวบ้านที่เห็น ต่างพากันเบ้หน้า
หลังจากที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ขนของขึ้นเกวียนจนหมด ผู้เฒ่าอวิ๋นก็พาพวกเขากลับหมู่บ้านไหวซู่
ส่วนคนตระกูลอวิ๋นและคนที่ผู้ใหญ่บ้านพามาก็อยู่ที่นั่น ตรวจสอบบัญชีทำบัญชีทรัพย์สินติดประกาศขายร้านค้า นอกจากนี้ยังต้องนำโฉนดที่ดิน โฉนดร้านค้าพร้อมกับสัญญาค้ำประกันไปที่ศาลาว่าการอำเภอเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ มีเรื่องต้องทำมากมาย
แตกต่างจากบ้านของเจียงต้าไห่ที่ถูกไล่ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ที่หมู่บ้านไหวซู่เช้าตรู่วันนี้ บ้านของอวิ๋นโส่วกวงและเฉาโส่วเย่ากลับได้รับหีบสมบัติหลายหีบที่จางหลิงให้คนนำมาส่ง พร้อมกับเงินอีกสองร้อยตำลึง!
สองร้อยตำลึง! สร้างความอิจฉาตาร้อนให้กับชาวบ้านยิ่งนัก
ฝ่ายฉู่อี้ก็ไม่ได้บอกให้จางหลิงปิดบัง คนที่นำของขวัญมาส่งจึงพูดต่อหน้าชาวบ้านทุกคนว่าเป็นบ่าวไพร่จากจวนโหวมาส่งของขวัญให้กับสองครอบครัวนี้แทนท่านโหว
คนบ้านอวิ๋นโส่วกวงและบ้านเฉาโส่วเย่าต่างไม่กล้ารับ แต่คนที่นำของขวัญมาส่งก็วางของไว้แล้วจากไป
อวิ๋นโส่วกวงกับเฉาโส่วเย่าจึงรีบไปหาอวิ๋นโส่วจง เพราะในใจของพวกเขาครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงได้กลายเป็นเสาหลักของพวกเขาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
หลังจากฟังคำพูดที่เต็มไปด้วยความไม่สบายใจของอวิ๋นโส่วกวงและเฉาโส่วเย่า อวิ๋นโส่วจงก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านโหวมอบให้พวกท่านก็รับไว้เถิด การปฏิเสธก็เท่ากับไม่เห็นน้ำใจของเขา”
อวิ๋นโส่วกวงรีบพูด “น้องรอง นั่นเงินตั้งสองร้อยตำลึงเชียวนะ แล้วยังมี… ผ้าไหมแพรพรรณเครื่องประดับอีกมากมาย… พวกเราชาวบ้านไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”
อวิ๋นเจียวจึงเอ่ย “ท่านลุงใหญ่ทำไมจะไม่จำเป็นต้องใช้ละเจ้าคะ? อีกไม่นานพี่ฉี่ชิ่งกับพี่ฉี่เสียงต้องทำให้ท่านได้เป็นท่านปู่แล้ว ยังต้องหาบ่าวไพร่มาปรนนิบัติท่านด้วย! ในความคิดของข้าเงินสองร้อยตำลึงนี้นำไปสร้างบ้านเถิดเจ้าค่ะ หากท่านลุงไม่ว่างก็มอบหมายให้พี่รองของข้า ให้พี่รองจัดการเอง ถึงเวลานั้นพวกท่านก็ย้ายเข้าบ้านใหม่ได้เลย”
อวิ๋นโส่วจงกล่าวชม “ความคิดของเจียวเอ๋อร์ดี อีกไม่กี่วันฉี่ชิ่งก็อายุสิบหกแล้วถึงวัยที่ควรจะแต่งงานแล้ว ส่วนฉี่เสียงอีกไม่กี่ปีก็คงต้องแต่ง ให้ฉี่ซานช่วยออกแบบตามบ้านของพวกเรา”
“พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ท่านเคยเห็นใครปฏิเสธรางวัลจากฮ่องเต้บ้างเล่า? ข้าจะบอกความจริงกับท่านแล้วกัน คุณชายน้อยที่มาพร้อมกับนายอำเภอเมื่อวานนี้ก็คือเจิ้นหย่วนโหว!”
เฉาโส่วเย่าพลันเข้าใจ “ข้าว่าแล้วเชียว คุณชายน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉี่เยว่คนนั้นช่างดูสง่างามมีอำนาจไม่ธรรมดาแฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้ข้าอยากคุกเข่า ที่แท้เขาคือเจิ้นหย่วนโหว”
อวิ๋นโส่วกวงก็ตื่นเต้น “ถ้าเช่นนั้นเรื่องของฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงก็ถือว่าท่านโหวมีบุญคุณด้วย”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า “ใช่ หากไม่มีท่านโหว นายอำเภอจะคลี่คลายคดีได้รวดเร็วเช่นนี้หรือ? หลักฐานในมือของฉี่เยว่อย่างมากก็ทำให้นายอำเภอปล่อยตัวฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงเท่านั้น”
แน่นอนยังมีเรื่องราวซับซ้อนอีกมากมายที่ไม่สามารถบอกอวิ๋นโส่วกวงกับเฉาโส่วเย่าได้
อวิ๋นโส่วกวงและเฉาโส่วเย่าเองก็ไม่โง่เขลา เมื่อคืนที่ผ่านมานอนคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงยืนกรานจะไปที่ศาลาว่าการอำเภอคงเป็นเพราะพวกเขามั่นใจบางอย่าง
แล้วไหนจะศพที่ถูกทำลายใบหน้านั้น ไยจึงกลายเป็นเจียงเทียนเป่าไปได้ เรื่องนี้ต้องมีคนจัดฉาก ประกอบกับวันนั้นที่ฉี่เยว่ทิ้งโม่จู๋ไว้ในตำบล เมื่อนำเรื่องราวต่างๆ มาร้อยเรียงกันแล้วก็พอจะมองออก
กล่าวโดยสรุป จุดจบของเจียงเทียนเป่านั้น ก็นับว่าได้ล้างแค้นให้เหลียนเอ๋อร์แล้ว
เฉาโส่วเย่ากล่าว “เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านโหวและฉี่เยว่เป็นอย่างมาก”
อวิ๋นโส่วกวงยังกังวลใจ “ฉี่เยว่ก็ไม่ต้องพูดถึง เป็นหลานชายแท้ๆ ของเรา ในใจเราลึกๆ ก็รู้อยู่แล้ว แต่จะขอบคุณท่านโหวอย่างไรดี?”
อวิ๋นเจียวปลอบ “ท่านลุงใหญ่ ท่านอาสามไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ พวกคนสูงศักดิ์ชอบทำอะไรตามใจ พอใจก็มอบรางวัลเป็นเรื่องปกติ หากท่านไม่ยอมรับเขากลับไม่พอใจเสียอีก”
ฟางซื่อก็ยิ้ม “จริงอย่างที่เจียวเอ๋อร์พูด พวกท่านไม่รู้หรอกว่าที่เมืองหลวงคุณชายที่ชอบมอบของรางวัลมีเยอะแยะ ทั้งยังมีการแข่งกันด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป”
อวิ๋นโส่วกวงกล่าว “การมอบของขวัญของท่านโหวเป็นเรื่องตามใจ แต่พวกเราต้องจดจำบุญคุณนี้ไว้ในใจ”
เฉาโส่วเย่าพยักหน้าเห็นด้วยกับอวิ๋นโส่วกวง จากนั้นก็กล่าวอีกว่า “ข้าจะนำเงินไปให้ฉี่ซาน ใช้เงินสองร้อยตำลึงนี้นำไปสร้างบ้าน!”
พวกเขาทั้งสองคนเห็นจุดก่อสร้างบ้านของอวิ๋นโส่วจงมาแล้ว ได้เห็นทั้งตัวอย่างกระเบื้องปูพื้น อ่างล้างหน้ารวมทั้งโถส้วม พวกเขาล้วนประจักษ์กับตา นับว่าได้เปิดหูเปิดตาโดยแท้ หากบ้านของพวกเขาได้ใช้สิ่งเหล่านี้คงเหมือนได้ใช้ชีวิตดุจเทพเซียน
บัดนี้อวิ๋นโส่วกวงและเฉาโส่วเย่าต่างได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย เชื่อมั่นว่าการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเงินสองร้อยตำลึงนี้เป็นของขวัญจากฉู่อี้ ไม่ใช่เงินที่พวกเขาหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ดังนั้นการนำเงินสองร้อยตำลึงนี้ไปสร้างบ้านพวกเขาจึงไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย
แต่ก็มีบางคนที่เสียดาย เรื่องที่เช้าวันนี้บ่าวไพร่จากจวนโหวมามอบของขวัญนั้นสร้างความตื่นเต้นไปทั้งหมู่บ้าน แน่นอนว่าเถาซื่อย่อมต้องเห็นเข้า นางโกรธจนแทบกระอักเลือด
เหล่าหญิงชราในหมู่บ้านต่างพากันมาเยาะเย้ยถากถางนาง แสดงความยินดีกับนางที่เจ้าใหญ่กับเจ้าสามได้รับความกรุณาจากท่านผู้สูงศักดิ์ ร่ำรวยขึ้นมาในพริบตา บัดนี้ก็ถึงเวลาที่นางจะได้สบายแล้ว
สบายบ้าบออันใดเล่า! คนหนึ่งก็แยกบ้านไปแล้วอีกคนก็ตัดขาดกันแล้ว! คิดแล้วหากไม่ได้ตัดขาดกับอวิ๋นโส่วเย่า นางเป็นแม่แท้ๆ ของเขา บ้านของเขาได้ของขวัญจะไม่แบ่งให้นางบ้างเชียวหรือ?
หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงต้าไห่ร่วมมือกันหลอกนาง หลอกให้นางรังแกหลานสาวของตนเอง เจ้าสามลูกชายแท้ๆ ของนางคงไม่มองนางราวกับเป็นศัตรูเช่นนี้
ขณะนี้เถาซื่อเกลียดครอบครัวของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เข้ากระดูกดำ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์มองหีบสมบัติผ้าไหมแพรพรรณและเครื่องประดับมากมายจนตาแทบถลน ในใจก็เหมือนกับเถาซื่อ เกลียดครอบครัวของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เข้ากระดูกดำ
“ท่านแม่ล้วนเป็นเพราะตัวซวยอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์นั่น ทำให้พวกเราแม่ลูกต้องเสียหน้าไม่พอ ยังถูกพี่สามรังเกียจ มิเช่นนั้นของดีๆ มากมายนั่น อย่างไรเสียพี่สามก็ต้องแบ่งให้ท่านแม่ ข้าเองก็คงได้แบ่งมาบ้าง”
“แต่ตอนนี้… ท่านแม่ว่าหากของพวกนั้นกลายเป็นสินเดิมของข้า ข้ายังต้องกังวลเรื่องแต่งงานอีกหรือเจ้าคะ? จะเลือกบ้านไหนก็ได้ไม่ใช่หรือ? หากข้าได้แต่งงานกับตระกูลดีๆ ก็ไม่มีทางลืมท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็ล้วนเป็นความผิดของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์”
เถาซื่อก็ถ่มน้ำลายด่าทอ “ตอนที่ข้าคลอดมันออกมา ทำไมไม่จับมันกดน้ำในโถฉี่ให้ตายๆ ไปเสีย กดน้ำตายไปซะก็สิ้นเรื่อง!”