ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 203 เจ้าพาลูกๆ กลับไปเสียเถิด
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 203 เจ้าพาลูกๆ กลับไปเสียเถิด
หัวหน้าตระกูล ผู้ใหญ่บ้าน และผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นถูกเชิญให้นั่งบนม้านั่ง จากนั้นอวิ๋นโส่วกวงก็ขึ้นไปเชิญผู้เฒ่าอวิ๋นที่ห้องนอนหลัก
เขาไม่แม้แต่จะชายตามองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ที่ยืนหน้าซีดเผือดพิงกรอบประตูด้วยความหวาดกลัว
“พี่ใหญ่…”
อวิ๋นโส่วกวงทำราวกับไม่ได้ยิน เดินตรงเข้าไปในห้องนอนหลัก เขาเหลือบมองเถาซื่อที่นั่งขัดสมาธิทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่บนเตียงโดยไม่ได้มีท่าทีจะทักทายเขาแม้แต่น้อย
ผู้เฒ่าอวิ๋นกำลังสูบยาเส้น พอเห็นอวิ๋นโส่วกวงเข้ามา สีหน้าก็ดูลำบากใจขึ้นเล็กน้อย “เจ้าใหญ่ เจ้ามาแล้ว…”
“ท่านพ่อขอรับ หัวหน้าตระกูลกับผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว เชิญท่านออกมาหน่อยเถิด พวกเรามาพูดเรื่องเมื่อคืนกัน”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้น ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย จริงอย่างที่คาด ลูกชายคนนี้มาเอาเรื่องกับเขาแล้ว แต่พอคิดว่าคนที่ก่อเรื่องคือบุตรสาวทั้งสองของตระกูลเจียง หัวใจของผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป
ทว่าปากยังคงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ “เจ้าใหญ่ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเรื่องอะไรก็พูดกันในบ้านไม่ได้หรือ? ต้องให้หัวหน้าตระกูลกับผู้ใหญ่บ้านมาวุ่นวาย ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตจนคนเขารู้กันไปทั่ว”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้น หัวใจก็ปวดร้าว เมื่อคืนจ้าวซื่อแท้งลูก เกือบเอาชีวิตไม่รอด ชาวบ้านต่างก็รู้กันหมด เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ เขาไม่เชื่อว่าท่านพ่อจะไม่ได้ยิน แต่ท่านพ่อกลับไม่ถามถึงอาการของจ้าวซื่อเลยสักคำ มีแต่ตำหนิว่าเขาทำให้เรื่องใหญ่โต แถมยังไปเชิญหัวหน้าตระกูลกับผู้ใหญ่บ้านมาอีก
“ท่านพ่อ เรื่องบางเรื่อง พูดต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลจะดีกว่า ปิดประตูคุยกันในบ้าน ครอบครัวของเราก็ไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่แล้ว”
“เจ้าใหญ่…” ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วกวงด้วยความเหลือเชื่อ เขาคิดว่าตัวเองฟังผิดไปแล้ว ลูกชายที่ยอมจำนนกับทุกสิ่งทุกอย่างมาตลอด จะพูดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?
เถาซื่อหันขวับมามองอวิ๋นโส่วกวงทันที อ้าปากค้างด้วยความตกใจ แต่สุดท้ายก็กลืนคำด่าทอลงไป อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เตือนนางแล้วว่าให้อดทนไว้ อย่าไปทำให้โส่วกวงไม่พอใจ เพราะนางยังรอให้อวิ๋นโส่วกวงช่วยแนะนำให้รู้จักกับท่านโหวอยู่
ตอนนี้อวิ๋นเหมยเอ๋อร์จึงเดินยิ้มแย้มเข้ามาเกลี้ยกล่อม “ท่านพ่อ พี่ใหญ่เป็นคนมีเหตุผล เมื่อคืนพี่สะใภ้ใหญ่ถูกคนรังแก พี่ใหญ่ทำแบบนี้ก็ถูกแล้ว ท่านรีบไปกับพี่ใหญ่เถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ผู้ใหญ่บ้านกับท่านลุงใหญ่ต้องรอนาน”
พูดจบก็เดินไปหาอวิ๋นโส่วกวง ยื่นมือออกไปจะดึงแขนของเขา แต่อวิ๋นโส่วกวงกลับหลบ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ไม่รู้สึกอึดอัดหรือเสียหน้าเลยสักนิด กลับเอ่ยขอโทษด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “พี่ใหญ่ ผ้าต่วนที่เจียงหลิ่วจือหยิบไปจากห้องของพวกพี่เมื่อคืน ข้าเอามาวางไว้ที่ห้องโถงแล้ว กำลังจะยกไปคืนให้ท่าน ในเมื่อท่านมาพอดี งั้นก็ถือไปด้วยเลยแล้วกันนะเจ้าคะ”
อวิ๋นโส่วกวงไม่ได้พูดอะไร แต่ก็หอบผ้าต่วนสามพับที่อยู่บนโต๊ะเดินออกไปข้างนอก อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายจนหนังตากระตุก
เถาซื่ออดกลั้นสุดกำลังไม่ให้ตัวเองพุ่งตัวออกไปแย่งผ้าต่วนผืนนั้นกลับมา ช่างเถิดๆ หากเหมยเอ๋อร์ได้เข้าจวนโหว ต่อไปผ้าต่วนสวยๆ ก็จะมีอีกมาก
ก่อนหน้านี้ที่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์กับเถาซื่อยุยงให้เจียงหลิ่วจือกับเจียงเถาจือไปขโมยของ ก็เพราะพวกนางเกิดความโลภ อยากจะฮุบของที่ท่านโหวมอบให้เอาไว้เอง
แต่หลังจากที่พี่น้องตระกูลเจียงถูกคนของบ้านใหญ่จับได้ มิหนำซ้ำเถาจือยังทำให้จ้าวซื่อแท้งลูกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก็ฉลาดขึ้นมาทันที นางคิดว่านี่อาจจะเป็นโอกาสที่จะประจบประแจง และแสดงความเป็นมิตรต่อบ้านใหญ่
ผู้เฒ่าอวิ๋น เถาซื่อ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ และอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็เดินตามอวิ๋นโส่วกวงออกมา
อวิ๋นโส่วกวงมอบผ้าต่วนสามพับให้กับหัวหน้าตระกูลอวิ๋น ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านลุงใหญ่ ผ้าต่วนสามพับนี้ เจียงหลิ่วจือขโมยมาจากบ้านของข้าเมื่อคืน เป็นของที่ท่านโหวมอบให้ ตอนนี้ข้าขอมอบให้กับตระกูล เอาเงินที่ได้จากการขายไปซื้อที่นาเพิ่มอีกสองสามหมู่สำหรับบูชาบรรพบุรุษเถิดขอรับ”
อวิ๋นเจียชางรับไว้ จากนั้นก็ส่งต่อให้ชายหนุ่มตระกูลอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วกล่าวขอบคุณว่า “ข้าขอเป็นตัวแทนของทุกคนในตระกูลขอบคุณเจ้า โส่วกวง พวกเจ้าสามพี่น้องช่างน่ายกย่องยิ่งนัก เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็ยังไม่ลืมคนในตระกูลและพี่น้องในหมู่บ้าน ภายใต้การนำของพวกเจ้า พวกเราคนในตระกูลอวิ๋นและคนในหมู่บ้านนี้ ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”
“ท่านลุงใหญ่ ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว อีกอย่าง ของที่เจียงเถาจือขโมยไปยังไม่ได้เอามาคืน หากได้คืนมาแล้วก็จะนำมามอบให้ตระกูลด้วยขอรับ” อวิ๋นโส่วกวงและบุตรชายทั้งสองรู้สึกขอบคุณทุกคนในตระกูลอวิ๋นที่นั่งเป็นเพื่อนพวกเขาที่โถงบรรพชนตลอดทั้งคืน
ผู้เฒ่าอวิ๋น เถาซื่อ และอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ได้ยินคำพูดของอวิ๋นโส่วกวงแล้วก็รู้สึกเสียดายจนแทบกระอักเลือด ของพวกนั้นเหตุใดต้องยกให้คนในตระกูลด้วย? น่าเสียดายที่แม้พวกเขาจะกัดฟันจนแทบแตก ก็ไม่กล้าที่จะเปล่งความคิดในใจออกมา
“ท่านพ่อ บอกให้เถาจือเอาของที่ขโมยไปเมื่อคืนมาคืนเถิดขอรับ” น้ำเสียงของอวิ๋นโส่วกวงเย็นชา ผู้เฒ่าอวิ๋นยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับท่าทีเช่นนี้เท่าไรนัก เพราะที่ผ่านมา ลูกชายที่ซื่อสัตย์และขยันขันแข็งคนนี้ไม่เคยพูดจาแข็งกร้าวใส่เขาเช่นนี้
แต่เพียงเวลาไม่นาน ลูกชายที่เขาสามารถควบคุมได้อย่างอยู่หมัด กลับกลายเป็น… เย็นชาใส่เขาเช่นนี้ไปเสียแล้ว?
หัวใจของผู้เฒ่าอวิ๋นเจ็บปวดอย่างมาก แต่ต่อหน้าผู้อาวุโสตระกูล หัวหน้าตระกูล และผู้ใหญ่บ้าน ต่อให้ผู้เฒ่าอวิ๋นจะไม่พอใจ ไม่เต็มใจมากแค่ไหน เขาก็ทำได้เพียงพูดกับเจียงเถาจือว่า “เถาจือ เอาของไปคืนลุงใหญ่ของเจ้าซะ”
เจียงเถาจือตาแดงก่ำ มองด้วยความไม่เต็มใจ แต่ถูกป้าชาวบ้านสองคนคุมตัวเอาไว้ จึงหนีไปไหนไม่ได้ ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็ยังต้องโยนห่อสัมภาระที่อยู่บนตัวออกมา
เมื่อมันหล่นลงกับพื้น เครื่องประดับที่ทำจากทองและเงินจำนวนหนึ่ง รวมถึงเครื่องประดับหยกอีกสองสามชิ้นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น น่าเสียดายที่ถูกเจียงเถาจือโยนออกมาแบบนี้ ทำให้แตกเสียหาย
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันมองด้วยความเสียดาย ยิ่งไปกว่านั้น ของพวกนี้เป็นสิ่งของที่อวิ๋นโส่วกวงบอกไว้อย่างชัดเจนว่าจะมอบให้กับตระกูล ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นหลายคนจึงรีบเข้าไปเก็บขึ้นมาพลางบ่นเสียดายจนถึงขั้นกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ
“อวิ๋นเจียชาง นี่หรือหลานสาวคนดีของเจ้า นิสัยแย่จริงๆ!”
“นั่นสิ นี่มันหยกที่ท่านโหวมอบให้เชียวนะ ราคาคงไม่น้อยกระมัง”
ส่วนเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์กลับรู้สึกสะใจ แตกก็ดีแล้ว อย่างไรเสียพวกนางก็ไม่ได้มันอยู่ดี
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “เด็กมันยังเล็ก ไม่รู้ประสา”
ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นคนหนึ่งพูดอย่างเสียดสี “อายุสิบสามแล้ว อีกหน่อยก็แต่งงานได้แล้ว ยังไม่รู้ประสาอีกหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่รู้ประสา ไม่เช่นนั้นจะไปขโมยของจนชนสะใภ้ใหญ่ ถึงขนาดทำให้นางแท้งลูกได้หรือ?” เหล่าผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นต่างก็ออกมาประณาม ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นหน้าซีดเผือด
เขาทำได้เพียงพูดว่า “หลิ่วจือกับเถาจือทำผิด ข้าก็จะไม่ปกป้องพวกนาง นับจากนี้ไป เจวียนเอ๋อร์ เจ้าพาเด็กๆ กลับไปเสียเถิด กลับไปตระกูลเจียง จะอย่างไรพวกนางเป็นคนตระกูลเจียงมิใช่หรือ”
ท่านพ่อไล่นางไปหรือ? อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้สึกเวียนหัว
นางทรุดตัวลงคุกเข่าพลางร้องไห้อ้อนวอน “ท่านพ่อ เจียงต้าไห่ไม่มีห้องที่บ้านตระกูลเจียง และไม่มีญาติสนิท ท่านอย่าไล่พวกข้าแม่ลูกไปเลยนะเจ้าคะท่านพ่อ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้ดีว่าวันนี้เขาต้องให้คำอธิบายกับอวิ๋นโส่วกวง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคืนพวกเขาสองสามีภรรยาก็ตกลงกันแล้ว ว่าจะตัดอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ทิ้ง เพื่อเอาใจอวิ๋นโส่วกวง
“เจวียนเอ๋อร์ ไม่ใช่พ่อไม่อยากเก็บเจ้าไว้ เจ้าก็เห็นแล้วว่าเถาจือกับหลิ่วจือทำอะไรลงไป พวกนางไม่เพียงขโมยของบ้านใหญ่ แล้วยังทำให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าแท้งลูกอีก ลูกในท้องของสะใภ้ใหญ่เป็นถึงหลานของตระกูลอวิ๋นเชียวนะ!”
“เจวียนเอ๋อร์ เจ้าพาเด็กๆ กลับไปเถิด ตระกูลเจียงก็ใหญ่โต พวกเขาคงไม่ใจร้าย ปล่อยให้พวกเจ้าแม่ลูกตกระกำลำบากหรอก”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ร้องไห้ “ท่านพ่อ ตระกูลเจียงขายข้าให้กับท่านแล้วนะเจ้าคะ ข้าไม่ใช่คนของเจียงต้าไห่ ไม่ใช่คนของตระกูลเจียงอีกต่อไปแล้ว ท่านพ่อ ท่านอย่าใจร้ายเช่นนี้เลย!”
“ต่อให้ข้าพาเถาจือ หลิ่วจือ และต้าเป่ากลับไปอยู่ตระกูลเจียง แต่พวกเขาเคยขายข้าครั้งหนึ่งแล้ว ก็ขายข้าครั้งที่สองได้ หรือแม้แต่หลิ่วจือกับเถาจือ พวกเขาก็ขายได้เช่นกันนะเจ้าคะ!”