ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 202 หนีไม่พ้น
“คุณหนู ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? คุณชายใหญ่ดีกับท่านมาก เมื่อคืนยังเป็นคนล้างเท้าให้ท่านด้วย”
โม่ซ่านได้ยินเสียงในห้องก็เข้ามา แล้วไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องที่อวิ๋นฉี่เยว่ช่วยล้างเท้าให้กับอวิ๋นเจียวเมื่อคืนให้ฟัง ได้ยินดังนั้นอวิ๋นเจียวก็ยิ้มออกมา พี่ใหญ่ของนางดีกับนางเช่นนี้เสมอมา
นางหลับไปจนถึงตะวันขึ้นกลางศีรษะ เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี เมื่อคืนนางเหนื่อยมาก ร่างนี้อายุยังน้อย แรงก็ไม่มี แต่นางก็ยังฝืนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มาช่วยรักษาจ้าวซื่อ
หากไม่ทำการรักษา อาจมีเลือกตกค้าง เช่นนั้นจะยุ่งยากมาก ในอนาคตหากไม่เป็นมะเร็ง ก็มีความเสี่ยงที่จะตกเลือดอีก สรุปคืออาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้
การแพทย์ที่ยังไม่พัฒนา วิธีการรักษาก็มีน้อย นี่จึงเป็นสาเหตุที่การคลอดลูกหรือการแท้งลูกของสตรีในสมัยโบราณ จึงเปรียบเสมือนการเดินผ่านประตูนรก
อวิ๋นเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลือกตำราแพทย์ศัลยกรรมและนรีเวชมาสองสามเล่ม แล้วส่งให้กับเจ้าของร้านขายหนังสือ บอกให้เขาลบเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัย และสิ่งของบางอย่างที่ไม่มีในสมัยโบราณ เช่น อัลตราซาวนด์ ซีทีสแกน เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่และศัพท์เฉพาะทางออกจากในหนังสือ จากนั้นแปลและคัดลอกหนังสือในรูปแบบของอักษรโบราณ
งานนี้ค่อนข้างใหญ่ เจ้าของร้านคิดราคาหมื่นตำลึง อวิ๋นเจียวตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
นี่เป็นเรื่องที่สร้างคุณประโยชน์แก่ผู้คน หลังจากเผยแพร่ตำราแพทย์ออกไปแล้ว เงินหมื่นตำลึงนี้จะสามารถแลกกับชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน อวิ๋นเจียวคิดว่ามันคุ้มค่า
ระหว่างที่กำลังช่วยอวิ๋นเจียวแต่งตัว โม่ซ่านก็เล่าเรื่องที่ตนเองทราบมาให้อวิ๋นเจียวฟัง
หลังจากฟังจบอวิ๋นเจียวก็พูดว่า “เช่นนั้นพวกเรารีบไปกินข้าวเถอะ” พอกินข้าวเสร็จก็จะได้ไปที่บ้านหลังเก่า!
วันนี้ฟางซื่อตุ๋นน้ำแกงไก่โดยเฉพาะ เมื่อคืนอดหลับอดนอน ทุกคนในบ้านต้องบำรุงร่างกาย อวิ๋นเจียวจึงดื่มไปชามใหญ่
“ท่านแม่ พี่ถังสุ่ยส่งไก่ป่ามาอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
ฟางซื่อพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว ถังสุ่ยส่งไก่ป่ามาให้สองตัว เขาคงได้ยินชาวบ้านพูดกัน แล้วยังส่งไปให้บ้านลุงใหญ่กับบ้านอาสามของเจ้าด้วย”
“เช่นนั้นพวกเราก็เตรียมของขวัญในเทศกาลตวนอู่ให้พี่ถังสุ่ยมากหน่อยแล้วกันนะเจ้าคะ”
“เอาสิ ข้ากับพ่อของเจ้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“รอให้ช่วงนี้ว่างแล้ว พวกเราก็เชิญถังสุ่ยกับท่านปู่ถังมากินข้าวที่บ้านสักมื้อแล้วกัน”
อวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นฉี่ซานอยู่ที่บ้านของเหล่าอาจารย์ กินข้าวพร้อมกับอาจารย์ทั้งสอง ดังนั้นที่บ้านตระกูลอวิ๋นจึงมีเพียงสามคนพ่อแม่ลูกที่กินข้าวด้วยกัน หลังมื้ออาหารก็พักผ่อนครู่หนึ่ง จากนั้นสามคนพ่อแม่ลูกก็ไปที่บ้านหลังเดิม
ระหว่างทางผ่านบ้านของอาจารย์ทั้งสอง อวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นฉี่ซานก็ตามออกมา
การที่อวิ๋นโส่วกวงขอออกจากตระกูลนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ ตอนที่พวกเขาไปถึงบ้านหลังเดิม ครอบครัวของเฉาโส่วเย่าก็มาถึงแล้ว ในลานบ้านมีม้านั่งที่ยืมมาจากเพื่อนบ้านวางเรียงราย
ที่ห้องนอนหลัก เถาซื่อเห็นภาพแบบนี้ก็พูดกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “พวกเขาจะทำอะไร? มาก่อเรื่องหรือ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะนึกถึงครั้งที่แล้ว ตอนที่เฉาโส่วเย่าตัดขาดจากเขาก็เป็นภาพแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย แต่เขาไม่เชื่อหรอกนะ ไม่เชื่อว่าอวิ๋นโส่วกวงจะยอมตัดญาติได้ลง
“บางทีอาจจะมาขอคำอธิบายกระมัง” ใครจะไปรู้ว่าสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ เมื่อคืนยัยเด็กเจียงเถาจือกลับชนจ้าวซื่อจนแท้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะตลอดทั้งเช้ามีคนมากมายนำไก่แก่และไข่ไก่มาให้จ้าวซื่อ พูดเป็นนัยว่าแค่บำรุงร่างกายให้ดี อีกหน่อยก็มีลูกได้ ถ้านี่ไม่ใช่ถูกชนจนแท้งแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
ทันใดนั้นเถาซื่อก็โวยวายขึ้นมา “คำอธิบายหรือ คำอธิบายอะไร? คำอธิบายบ้าบออะไร! เจ้าเป็นคนชนหรือว่าข้าเป็นคนชน? หากอยากได้คำอธิบาย ก็ส่งยัยเด็กสมควรตายอย่างเจียงเถาจือนั่นไปให้พวกเขาสิ! จะฆ่าจะแกงก็เชิญ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงหลิ่วจือที่กำลังเก็บโต๊ะอาหารอยู่ในห้องโถงได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่น นี่หรือญาติของพวกนาง?
ตอนที่อยากได้ของของคนอื่น ก็ใช้ให้พวกนางสองพี่น้องไปขโมย พอเกิดเรื่องขึ้น ก็โยนความผิดให้พวกนาง แถมยังจะส่งตัวเถาจือออกไปอีก เถาจือชนจ้าวซื่อจนแท้ง! ส่งไปให้บ้านใหญ่แล้วจะรอดหรือ?
ความเกลียดชังในใจของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และเจียงหลิ่วจือทวีคูณขึ้นมาทันที
แต่พวกนางไม่คิดบ้างหรือ? ว่าตอนนี้เกลียดที่เถาซื่อกับผู้เฒ่าอวิ๋นไม่เห็นพวกนางเป็นญาติ แล้วตอนที่พวกนางวางแผนทำลายชื่อเสียงของเฉาเหลียนเอ๋อร์ พวกนางเคยเห็นครอบครัวของเฉาโส่วเย่าเป็นญาติบ้างหรือ?
เพล้ง… อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เหม่อลอยจึงทำชามแตก เถาซื่อรีบวิ่งออกมา ใช้รองเท้าฟาดหน้าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไปสองครั้ง จนทำให้นางตาพร่ามัว อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่ใช่ลูกสาวที่เถาซื่อมักบอกว่ากตัญญูอีกต่อไป ตอนนี้เถาซื่อฟาดอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่ต่างจากตอนที่ลงมือกับจ้าวซื่อเลย
หากเฉาโส่วเย่าไม่ได้รับของขวัญจากท่านโหว เถาซื่ออาจจะไม่โกรธมากขนาดนี้ ตอนนี้พอเถาซื่อนึกถึงตอนที่ตนเองหลงเชื่อคำยุยงของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงต้าไห่ ทำลายชื่อเสียงของเฉาเหลียนเอ๋อร์ จนทำให้ลูกชายที่ได้รับความชื่นชมจากท่านโหวตัดขาดจากนาง นางก็แทบอยากจะฉีกอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เป็นชิ้นๆ
“นางตัวซวย ทำอะไรก็ไม่เคยได้เรื่อง ชามไม่ต้องใช้เงินซื้อหรือไง? คืนนี้ไม่ต้องกินข้าว!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กุมใบหน้า พยายามกลั้นน้ำตา ไม่กล้าร้องไห้ ยอมให้เถาซื่อดุด่า เจียงหลิ่วจือตกใจจนต้องหลบไปด้านข้าง ไม่กล้าส่งเสียง หลังจากดุด่าจนพอใจแล้ว เถาซื่อก็กลับไปที่ห้องนอนหลัก
น้ำตาของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ไหลออกมาทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ฝืนกลั้นความเจ็บปวดและความคับข้องใจเอาไว้ พูดกับเจียงหลิ่วจือด้วยเสียงเบาว่า “เจ้าไปตามตัวเถาจือ ยัยเด็กนั่นออกไปตัดหญ้าเลี้ยงหมูแต่เช้า ตอนนี้คงตัดเสร็จแล้ว เจ้าบอกให้นางหลบซ่อนตัวอยู่ข้างนอก รอค่ำๆ ค่อยกลับมา”
เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของหลิ่วจือก็เป็นประกาย นางไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบวางงานในมือแล้วออกไป ไม่ใช่แค่เถาจือที่ต้องหลบซ่อนตัวจนถึงค่ำ นางเองก็ต้องหลบเช่นกัน
แม้ว่าคนที่ชนจ้าวซื่อจะเป็นเจียงเถาจือ แต่นางก็ยังกลัวอยู่ดี! ตอนขโมยของ นางเองก็มีส่วนร่วม! ตอนนี้นางคิดแต่จะหลบหนี ส่วนเรื่องที่ท่านแม่ถูกตบตีนางไม่สนใจแม้แต่น้อย
นางยังโทษว่า หากไม่ใช่เพราะพ่อแม่สร้างเรื่อง นางก็คงไม่ต้องลำบากเช่นนี้ นางเกลียดผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อ และเกลียดครอบครัวของอวิ๋นเจียวที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คนที่นางเกลียดที่สุดคือพ่อแม่ของตนเอง!
แต่สุดท้ายเจียงหลิ่วจือก็ออกจากบ้านเดิมไปไม่ได้ เพราะถูกโม่ซ่านขวางเอาไว้
เจียงหลิ่วจือพลันตื่นตระหนก ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าตระกูล และผู้อาวุโสของตระกูลอวิ๋นต่างก็ได้รับเชิญให้มาที่นี่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มุงดูอยู่หน้าบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า
เจียงหลิ่วจือกุลีกุจอฟ้องหัวหน้าตระกูล “ท่านตาใหญ่เจ้าคะ เถาจือออกไปข้างนอกแต่เช้าแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมา ท่านแม่ให้ข้าออกไปตามนางกลับมา แต่นางกลับขวางข้าเอาไว้ ไม่ให้ข้าไป!”
อวิ๋นเจียหรงเหลือบมองนางแล้วพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าไปตามเถาจือแล้ว” พูดจบเขาก็โบกมือ ทันใดนั้นก็มีหญิงชาวบ้านร่างกำยำสองคนลากตัวเจียงเถาจือออกมา
เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของเจียงหลิ่วจือก็ซีดเผือด แข้งขาอ่อนแรง วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง เถาจือถูกจับตัวกลับมาแล้ว…
ตอนนี้ในหัวของนางมีแต่ความคิดนี้วนเวียนอยู่ ที่สำคัญคือ เจียงเถาจือที่ถูกจับตัวกลับมายังสะพายห่อสัมภาระอยู่ด้วย! วันนี้ที่นางขันอาสาจะออกไปตัดหญ้าเลี้ยงหมูตั้งแต่เช้า ก็เพื่อจะได้หนีออกไป!
พอได้ยินเสียงดัง อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็รีบออกมา เมื่อเห็นว่าลูกสาวทั้งสองคนหนีไม่รอด นางก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม เรื่องนี้ควรทำเช่นไรดี? อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์สติแตกไปหมดแล้ว