ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 205 ขอออกจากตระกูล
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 205 ขอออกจากตระกูล
“อะไรนะ… เจ้าใหญ่ เจ้าพูดว่าอะไรนะ? จะตัดขาดหรือ? จะตัดขาดกับข้าเหมือนน้องสามของเจ้าอย่างนั้นหรือ?” ผู้เฒ่าอวิ๋นแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจ้าใหญ่จะตัดขาดกับเขาหรือ?
“เพียงเพราะทรัพย์สินเหล่านี้ เจ้าถึงกับจะตัดขาดจากพ่อแท้ๆ ของตัวเองอย่างนั้นหรือ? เจ้าใหญ่ ข้าไม่เห็นด้วย!”
อวิ๋นโส่วกวงเอ่ย “ท่านพ่อ ภรรยาของข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด เกือบจะต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก! ท่านพ่อ มนุษย์ต่างก็มีหัวใจ ไม่ใช่ตุ๊กตากระดาษ! ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ท่านเคยเอ่ยถามถึงภรรยาของข้าสักคำหรือไม่?”
“ชาวบ้านต่างก็ช่วยกันสวดภาวนา แล้วยังเอาไก่กับไข่ไก่มาให้ภรรยาของข้าอีก แต่ท่านที่เป็นพ่อแท้ๆ ของข้าเล่า ท่านทำอะไรอยู่หรือ? ท่านเอาแต่ตำหนิ ตำหนิพวกข้าว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจะทำเป็นเรื่องใหญ่! ในเมื่อในใจท่านไม่เคยมีครอบครัวของพวกข้า งั้นพวกเราก็ตัดขาดกันเถิด ตัดขาดกันให้หมดเรื่องหมดราวไป!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ก็ยังเอ่ยว่า “เมื่อคืนพ่อกลัวว่าจะไปรบกวนพวกเจ้า ส่วนวันนี้คนก็เยอะแยะไปหมด พ่อจึงคิดว่าจะขอให้… ภรรยาของโส่วเย่าพาไปเยี่ยมพวกเจ้าตอนค่ำๆ”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้นก็แค่นหัวเราะ ไม่พูดอะไรออกมา หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เป็นคำโกหก เขาก็คงหลอกตัวเองให้เชื่อ แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้ชายอ่อนแอคนเดิมที่ใครๆ ต่างก็รังแกได้อีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้นเถาซื่อก็กรีดร้อง “ไม่ได้ เจ้าคนอกตัญญู ไอ้สารเลว ชีวิตของเจ้าเป็นพ่อของเจ้าที่ให้มา อยากตัดญาติหรือ ไม่มีทาง!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ข้าก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดญาติ บุตรย่อมมิอาจวิจารณ์ความผิดของบิดา เจ้าใหญ่ เจ้ากำลังอกตัญญู!”
ในเมื่อกอบกู้ไว้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกอบกู้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ยอมตัดขาด เช่นนั้นความสัมพันธ์พ่อลูกก็จะยังคงอยู่!
ทว่าอวิ๋นโส่วกวงกลับตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้ว “อกตัญญูก็อกตัญญูเถิด วันนี้ต่อให้โดนฟ้าผ่า ข้าก็จะตัดขาดกับบ้านเดิมให้ได้”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรับไม่ได้กับการกระทำของอวิ๋นโส่วกวง นี่หรือคือลูกชายที่ว่านอนสอนง่ายของเขา?
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นโส่วกวงยืนกรานเช่นนั้น เถาซื่อจึงกลอกตาไปมาแล้วเอ่ยว่า “จะตัดขาดก็ได้ งั้นเอาเงินมาหนึ่งพันตำลึง ถึงจะยอมตัดขาด! มิเช่นนั้นก็ไม่มีทาง!” นางต้องการเพียงแค่เงิน ไม่ได้สนใจเรื่องตัดแขนตัดขาอะไรนั่นเลย
ทันทีที่เถาซื่อพูดจบ ทุกคนต่างตกตะลึง กล้าเรียกร้องเสียจริง! หนึ่งพันตำลึงหรือ ไยไม่ไปปล้นเอาเสียเลยล่ะ!
ครั้งนี้แตกต่างจากตอนที่เฉาโส่วเย่าขอตัดญาติ ไม่มีผู้อาวุโสในตระกูลคนใดออกมาคัดค้านแม้แต่คนเดียว และก็ไม่มีใครออกมาเกลี้ยกล่อมอวิ๋นโส่วกวง
แต่เมื่อเถาซื่อเอ่ยเรียกร้องเงินหนึ่งพันตำลึงเพื่อแลกกับการตัดญาติ อวิ๋นเจียหรงจึงถามผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “เจ้าสาม เจ้าล่ะ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ครั้งนี้ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นด้วยกับความเฉลียวฉลาดของเถาซื่อเป็นอย่างมาก หนึ่งพันตำลึงเงิน ไม่ว่าอย่างไรเจ้าใหญ่ก็คงไม่มี หากเขาไม่มีเงิน ก็ไม่สามารถตัดญาติได้
ต่อให้เจ้ารองจะช่วยออกเงินให้ เขาก็ยังคงได้เงินหนึ่งพันตำลึง การแลกเปลี่ยนบุตรชายคนหนึ่งกับเงินหนึ่งพันตำลึง เขาคิดว่ามันคุ้มค่า เขายังมีเจ้าห้าอยู่ มีเงินหนึ่งพันตำลึงแล้ว ก็ยังซื้อที่ดินได้อีกหลายหมู่ และยังส่งเสียให้เจ้าห้าไปศึกษาเล่าเรียนได้อีก
“พี่ใหญ่ ความตั้งใจของเถาซื่อ ก็คือความต้องการของข้า”
อวิ๋นเจียหรงรู้สึกผิดหวังอย่างมาก หัวใจของอวิ๋นโส่วกวงแตกสลาย คำพูดนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
ผู้อาวุโสของตระกูลอวิ๋น ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน รวมไปถึงชาวบ้านที่มามุงดูอยู่หน้าบ้าน ต่างก็ต่อว่าผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อว่าหน้าด้าน พวกเขารุมด่าว่าทั้งคู่ไร้ยางอาย
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่เขาไม่มีเงินนี่ เขาโทษอวิ๋นโส่วกวงที่เอาของล้ำค่าที่ท่านโหวยกให้ไปมอบให้กับตระกูล แต่ไม่ยอมให้เขา! บุตรชายที่ถูกเจ้ารองชักจูงให้เอาใจออกหากไปแล้ว ไม่อาจเทียบได้กับเงินหนึ่งพันตำลึง
อวิ๋นโส่วจงกำลังจะเอ่ยปาก บอกว่าเขาจะเป็นคนออกเงินให้เอง แต่อวิ๋นเจียวกลับขัดจังหวะเสียก่อน
อวิ๋นเจียวดึงมือของอวิ๋นโส่วจง อวิ๋นโส่วจงจึงอุ้มนางขึ้นมา อวิ๋นเจียวจึงกระซิบข้างๆ หูของเขาว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ เรามาดูกันก่อน มาดูว่าท่านลุงใหญ่จะจัดการอย่างไร”
“ข้ารู้ว่าท่านพ่อเป็นห่วง กลัวว่าหากท่านลุงใหญ่ตัดญาติไม่ได้ ท่านลุงใหญ่จะต้องขอออกจากตระกูล ท่านพ่อวางใจเถิด ตอนนี้ท่านไม่ได้อยู่ในตระกูลอวิ๋นแล้ว พวกเขาไม่มีทางยอมให้ท่านลุงใหญ่ออกจากตระกูลเป็นแน่ คนที่ออกจากตระกูลจะต้องเป็นคนอื่น”
อวิ๋นโส่วจงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที เขานี่ก็เป็นห่วงจนทำอะไรไม่ถูก ลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท แม้แต่บุตรสาวยังคิดได้ทะลุปรุโปร่งกว่าเขา
“เจียวเอ๋อร์ฉลาดจริงๆ พ่อนี่เลอะเลือนไปแล้ว”
“ท่านพ่อ นี่ไม่ใช่ท่านพ่อเลอะเลือนไปหรอกเจ้าค่ะ แต่เพราะท่านเป็นห่วงท่านลุงใหญ่ต่างหาก”
สองพ่อลูกเพิ่งจะพูดคุยกันเสร็จ อวิ๋นโส่วกวงก็คุกเข่าลงตรงหน้าผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋น อวิ๋นฉี่ชิ่งและอวิ๋นฉี่เสียงสองพี่น้องเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าตามบิดาไปติดๆ ทำเอาผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นตกใจ รีบเข้าไปประคองเขา “โส่วกวง เจ้าเด็กคนนี้ รีบลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ”
“ใช่ๆ วันนี้พวกข้าจะเป็นคนตัดสินให้เอง หนึ่งพันตำลึงหรือ บอกให้พวกมันไปปล้นเอาสิ!”
“รีบลุกขึ้นเถิด มีอะไรค่อยๆ พูดกัน ไม่ว่าอย่างไรตาแก่อย่างพวกข้าจะเป็นคนตัดสินให้พวกเจ้าเอง!”
ทว่าอวิ๋นโส่วกวงไม่ยอมลุกขึ้น เขานำบุตรชายทั้งสองคุกเข่าอย่างดื้อรั้น แล้วเอ่ยว่า “ลูกหลานผู้อกตัญญู อวิ๋นโส่วกวง วันนี้ขอตัดขาดจากตระกูล! ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายคงเห็นแล้วว่า พวกข้าทนกับชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วขอรับ เพื่อภรรยาข้า วันนี้ข้าจะต้องตัดขาดกับพวกเขาให้ได้ หากตัดขาดไม่ได้ ข้าก็ทำได้เพียงขอตัดขาดจากตระกูลเท่านั้น”
ขอออกจากตระกูลหรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน! ผู้อาวุโสต่างพากันเกลี้ยกล่อม แต่อวิ๋นโส่วกวงไม่ยอมลุกขึ้น
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนชี้หน้าด่าว่า “ไอ้ลูกอกตัญญู ต่อให้เจ้าออกจากตระกูลไปแล้ว ข้าก็ยังเป็นพ่อของเจ้าอยู่ดี!”
อวิ๋นเจียหรงมองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยแววตาผิดหวัง ก่อนจะหันไปพูดกับอวิ๋นโส่วกวงว่า “โส่วกวง เจ้าลุกขึ้นก่อนเถิด วางใจได้ ข้าและผู้อาวุโสคนอื่นๆ จะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าเอง”
เมื่อเห็นว่าหัวหน้าตระกูลเอ่ยปาก อวิ๋นเจียวจึงเอ่ยขึ้น “ท่านลุงใหญ่เจ้าคะ ท่านลุกขึ้นเถิด ท่านปู่ใหญ่พูดคำไหนคำนั้น”
ทันทีที่อวิ๋นเจียวพูดจบ อวิ๋นโส่วกวงก็เชื่อฟังโดยสัญชาตญาณ เขาลุกขึ้นยืน อวิ๋นฉี่ชิ่งและน้องชายจึงลุกขึ้นตาม ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นอวิ๋นเจียหรงจึงเชิญผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงผู้อาวุโสและผู้เฒ่าผู้แก่ไปปรึกษาหารือกันที่นอกบ้าน และเป็นอย่างที่อวิ๋นเจียวพูดกับอวิ๋นโส่วจงจริงๆ คนในตระกูลอวิ๋นไม่มีใครเห็นด้วยให้ตัดอวิ๋นโส่วกวงออกจากตระกูล
แค่ดูจากข้าวของที่อวิ๋นโส่วจงมอบให้กับตระกูลในวันนี้ ทั้งเครื่องประดับทองและเงิน รวมถึงผ้าต่วนอย่างดี ล้วนเป็นของที่ท่านโหวประทานให้ ดูแล้วราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ญาติแบบนี้ไม่เก็บไว้ เช่นนั้นพวกเขาคงโง่แย่แล้ว
“ข้าว่าคนที่ควรจะถูกตัดออกจากตระกูลมากที่สุดก็คือ อวิ๋นเจียชาง ตาแก่สมองเลอะเลือนนั่นต่างหาก”
“ใช่ ดูสิ ปล่อยให้ภรรยากับลูกสาวทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ลงคอ”
“ข้าก็เห็นด้วยให้ขับอวิ๋นเจียชางออกจากตระกูล หลังจากออกจากตระกูลไปแล้ว หากเขายังคิดจะสร้างปัญหาให้กับโส่วกวง พวกเราจะไม่เกรงใจอีกต่อไป!”
“เจียหรง พวกเรารู้ว่าอวิ๋นเจียชางเป็นน้องชายแท้ๆ ของเจ้า แต่เจ้าก็เห็นแล้วว่าพวกเราไม่มีทางเลือก”
“เพื่อตระกูลอวิ๋น พวกเราต้องตัดอวิ๋นเจียชางออกจากตระกูล เจียหรง เจ้าต้องนึกถึงคนในตระกูลให้มาก”
ผู้อาวุโสต่างก็ออกความคิดเห็น ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่คนอื่นๆ ในหมู่บ้านก็คิดว่าพวกเขาพูดถูก หากเป็นไปได้ พวกเขาอยากไล่พวกคนครอบครัวนั้นออกจากหมู่บ้านไหวซู่ไปเสียเลย แต่ติดตรงที่เขาแค่ปกครองบ้านไม่เข้มงวด มิได้ทำผิดกหมาย จึงไม่อาจไล่ออกไปได้