ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 207 ไม่ขับออกจากตระกูลก็จับถ่วงน้ำ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 207 ไม่ขับออกจากตระกูลก็จับถ่วงน้ำ
“แม้แต่เสือยังไม่กินเนื้อลูกในไส้ ตระกูลอวิ๋นข้าไม่มีลูกหลานโหดร้ายเช่นนี้! หลังจากเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและผู้อาวุโสในหมู่บ้านปรึกษากันแล้ว มีความเห็นว่าให้เปิดโถงบรรพชน ขับไล่ครอบครัวอวิ๋นเจียชางออกจากตระกูล!”
“ดี!”
“ควรทำเช่นนี้มานานแล้ว!”
“สมควรขับไล่พวกมันออกจากตระกูลนานแล้ว!”
คำพูดของหัวหน้าตระกูลอวิ๋น ได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคน
ผู้เฒ่าอวิ๋นราวกับถูกสายฟ้าฟาด ยืนตกตะลึงอยู่กับที่ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เถาซื่อ รวมไปสองพี่น้องตระกูลเจียง ต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
เดิมทีคนในบ้านเดิมอย่าง อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เถาซื่อ รวมไปถึงอวิ๋นโส่วหลี่ที่ถูกจับแล้วส่งไปเป็นทหาร ล้วนถูกตัดออกจากบันทึกผังตระกูลอวิ๋นแล้ว แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่ยังไม่ได้ถูกตัดออก
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นเหมยเอ๋อร์หรือเถาซื่อ ต่างก็ไม่ได้รู้สึกว่าการถูกตัดออกจากตระกูลจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอย่างน้อยพวกนางก็ยังมีสามีและบุตรชาย ยังมีพ่อยังมีพี่ชาย
แต่บัดนี้ตระกูลอวิ๋นต้องการจะขับไล่ครอบครัวของพวกเขาออกจากตระกูล นั่นหมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากตระกูลอีกต่อไป
ในสมัยโบราณ อำนาจของตระกูลนั้นยิ่งใหญ่ หากครอบครัวใดประสบปัญหา เพียงหัวหน้าตระกูลเอ่ยปาก ก็จะมีคนในตระกูลออกมาช่วยเหลือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะชาวไร่ชาวนา การแย่งน้ำในนาข้าวช่วงฤดูร้อน ช่วงที่ราชสำนักเกณฑ์แรงงานก็สามารถต่อรองกับทางการได้ หรือแม้แต่ลูกสาวที่แต่งงานไปแล้วถูกกลั่นแกล้ง…
เรื่องทั้งหมดนี้ ตระกูลจะเป็นคนออกหน้าจัดการให้ ยิ่งไปกว่านั้น หากมีตระกูลเป็นที่พึ่งพิง ต่อให้ยากจนข้นแค้นแค่ไหน คนอื่นในหมู่บ้านก็ไม่กล้ารังแก
หากถูกขับไล่จากตระกูล ถึงถูกคนอื่นรังแกก็ไม่มีใครมาช่วยเหลือเรียกร้องความเป็นธรรม เมื่อถึงเวลาใช้น้ำในนาก็ต้องรอให้คนในตระกูลใหญ่ใช้น้ำเสร็จก่อน ครอบครัวไร้ญาติขาดมิตรถึงจะได้ใช้น้ำ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนที่มีตระกูล เมื่อตายไป ป้ายวิญญาณจะได้เข้าโถงบรรพชน ได้รับการเคารพบูชาจากคนรุ่นหลังในตระกูล อีกทั้งยังได้ฝังศพในสุสานบรรพบุรุษ
หากไร้ซึ่งตระกูล แม้จะมีบุตรธิดา แต่บุตรธิดาเพียงไม่กี่คน จะมีธูปเทียนบูชาได้มากสักเพียงใด? ผู้เฒ่าอวิ๋นอายุมากแล้ว ดินแทบจะกลบถึงอกอยู่แล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด
ตอนนี้กลับบอกว่าจะขับไล่ครอบครัวของเขาออกไป? เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
“อวิ๋นเจียหรง ท่านรับเงินจากเจ้ารองมากเท่าใดเล่า ถึงได้มาทำร้ายข้าเช่นนี้! อยากจะไล่ข้าออกจากตระกูลหรือ ไม่มีทาง! ข้าจะไปที่โถงบรรพชน ข้าจะตายอยู่ในนั้น!”
ต้องเป็นเจ้ารองแน่ๆ เจ้ารองใจร้ายผู้นี้ หากมันไม่กลับมา บุตรชายทั้งสองของเขาก็คงไม่เปลี่ยนไป คงไม่ขอตัดขาดจากเขาตามๆ กันไปเช่นนี้! ในชั่วขณะนี้ผู้เฒ่าอวิ๋นขาดสติอย่างสมบูรณ์
อวิ๋นเจียวอดไม่ได้ที่จะกลอกตา เรื่องแบบนี้ยังจะโยงมาถึงท่านพ่อของนางได้อีกหรือ? นางเป็นถึงคุณหนูเอาแต่ใจ จึงทนไม่ได้อยู่แล้ว
“ท่านพูดแบบนี้ ราวกับว่าท่านพ่อของข้าไม่เคยให้เงินท่านอย่างนั้นแหละ ท่านปู่ใหญ่ก็ญาติผู้ใหญ่ของท่านพ่อข้า ท่านพ่อจะกตัญญูไม่ได้เชียวหรือ? ท่านพูดตรงๆ ว่าอิจฉาก็ได้เจ้าค่ะ หากข้าเป็นท่าน ข้าคงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามออกมา”
“พ่อแม่ต้องเมตตา บุตรจึงจะกตัญญู บิดาไม่เมตตา คิดแต่จะเอาเปรียบบุตรชายของตน ยังจะมีหน้ามาอิจฉาริษยาที่ลูกไปกตัญญูต่อผู้ใหญ่ที่เมตตาอีก ข้าละอายใจแทนท่านจริงๆ”
ยัยเด็กปากร้ายคนนี้! ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกคำพูดของนางตอกกลับจนจุกอก เลือดลมติดขัดไปหมด
เด็กคนนั้นพูดอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาว่า ใช่ ข้าให้เขา แล้วเจ้าจะทำไม! ใช่สิ เขาจะทำอะไรได้เล่า!
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่เห็นด้วย พวกเจ้ากำลังรังแกครอบครัวของพวกข้า! ข้า… ข้าจะไปเอาหัวโขกเสาในโถงบรรพชนให้ตายไปเลย!”
เถาซื่อก็กลิ้งตัวไปมาบนพื้น “ข้าไม่อยู่แล้ว อยู่ไปก็ไม่พ้นต้องตาย เป็นลูกเป็นหลานแท้ๆ กลับมาบีบบังคับให้คนแก่เช่นพวกข้าหมดทางรอด”
ทุกคนมองดูการแสดงของสองผัวเมียเฒ่าด้วยแววตาเหยียดหยาม อวิ๋นเจียชางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “อยากตายก็เชิญ จะอย่างไรวันนี้ก็ต้องเปิดโถงบรรพชน อวิ๋นเจียชาง หากเจ้าไม่อยากถูกขับไล่ออกจากตระกูลก็ได้”
“เถาซื่อใจดำอำมหิต กดขี่ข่มเหงลูกของภรรยาเดิม ทำร้ายหลานสาวแท้ๆ… ตามกของตระกูล ควรถูกจับถ่วงน้ำ! ใครก็ได้ จับตัวเถาซื่อไปถ่วงน้ำ!” ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีสตรีร่างกำยำจากตระกูลอวิ๋นกรูกันเข้ามาจับตัวเถาซื่อ
เถาซื่อตกใจจนกรีดร้องเสียงดัง “ข้าถูกพวกเจ้าตัดออกจากบันทึกผังตระกูลไปนานแล้ว พวกเจ้าจะมาควบคุมข้าไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์อะไรมาจับข้าถ่วงน้ำ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รีบเข้าไปปกป้อง “แม่ของโส่วหลี่ไม่ได้อยู่ในบันทึกผังตระกูลแล้ว พวกเจ้าจะมารังแกกันเช่นนี้ไม่ได้!”
ผู้เฒ่าคนหนึ่งของตระกูลอวิ๋นเยาะเย้ย “เจ้าปลดนางเสียสิ พวกเราถึงจะจับนางถ่วงน้ำไม่ได้ ไม่เช่นนั้น นางเป็นภรรยาของเจ้า ทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงตระกูลอวิ๋น ทำร้ายลูกหลานตระกูลอวิ๋น พวกเราก็มีสิทธิ์จับนางถ่วงน้ำ!”
ผู้อาวุโสอีกคนเอ่ยเสริม “เจ้าร้อนใจไปไย พวกเราเปิดโถงบรรพชนขับไล่ครอบครัวของเจ้าออกไป ก็ไม่มีสิทธิ์จัดการนางแล้วมิใช่หรือ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย เขามองไปที่เถาซื่อ ผู้หญิงคนนี้ช่างสร้างเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน เขาเองก็เกลียดนางมาก
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของชุ่ยเหนียง “ท่านอยู่ในใจของนายท่านรองเสมอนะเจ้าคะ เพียงแต่มีฮูหยินผู้เฒ่าขวางกั้นอยู่ ครั้งนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเกินไปจริงๆ นางสร้างเรื่องเช่นนี้ ไม่เท่ากับทำให้ท่านลำบากใจหรือเจ้าคะ”
“ถ้าในใจของฮูหยินผู้เฒ่ายังมีท่านอยู่บ้าง ก็คงไม่ทำเรื่องที่ทำให้ท่านลำบากใจเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ บ่าวขอพูดตามตรงนะเจ้าคะ บ่าวว่านายท่านสามเองก็เสียใจ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบุตรชายแท้ๆ ของฮูหยินผู้เฒ่า หากนางเมตตาต่อนายท่านสามบ้าง ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบนายท่านสาม เขาก็คงไม่ตัดขาดจากพวกท่าน”
“ไม่เพียงแต่จะไม่ตัดขาด บางทีอาจยังคิดถึงบุญคุณของพ่อแม่ แล้วกลับมาบ้านหลังเดิมก็เป็นได้ สูตรอาหารเพียงสูตรเดียว กลับต้องสูญเสียบุตรชายไปหนึ่งคน ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยนะเจ้าคะ”
“นายท่านผู้เฒ่า บ่าวรู้ว่าท่านใจดี เห็นแก่ความผูกพันของสามีภรรยา แต่บ่าวก็อดสงสารท่านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายท่านใหญ่ นายท่านรอง หรือนายท่านสาม ล้วนเป็นคนดี ลองดูสิเจ้าคะ ตอนนี้ครอบครัวของนายท่านทั้งสามยิ่งอยู่ยิ่งสุขสบาย หากไม่ใช่เพราะฮูหยินผู้เฒ่ากีดขวาง นายท่านทั้งสามคงรับท่านไปอยู่ด้วยอย่างสุขสบายนานแล้ว…”
“บ่าวขอพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดสักหน่อยนะเจ้าคะ หากไม่ใช่เพราะระวังฮูหยินผู้เฒ่า ด้วยความกตัญญูของนายท่านทั้งสาม พวกท่านจะไม่ให้เงินท่านใช้จ่ายเชียวหรือ”
“เพียงแต่เกรงว่าเงินที่อยู่ในมือท่านยังไม่ทันอุ่น ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าแย่งชิงไปเสียก่อน หากท่านมีเงินเหลือ ก็คงจะเก็บไว้ให้นายท่านห้าได้ซื้อกระดาษหมึก พู่กันหรือแท่นฝนหมึกบ้างมิใช่หรือเจ้าคะ…”
ยิ่งผู้เฒ่าอวิ๋นนึกถึงเรื่องนี้ สายตาที่มองเถาซื่อก็ยิ่งไม่เป็นมิตร ใช่แล้ว หากเถาซื่อไม่ใจร้าย หากนางไม่กดขี่ข่มเหงลูกเลี้ยง หากนางไม่ทำร้ายเหลียนเอ๋อร์ หากนางไม่บังคับให้หลิ่วจือกับเถาจือไปขโมยของ จนทำให้ลูกในท้องของจ้าวซื่อแท้ง อีกทั้งยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด…
บุตรชายทั้งสามของเขาจะตัดขาดจากเขาเช่นนี้หรือ? ภรรยาดี ชายเป็นสุข ภรรยาไม่ดี ครอบครัวก็แตกแยก
แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่เคยคิดบ้างเลย หากปราศจากการปล่อยปละละเลยและยินยอมโดยปริยายของเขา แผนการร้ายของเถาซื่อจะสำเร็จได้อย่างไร?
เถาซื่อเห็นผู้เฒ่าอวิ๋นมองมาที่นาง แววตาที่ดูเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว นอนร่วมเรียงเคียงหมอนกันมานานปี เถาซื่อจะไม่รู้หรือว่าผู้เฒ่าอวิ๋นเป็นคนเช่นไร ถ้าไม่รู้ก็เท่ากับว่านางใช้ชีวิตมาอย่างเสียเปล่าแล้ว!
พูดให้ชัดเจนก็คือ ผู้เฒ่าอวิ๋นเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด ในใจของเขามีแต่ตัวเอง!
“ตาเฒ่า เจ้าอย่าทำเรื่องโง่เขลา จะปลดข้าออกไม่ได้ และห้ามพวกเขาไม่ให้จับข้าถ่วงน้ำด้วย เจ้าคิดถึงเจ้าห้าสิ เจ้าห้าเพิ่งสอบได้เป็นถงเซิง เขาจะได้เป็นขุนนาง เจ้าก็จะเป็นพ่อของขุนนาง เป็นนายท่านผู้เฒ่าที่แท้จริง!”
“พวกเราถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้วจะเป็นไรไป รอให้เจ้าห้าได้เป็นขุนนาง พวกเขาก็จะกลับมาประจบประแจงพวกเรา ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว!”