ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 206 ไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อคน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 206 ไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อคน
ฉี่ชิ่งและฉี่เสียงสองพี่น้องเฝ้ารอคอยมาโดยตลอด ทว่าภายใต้ความคาดหวังนั้นกลับมีความหวาดหวั่นแฝงอยู่ พวกเขาย่อมรู้จักนิสัยใจคอของบิดาดี หากบิดาเป็นคนเด็ดขาด บ้านของพวกเขาก็คงไม่ถูกบ้านใหญ่รังแกมาหลายปีเช่นนี้
พวกเขาทั้งหวาดกลัวและวิตกกังวล เกรงว่าผู้เฒ่าอวิ๋นจะพูดอะไรบางอย่าง ทำให้อวิ๋นโส่วกวงใจอ่อนยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
วันนี้ท่าทางของอวิ๋นโส่วกวงเกินความคาดหมายของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง แต่ความประหลาดใจนี้ทำให้พวกเขามีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องบิดาอีกต่อไป แต่ท่าทีของคนในตระกูลกลับทำให้พวกเขาเป็นกังวลขึ้นมาอีก
ผู้เฒ่าอวิ๋นยังคงเกลี้ยกล่อมอวิ๋นโส่วกวงต่อไป “เจ้าใหญ่ อย่าพูดว่าพ่อไม่ให้โอกาสเจ้าเลย คนในตระกูลไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าแยกออกไปหรอก พ่อไม่ได้อยากได้เงิน เพียงแต่ไม่อยากตัดขาดความเป็นพ่อลูก เจ้าห้าอายุยังน้อยก็สอบผ่านถงเซิงแล้ว นั่นคืออนาคตที่สดใส”
“เจ้าเองก็มีความสามารถ ไม่นานก็คงได้เป็นเศรษฐีแล้ว แต่ยังไงก็ต้องมีพี่น้องคอยช่วยเหลือมิใช่หรือ? มีพี่น้องที่เป็นขุนนางคอยช่วยเหลือ ครอบครัวของพวกเจ้าจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน”
“เจ้ามิใช่รู้จักท่านโหวหรือ? น้องสาวของเจ้าก็รูปโฉมงดงาม ทั้งยังรู้จักประจบเอาใจ เจ้าช่วยหาทางเชื่อมสัมพันธ์ให้นางหน่อยสิ หากท่านโหวสนใจน้องสาวของเจ้า นางจะลืมพี่ชายอย่างเจ้าได้ลงหรือ ถึงตอนนั้น พวกเจ้าก็จะได้รุ่งเรือง กลายเป็นพระญาติของฮ่องเต้!”
ตูม… อวิ๋นเจียวเบิกตากว้าง มองผู้เฒ่าอวิ๋นอย่างไม่เชื่อสายตา อยากจะผ่าสมองของเขาดูจริงๆ ว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่ หน้าไม่อาย!
ไม่ใช่แค่อวิ๋นเจียวเท่านั้น คำพูดของผู้เฒ่าอวิ๋นยังทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูพากันหัวเราะเยาะ
“โอ๊ยตายแล้ว อย่างอวิ๋นเหมยเอ๋อร์น่ะหรือ? แม้แต่พวกขี้แพ้ในหมู่บ้านยังไม่มีใครเอา แล้วยังหวังจะไปเกาะท่านโหวอีก”
“สมองของตาแก่อวิ๋นคงจะเลอะเลือนแล้วกระมัง”
“คนอย่างอวิ๋นเหมยเอ๋อร์เป็นตัวอะไรกัน? แม้แต่เลียรองเท้าให้คนอื่นยังไม่คู่ควร กล้าคิดจริงๆ นะว่าท่านโหวจะสนใจนาง?”
“มิน่าล่ะ ข้าก็ว่าทำไมบ้านนี้ถึงไม่ยอมตัดขาด ที่แท้ก็หวังเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่นี่เอง”
“พระญาติของฮ่องเต้หรือ น่าขันสิ้นดี!”
“ทำไมไม่ขึ้นไปอยู่บนฟ้าเสียเลยเล่า!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์โกรธจนหน้าแดงก่ำ นางยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้โฮ เถาซื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเท้าเอวต่อว่า “พวกเจ้ามันพวกชั้นต่ำ กินองุ่นไม่ได้ก็หาว่าองุ่นเปรี้ยว [1] หมอดูบอกว่าลูกสาวข้ามีบุญวาสนา จะได้แต่งงานกับผู้สูงศักดิ์!”
“โอ๊ยตายแล้ว ลูกสาวเจ้าช่างสูงส่งนัก หากอยากเป็นพระญาติของฮ่องเต้ จะไปแต่งงานกับท่านโหวทำไมเล่า ต้องเข้าวังไปเป็นนางสนมต่างหาก!”
“นั่นน่ะสิ แล้วค่อยให้กำเนิดองค์ชาย โอ๊ยตายแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะได้รุ่งเรืองสมใจ กลายเป็นพระญาติของฮ่องเต้!”
ทุกคนพากันหัวเราะลั่น เถาซื่อโกรธจนเดินวนไปมาพลางก้มลงหยิบก้อนหินขว้างใส่คนอื่นๆ ทว่านี่กลับยิ่งทำให้ทุกคนหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ถูกเยาะเย้ยจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นางปิดหน้าวิ่งกลับเข้าบ้าน เจียงหลิ่วจือและเจียงเถาจือสองพี่น้องมองอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ด้วยแววตาอาฆาต เมื่อเห็นนางถูกหัวเราะเยาะ พวกนางก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก
เจียงเถาจือถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูถูก “ถุย ยัยผู้หญิงใจดำอำมหิต รูปร่างหน้าตาก็ขี้ริ้วขี้เหร่ แล้วยังหวังจะไต่สูงอีกหรือ ไม่ส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างหรือไง”
สตรีชาวบ้านที่คุมตัวนางอยู่ต่อว่า “พอเปิดปากก็พูดจาหยาบคาย เจ้าเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร!”
“ท่านพ่อ ข้าช่วยพูดกับท่านโหวไม่ได้หรอกขอรับ ต่อไปไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นเหมยเอ๋อร์หรืออวิ๋นโส่วหลี่จะมีวาสนาสูงส่งเพียงใด พวกข้ายอมยากจนข้นแค้นกินดินกินทรายก็จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด!”
มือที่กำแน่นของอวิ๋นโส่วกวงกำลังสั่นเทา แม้จะไม่ชัดเจนนักแต่หากสังเกตดีๆ ก็จะเห็นได้ เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต หากความกล้าครั้งนี้หายไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน ถึงจะรวบรวมความกล้าได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นโส่วกวงไม่สนใจไยดี เสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงหมดความอดทน “ฮึ่ม ไม่รู้จักดีชั่ว ไม่เห็นความหวังดีของผู้อื่น ดี เจ้าจำคำพูดของข้าเอาไว้ให้ดี ต่อไปหากเจ้าห้าประสบความสำเร็จ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ได้แต่งงานกับคนร่ำรวย อย่าหวังว่าจะได้ส่วนแบ่งแม้แต่น้อย หากอยากตัดขาดความเป็นพ่อลูก ก็เอาเงินมาหนึ่งพันตำลึง ข้าจะถือว่าไม่เคยมีลูกชายอย่างเจ้า!”
อวิ๋นโส่วกวงไม่พูดอะไร เพียงแต่หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋น แววตาสิ้นหวังและเจ็บปวดทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกอึดอัดใจ จึงได้แต่หลบสายตา
นี่หรือคือพ่อแท้ๆ ของเขา! พ่อแท้ๆ! อวิ๋นโส่วกวงเบนสายตาหลบออกไป ไม่ยอมมองหน้าผู้เป็นพ่ออีกต่อไป
ในที่สุดเหล่าผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นและผู้ใหญ่บ้านก็ปรึกษาหารือกันเสร็จสิ้น เดินเข้ามาจากนอกลานบ้าน สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่หัวหน้าตระกูลอวิ๋น
หัวหน้าตระกูลอวิ๋นหันไปพูดกับอวิ๋นโส่วกวง “โส่วกวง พวกเจ้าเป็นคนขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ พวกเราพูดคุยกันแล้ว ต่างก็ลงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยที่พวกเจ้าจะแยกออกจากตระกูล”
เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อลูกทั้งสามคนต่างร้อนใจ รีบคุกเข่าลงทันที แต่ก็มีคนเข้ามาขวางพวกเขาไว้ ผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อทำสีหน้าราวกับรู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะเถาซื่อที่ดูลำพองใจเป็นอย่างยิ่ง
“อยากออกตระกูลหรือ ฝันไปเถิด เอาเงินมาหนึ่งพันตำลึง! ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ตัดญาติ!”
อวิ๋นโส่วกวงร้อนรน “ท่านลุงใหญ่…”
อวิ๋นเจียหรงยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อวิ๋นโส่วกวงพูดต่อ จากนั้นก็หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋น “เจ้าสาม โส่วกวงเป็นลูกชายแท้ๆ ของเจ้า เจ้าจะไม่เหลือเยื่อใยอะไรเลยหรือ? ถึงกับเรียกเงินหนึ่งพันตำลึงเพื่อตัดญาติ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดว่า “พี่ใหญ่ ท่านก็เห็นแล้วว่าลูกอกตัญญูคนนี้ ยอมตัดขาดความเป็นพ่อลูกเพื่อคนอื่น ข้าไม่ได้อยากได้เงินหนึ่งพันตำลึงหรอก เพียงแต่ต้องการสั่งสอนเขาเท่านั้น”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พอนึกถึงจ้าวซื่อที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างยากลำบากมายี่สิบกว่าปี และเมื่อคืนนี้นางก็เกือบสิ้นใจ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองติดค้างจ้าวซื่อมากเกินไป
จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา ความรักใคร่จากพ่อแท้ๆ ที่ไม่เคยได้รับ หรือความผูกพันลึกซึ้งที่ภรรยาและลูกๆ มอบให้
“ท่านพ่อ นางไม่ใช่คนอื่น แต่นางคือภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้า รับใช้ท่านราวกับวัวกับม้า เป็นมารดาของลูกๆ ข้า!” อวิ๋นโส่วกวงตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นใจ
ขณะนี้น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม ไม่สนใจว่าจะมีคนอยู่มากมายเพียงใด เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นรู้สึกสะเทือนใจ
ในที่สุดอวิ๋นเจียหรงก็ตัดสินใจได้ อวิ๋นชางเป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการโอกาสสุดท้ายนี้ ก็อย่าได้โทษเขาเลย ความรู้สึกที่มีต่อน้องชายคนนี้ ไม่อาจใช้คำว่าผิดหวังอธิบายได้อีกต่อไป แต่เป็นความสิ้นหวังอย่างแท้จริง!
“หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับผู้อาวุโสในตระกูลแล้ว พวกเราไม่เห็นด้วยกับการที่อวิ๋นโส่วกวงขอแยกออกจากตระกูล อวิ๋นโส่วกวงเป็นคนขยันขันแข็ง ไม่ว่าจะได้สิ่งดีๆ อะไรมาก็แบ่งปันให้กับคนในหมู่บ้านและคนในตระกูลเสมอ ลูกหลานที่ดีเช่นนี้ หากตระกูลของเราไม่ปกป้อง แล้วจะไปปกป้องใคร?”
“ถูกต้อง ควรปกป้องไว้!”
“ท่านปู่ใหญ่พูดได้ถูกต้อง!”
เมื่ออวิ๋นเจียหรงพูดจบ ก็มีเสียงเห็นด้วยดังขึ้นรอบทิศ
อวิ๋นเจียหรงพูดต่อ “อวิ๋นเจียชาง เจ้าตามใจภรรยาใหม่ รังแกลูกๆ ของภรรยาเดิม ปล่อยให้ภรรยาใหม่กับลูกสาวบงการหลานสาวให้ขโมยของ ทั้งยังทำร้ายภรรยาของโส่วกวงจนแท้งลูก เกือบเอาชีวิตไม่รอด!”
“วางยาหลานสาวตนเอง ร่วมมือกับลูกสาวและลูกเขย คิดร้ายต่อหลานสาวตนเอง พยายามทำลายชื่อเสียงของนางจนนางต้องกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย… บีบบังคับบุตรชายจนต้องตัดญาติออกจากตระกูล!”
“ปล่อยให้อวิ๋นโส่วจู่สมคบคิดกับคนนอก ใส่ร้ายป้ายสีคิดร้ายพี่น้องตนเองหลายครั้ง เพียงเพื่อหวังครอบครองทรัพย์สิน! เรื่องราวแต่ละอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนสร้างความอับอายขายหน้าให้แก่บรรพบุรุษ คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อคน!”
……….
เชิงอรรถ
[1] กินองุ่นไม่ได้ก็หาว่าองุ่นเปรี้ยว (吃不到葡萄说葡萄酸) หมายถึง การแสดงท่าทีเหมือนไม่อยากได้ ทั้งที่จริงแล้วอยากได้แต่ไม่มีโอกาสหรือความสามารถในการครอบครอง