ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 209 เผยแพร่
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 209 เผยแพร่
ห้องโถงหลังเล็กเกินไป คนมากมายเช่นนี้คงนั่งไม่พอ อวิ๋นเจียหรงจึงเอ่ยขึ้น “โส่วจง พวกเราไปคุยกันที่บ้านเจ้าเถิด โส่วกวงไม่ต้องไปหรอก อยู่ดูแลภรรยาของเจ้า เรื่องนี้รอโส่วจงเล่าให้เจ้าฟังทีหลังก็แล้วกัน”
แน่นอนว่าอวิ๋นโส่วกวงเป็นห่วงจ้าวซื่อ อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยมีความคิดเห็นอยู่แล้ว จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะอย่างไรเสียผลการปรึกษาหารือ พวกเขาก็ต้องมาบอกเขาอยู่ดี
ทุกคนมาถึงบ้านของอวิ๋นโส่วจง แล้วพากันนั่งลงในห้องโถง ชุนเหมยกำลังดูแลจ้าวซื่อ ส่วนโม่ซ่านก็ต้องคอยดูแลอวิ๋นเจียว อวิ๋นหลานเอ๋อร์จึงอาสาเป็นคนชงชารินน้ำ
ส่วนอวิ๋นฉี่เยว่ก็พาอวิ๋นเจียวไปที่ห้องของตน จากนั้นก็หยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากตู้ “เจียวเอ๋อร์ อีกไม่นานก็ถึงวันเกิดเจ้าแล้ว นิยายชุดเรื่องนี้ พี่ใหญ่เป็นคนคัดลอกด้วยตัวเองเลยนะ”
“นิยายหรือเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของอวิ๋นเจียวก็เป็นประกาย ในที่สุดก็มีหนังสือให้อ่านแล้ว! ไม่สิ ในที่สุดก็มีหนังสือนิยายให้อ่านอย่างเปิดเผยแล้ว!
นางรีบรับกล่องไม้มาจากอวิ๋นฉี่เยว่ พอเปิดออกก็เห็นหนังสือทั้งหมดสิบเล่ม ‘ลำนำศาลากลางคลื่นลม’!
อวิ๋นเจียวมองอวิ๋นฉี่เยว่ด้วยความดีใจ ยิ้มแก้มปริ “พี่ใหญ่ นี่มัน ‘ลำนำศาลากลางคลื่นลม’ นี่เจ้าคะ! แต่ว่าที่ร้านหนังสือมีขายแค่ห้าเล่มเอง พี่ใหญ่เอาเล่มที่เหลือมาจากไหนหรือ? แถมยังมีตั้งห้าเล่ม!”
อวิ๋นฉี่เยว่เห็นอวิ๋นเจียวชอบใจ มุมปากก็ยกยิ้ม “เล่มหลังๆ เพิ่งออกมา ร้านหนังสือมีขายแล้ว” เขารู้ว่าอวิ๋นเจียวชอบ ‘ลำนำศาลากลางคลื่นลม’ เขาจึงนำต้นฉบับห้าเล่มที่มีอยู่ไปให้ทางร้านหนังสือ ทำเอาหลงจู๊ร้านหนังสือหังไจดีใจจนเนื้อเต้น
เดิมทีหลงจู๊ร้านหนังสือหังไจวางแผนจะค่อยๆ ทยอยวางขายทีละเล่มต่อเดือน แต่กลับถูกอวิ๋นฉี่เยว่ขอให้ปล่อยทั้งห้าเล่มพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ อวิ๋นฉี่เยว่จึงสัญญาว่าจะมอบต้นฉบับหนังสืออีกเล่มให้แก่ร้านหนังสือหังไจ
เขาทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้อวิ๋นเจียวมีความสุข
อวิ๋นเจียวนั่งลงที่โต๊ะหนังสือของเขาแล้วเปิดอ่านทันที ทุกครั้งที่พลิกกระดาษ ก็จะมีกลิ่นหอมของหมึกกระจายออกมา อวิ๋นฉี่เยว่ใช้พู่กันปลายเรียวเล็กเขียน ตัวอักษรเรียบร้อย สง่างาม ลื่นไหลมีชีวิตชีวา และมองสบายตายิ่งนัก
การเขียนตัวอักษรขนาดเล็กด้วยพู่กันปลายเรียวเล็กนั้นทำได้ยากมาก การจะเขียนออกมาได้สวยงามนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นฉี่เยว่ตั้งใจมากเพียงใด
“พี่ใหญ่ ข้าชอบมาก ขอบคุณมากนะเจ้าคะ! แต่ต่อไปท่านอย่าทำแบบนี้อีกเลย เสียเวลาเกินไป จะกระทบกับการเรียนของพี่ใหญ่เอาได้นะเจ้าคะ”
อวิ๋นฉี่เยว่กลับยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เรียนมาเหนื่อยๆ ก็เลยหาหนังสือมาอ่านเพื่อผ่อนคลาย การคัดลอกหนังสือก็เป็นการฝึกฝนฝีมือไปในตัว”
อวิ๋นเจียวครุ่นคิด พี่ใหญ่ของนางเป็นคนที่มีเหตุผล และรู้จักควบคุมตัวเองอย่างมาก นางจึงไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้
ขณะที่กำลังดูหนังสืออยู่นั้น อวิ๋นเจียวก็นึกขึ้นได้ จึงเอ่ยถามอวิ๋นฉี่เยว่ว่า “พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าหากพวกเราไปขอให้ร้านหนังสือเพิ่มข้อความลงไปท้ายเล่มสักประโยค ร้านหนังสือจะยอมหรือไม่เจ้าคะ?”
ทันใดนั้นนางก็หันกลับมา ดวงตาเป็นประกายราวกับอัญมณีสีดำ ท่าทางน่ารักเช่นนี้ทำให้อวิ๋นฉี่เยว่ใจละลายในทันที
อวิ๋นฉี่เย่วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะจมูกของนาง แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เจียวเอ๋อร์อยากเพิ่มประโยคอะไรหรือ?”
อวิ๋นเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยท่องออกมา
“ก่อนอาหารหลังขับถ่ายต้องล้างมือ โรคร้ายจะไม่ถามหา
หลังภัยพิบัติระวังโรคระบาด วิธีป้องกันต้องจำให้ดี
ไม่ดื่มน้ำฝนน้ำต้องต้มสุก ป้องกันแมลงไร้โรคภัย
อาหารต้องปรุงสุก ของเน่าเสียทิ้งไปไม่ควรเก็บ
บ้านต้องโปร่งลมต้องเข้า ผ้าห่มเสื้อผ้าต้องซักตากให้แห้ง
พบโรคระบาดก็แจ้งไป ป้องกันเร็วรักษาทันท่วงที”
หลังจากที่ไปเมืองจิ่วเจียงกับท่านพ่อและท่านแม่ แล้วประสบกับโรคระบาดครั้งนั้น ต่อมานางก็ขอให้เจ้าของร้านหนังสือที่นางไปขอให้เขาช่วยคัดลอกหนังสือช่วยค้นหาบทกลอนทำนองนี้จากอินเทอร์เน็ต จากนั้นนางก็นำมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัยของแคว้นต้าเยี่ย เพื่อป้องกันไม่ให้คนในแคว้นต้าเยี่ยไม่เข้าใจคำศัพท์บางคำ
หลังจากที่อวิ๋นเจียวท่องจบ อวิ๋นฉี่เยว่ก็หยิบพู่กันขึ้นมาคัดลอกโคลงกลอนบทนี้ทันที
“เจียวเอ๋อร์อยากให้โคลงกลอนบทนี้เผยแพร่ออกไปหรือ?”
อวิ๋นฉี่เยว่รู้ดีว่า นี่เป็นเพราะอวิ๋นเจียวเคยประสบกับโรคระบาด นางจึงอยากให้โคลงกลอนบทนี้เผยแพร่ออกไป อยากให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอยู่และสุขอนามัยที่ไม่ดี หากเป็นเช่นนั้น ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคระบาดได้
อวิ๋นเจียวพยักหน้า นางขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่ คนที่ป่วยแล้วไม่ได้รับการรักษา สุดท้ายก็ต้องตายนั้นน่าสงสารจริงๆ” หากโคลงกลอนบทหนึ่งสามารถลดโอกาสในการเจ็บป่วยของชาวบ้านได้ ถือเป็นเรื่องดี เป็นบุญกุศลอย่างหนึ่ง
สำหรับอวิ๋นเจียวแล้ว การได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ และมีครอบครัวที่รักและเอ็นดูนางมากขนาดนี้ นางต้องทำอะไรตอบแทนบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น การทำสิ่งที่ช่วยเหลือผู้อื่น แอปเถาเป่าก็ให้คะแนนด้วย!
อวิ๋นฉี่เยว่จึงเอ่ยขึ้น “เจียวเอ๋อร์ โคลงกลอนบทนี้ หากเผยแพร่ลงในหนังสือ คงไม่ได้ผลมากนัก เพราะคนที่อ่านออกเขียนได้ในแคว้นต้าเยี่ยล้วนเป็นคนมีฐานะ ส่วนคนแบบนั้น ส่วนใหญ่มีบ่าวรับใช้คอยดูแล ความเป็นอยู่พิถีพิถันพอแล้ว”
“แม้จะเป็นบัณฑิตจากครอบครัวยากจน ก็เคร่งครัดในกระเบียบต่างๆ เนื่องจากอ่านตำราของนักปราชญ์ พฤติกรรมความเป็นอยู่จึงดีอยู่แล้ว พี่ใหญ่ว่า หากเป็นโคลงกลอน พวกเราสามารถเปลี่ยนวิธีการเผยแพร่ได้”
อวิ๋นเจียวรีบถาม “พี่ใหญ่ มีวิธีอะไรหรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นฉี่เย่วยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่จะไปหาพ่อค้าเร่ แล้วสอนให้พวกเขาท่องโคลงกลอนนี้…”
อวิ๋นเจียว “บทกลอนสุขภาพ!”
“พ่อค้าเร่เดินทางไปขายของทั่วทุกสารทิศ พวกเขาเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ หากให้พวกเขาท่องกลอนไปด้วย ชาวบ้านก็จะได้ยินได้ฟัง”
อวิ๋นเจียวเอ่ยชม “พี่ใหญ่ฉลาดจริงๆ วิธีนี้ดีกว่าเยอะเลยเจ้าค่ะ!”
เด็กหนุ่มที่ได้รับคำชมจากน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งดูอ่อนโยน รอยยิ้มก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น “พ่อค้าเร่เป็นเพียงหนึ่งในนั้น พวกเรายังสามารถไปหานักเล่าเรื่องตามร้านน้ำชา นักแสดงข้างถนน ด้วยวิธีนี้ บทกลอนสุขภาพก็จะเผยแพร่ไปสู่ชาวบ้านได้อย่างรวดเร็ว”
อวิ๋นเจียวพูดต่อ “พอทุกคนคุ้นเคย และบทกลอนนี้ฝังลึกในความคิด บางครั้งพวกเขาก็จะทำตามเนื้อหาของบทกลอนโดยไม่รู้ตัว!”
เพียงแค่ได้ยินคนท่องโคลงกลอนบทนี้ทุกวัน นานวันเข้าก็จะส่งผลต่อจิตใต้สำนึก ส่งผลต่อพฤติกรรม ทำให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขอนามัยโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ขอแค่มีคนเปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
อวิ๋นฉี่เยว่กล่าว “เรื่องนี้ตกลงตามนี้ พี่ใหญ่จะคัดลอกไว้หลายๆ ชุด พรุ่งนี้จะให้โม่จู๋ไปจัดการเรื่องนี้ให้”
อวิ๋นเจียวพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตกลงเจ้าค่ะ! พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ข้าอยากไปดูที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้าน ข้ามีความคิดใหม่”
“เจียวเอ๋อร์มีความคิดอะไรอีกหรือ?”
อวิ๋นเจียวหยิบกระดาษเซวียนจื่อ [1] แผ่นหนึ่งจากโต๊ะขึ้นมา รับพู่กันจากมือของอวิ๋นฉี่เยว่ แล้วเริ่มร่างภาพ
“ไม่มีอะไรมาก ข้าแค่ต้องการทำให้ตรงนี้เป็นลานกว้างๆ หลังจากนั่งเรียนไปสักพัก ก็ให้นักเรียนได้ออกมาเคลื่อนไหวร่างกาย จากนั้นก็ทำชั้นวางสองอัน บนชั้นวางก็ใส่ห่วงกลมๆ เอาไว้ จากนั้นก็เอาลูกหนังที่ใช้เตะเล่นมาปรับให้ใหญ่ขึ้น ทุกคนเรียนเหนื่อยๆ ก็มาแย่งลูกหนังโยนใส่ห่วงเล่นได้”
“อีกอย่าง ข้าคิดว่าร่างกายของเด็กหลายคนอ่อนแอเกินไป พี่ใหญ่ หากพวกเราเชิญอาจารย์สอนวิทยายุทธ์สองสามคนมาสอนวิทยายุทธ์ที่เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ?”
“จริงสิ คนส่วนใหญ่ที่จะมาเรียนก็แค่ต้องการให้อ่านออกเขียนได้ ไม่ได้ต้องการสอบเป็นขุนนาง พวกเราก็เชิญช่างไม้ ช่างตีเหล็ก และช่างฝีมืออื่นๆ มาสอนงานฝีมือได้ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น อาคารที่เราวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ก็คงไม่พอแล้วละเจ้าคะ”
เชิงอรรถ
[1] กระดาษเซวียนจื่อ (宣纸) เป็นกระดาษจีนชนิดหนึ่ง ผลิตในมณฑลอันฮุย เป็นกระดาษคุณภาพดี นิยมใช้ในการเขียนพู่กันจีนและวาดภาพจีน