ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 208 จ่ายค่ารักษา
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 208 จ่ายค่ารักษา
สิ่งที่ผู้เฒ่าอวิ๋นถนัดที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการปัดความรับผิดชอบ สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หากไม่ใช่เพราะลูกชายไม่เข้าใจ ไม่สนับสนุน ไม่เห็นใจเขา ก็เป็นเพราะภรรยาเจ้าเล่ห์เกินไป โหดร้ายเกินไป โลภมากเกินไป
มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เขาอยากจะปลดเถาซื่อจริงๆ หรือแม้กระทั่งยอมปล่อยให้นางถูกจับถ่วงน้ำ แต่คำพูดของเถาซื่อกลับทำให้เขาเปลี่ยนใจ
ใช่แล้ว เขายังมีเจ้าห้า หมอดูเคยทำนายไว้ว่าเจ้าห้าเป็นเทพเหวินฉวี่ซิง [1] มาจุติ ต่อไปก็จะได้เข้าสอบจอหงวน เจ้าห้าสอบผ่านถงเซิงตั้งแต่อายุยังน้อย แสดงให้เห็นว่าคำทำนายของหมอดูผู้นั้นแม่นยำเพียงใด
ไม่ได้ เขาปลดเถาซื่อไม่ได้ อนาคตโส่วหลี่จะต้องได้เป็นขุนนาง เขาไม่อาจมีมารดาที่ถูกปลดและโดนทอดทิ้ง! และไม่อาจมีมารดาที่ถูกจับถ่วงน้ำตายได้!
“พี่ใหญ่ ท่านต้องคิดให้ดีๆ หากตัดบ้านข้าออกจากตระกูล ถ้าต่อไปโส่วหลี่ได้ดิบได้ดีขึ้นมา ตระกูลจะไม่ได้รับสิ่งใดเลยนะขอรับ”
อวิ๋นเจียหรงกล่าว “โส่วหลี่เก่งกาจ นั่นก็เป็นวาสนาของเจ้า”
เหอะ อวิ๋นโส่วหลี่ เจ้านั่นมันเหมือนอวิ๋นเจียชางที่สุด เย็นชา เห็นแก่ตัว มันไปร่ำเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาเอกชนในตำบล มีหรือที่จะไม่รู้เรื่องที่น้องสาวและมารดาของมันถูกประจานกลางท้องถนนในวันนั้น? แต่มันเคยกลับมาดูสักครั้งหรือไม่?
ตอนนี้มันเป็นแค่ถงเซิง แม้ว่ามันจะเป็นเทพเหวินฉวี่ซิงมาจุติ ได้เป็นขุนนางใหญ่จริงๆ คนในตระกูลอย่างพวกเขาก็คงไม่มีหวังว่าจะได้ผลบุญอันใดจากมันเลยแม้แต่น้อย
แต่ลูกชายอีกสามคนของผู้เฒ่าอวิ๋น ยังไม่ทันได้ร่ำรวยหรือมีอำนาจอะไรมากมาย ก็เอาเงินออกมาช่วยเหลือหมู่บ้านและตระกูลตั้งมากมาย คนตระกูลอวิ๋นต่างก็ไม่ใช่คนโง่เขลา
ความหวังสุดท้ายของผู้เฒ่าอวิ๋นก็ดับวูบ เขาพูดอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า “ช่างเถิดๆ ลูกชายบีบบังคับให้พ่อถูกตัดออกจากตระกูล… จะตัดก็ตัด ต่อไปนี้ความสัมพันธ์ก็สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ต่อไปโส่วหลี่ได้ดิบได้ดี ใครก็อย่าได้หวังจะได้อะไร!”
พูดจบก็มองไปที่อวิ๋นโส่วกวง “เจ้าใหญ่ ตอนนี้เจ้าพอใจแล้วกระมัง? แต่ข้าบอกเจ้าไว้เลย ต่อให้ข้าถูกตัดออกจากตระกูล ข้าก็ยังเป็นพ่อของเจ้า เงินค่าเลี้ยงดูของข้า ห้ามขาดแม้แต่อีแปะเดียว!”
“เหอะ ไม่ใช่คนตระกูลอวิ๋นของพวกเราแล้ว ยังกล้ามาข่มเหงคนตระกูลอวิ๋นของพวกเราอีก ดูซิว่าคนในตระกูลของเราจะยอมหรือไม่!”
อวิ๋นโส่วกวงจึงกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิด มีสัญญาเป็นหลักฐาน ข้าไม่เบี้ยวแน่ แต่หากจะเอามากกว่านี้ก็ไม่มีทางแล้ว”
“ไปสิ เข้าบ้าน ยืนเกะกะอยู่ตรงนี้ทำไม ยังอับอายขายขี้หน้าไม่พอหรือ?” ผู้เฒ่าอวิ๋นเตะเถาซื่ออย่างแรงโดยไม่ปรานีแม้แต่น้อย
ทว่าอวิ๋นโส่วจงกลับเอ่ยปากขึ้น “ช้าก่อน ท่านพ่อ เรื่องที่เถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ใส่ร้ายสองพี่น้องตระกูลเจียงว่าขโมยของ แถมยังทำให้พี่สะใภ้ใหญ่แท้ง เรื่องอื่นข้าจะไม่พูดถึงแล้วกัน แต่ค่ารักษา ท่านต้องจ่ายให้พวกเขาก่อนกระมัง?”
จริงๆ แล้วอวิ๋นโส่วกวงแค่อยากตัดความสัมพันธ์กับผู้เฒ่าอวิ๋น ตอนนี้เขายังมึนงงอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายตระกูลจะตัดสินใจให้ตัดท่านพ่อและครอบครัวของเขาออกจากตระกูล พี่น้องทั้งสามยังคงมึนงงอยู่ ก็ได้ยินเสียงของอวิ๋นโส่วจงดังขึ้น
“ถูกต้อง จ่ายเงิน จ่ายค่ารักษา!”
“รวมถึงหยกที่เจียงเถาจือทำแตกด้วย ต้องจ่ายมาทั้งหมด!”
เถาซื่อไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกผู้เฒ่าอวิ๋นเตะจนท้องเจ็บ นางรีบลุกขึ้นยืนทันที แล้วตะโกนเสียงแหลมว่า “จ่ายอะไรกัน? ไม่มีเงินให้ อยากได้ก็เอาชีวิตข้าไปสิ! อีกอย่าง ของก็คืนไปแล้วมิใช่หรือ? ลูกในท้องของจ้าวซื่อแท้ง นั่นเป็นเพราะนางอกตัญญูต่อพ่อแม่ ทำกรรมทำเวรมามาก สวรรค์จึงลงโทษ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่คิดว่าเจ้ารองจะฉีกหน้าเขาในทันทีทันใด แถมยังให้เขาจ่ายเงินชดใช้อีก!
“เจ้ารอง เจ้าจะบีบบังคับพ่อจนตายเลยหรือ?”
อวิ๋นโส่วจงกลับไม่สนใจคำพูดของเขา บอกเพียงว่า “หากพวกท่านไม่จ่ายก็ได้ ข้าจะส่งคนไปตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลาว่าการอำเภอ! ยังไงพวกเราก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยพบหน้าท่านนายอำเภอ หรือไม่เคยร้องทุกข์มาก่อน!”
นี่ลุงรองกำลังทวงความยุติธรรมให้ท่านแม่ของเขานี่นา!
ฉี่ชิ่งรีบพูดตาม “ใช่ วันนั้นพวกเราถูกเจียงต้าไห่ใส่ร้าย ต้องเผชิญกับความอยุติธรรม ใครจะรู้ว่าท่านนายอำเภอจะมาด้วยตัวเอง ทั้งยังเป็นท่านนายอำเภอที่เที่ยงธรรม เพียงวันเดียวก็สามารถสืบสวนคดีจนกระจ่าง!”
ฉี่เสียงก็พูดว่า “ข้าจะไปตีกลองร้องทุกข์เอง ท่านนายอำเภอผู้เที่ยงธรรมต้องช่วยพวกเราทวงความยุติธรรมอย่างแน่นอน!”
ไม่ว่าจะเป็นเถาซื่อ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เจียงเถาจือ หรือแม้แต่ผู้เฒ่าอวิ๋น ต่างก็เคยเห็นฉากที่นายอำเภอไต่สวนคดีความ เพียงนึกถึงภาพที่เจียงต้าไห่ และคนอื่นๆ ถูกโบยตีจนเลือดซิบก้นลาย ก็รู้สึกขนลุกแล้ว ทันใดนั้นเถาซื่อก็ไม่กล้าส่งเสียงดังอีกต่อไป
แต่ชาวบ้านรอบข้างกลับยุยง ตระกูลอวิ๋นแสดงท่าทีกล่าวว่าจะช่วยเหลือครอบครัวของอวิ๋นโส่วกวง ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงต้องกัดฟันถามว่า “จะเอาเท่าไร?”
จริงๆ แล้วอวิ๋นโส่วจงแค่อยากสั่งสอนผู้เฒ่าอวิ๋น และเพื่อให้อวิ๋นโส่วกวงมีความเด็ดขาดต่อผู้เฒ่าอวิ๋นอย่างแท้จริง เขาจึงกล่าวว่า “ท่านต้องถามพี่ใหญ่ของข้า พี่ใหญ่ ท่านต้องคำนวณให้ดีนะขอรับ ภรรยาท่านต้องอยู่ไฟหลังแท้งบุตร ต้องใช้ไก่เป็ด ยาบำรุงมากเท่าใด!”
อวิ๋นโส่วกวงมองผู้เฒ่าอวิ๋นที่ดูแก่ชราลงไปมาก ฉี่ชิ่งฉี่เสียงเกรงว่าเขาจะใจอ่อนจึงรีบเตือน “ท่านพ่อ ท่านแม่เกือบเอาชีวิตไม่รอด พวกข้าพี่น้องก็เกือบจะกลายเป็นเด็กกำพร้าที่มีแม่เลี้ยงใจร้ายมารังแกแล้วนะขอรับ”
เมื่ออวิ๋นโส่วกวงได้ยินเช่นนั้น ก็หวนนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของตนเองก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ใช่แล้ว หากเขาแต่งงานใหม่ ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงก็จะมีแม่เลี้ยง การใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับแม่เลี้ยง…
หากเขาไม่แต่งงาน ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงก็จะเป็นเด็กกำพร้าแม่ เด็กกำพร้าแม่ แม้แต่เรื่องแต่งงานก็ไม่มีใครจัดการให้ ตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก เด็กสองคนนี้จงใจพูดเช่นนี้ เพราะกลัวว่าเขาจะใจอ่อน!
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก หลายปีมานี้ เพื่อเอาใจท่านพ่อ เขาจึงทำให้ภรรยาและลูกต้องลำบากมากเกินไปแล้ว
“สามสิบตำลึงเงินก็พอแล้วขอรับ มากกว่านี้ข้าก็ไม่ต้องการ”
“อะไรนะ? สามสิบตำลึงเงิน…” ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่คิดว่าอวิ๋นโส่วกวงจะกล้าเรียกจริงๆ แต่เขาก็ไม่คิดเสียบ้าง จะตัดขาดกันแล้ว ยังมีอะไรที่พูดไม่ออกอีก?
ฉี่เสียงรีบพูดว่า “จะจ่ายเงินสามสิบตำลึง หรือว่าจะให้ข้าไปตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลาว่าการอำเภอล่ะขอรับ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นหมดหวังโดยสิ้นเชิง สามสิบตำลึงเงินทำให้เขาปวดใจจนแทบจะยืนไม่อยู่
เขาจ้องมองเถาซื่ออย่างโกรธเคือง “เจ้ายังยืนโง่ทำไม? อยากไปลองนั่งเล่นในคุกหรือไง? ยังไม่รีบไปเอาเงินมาอีก!”
คราวนี้เถาซื่อไม่กล้าพูดว่าไม่มีเงินอีกแล้ว แม้ว่าจะปวดใจ แต่นางกลัวคุกยิ่งกว่า จึงได้แต่ด่าทอพลางเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อเอาเงินออกมา
นางหยิบเงินสามสิบตำลึงออกมาแล้วโยนลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พร้อมทั้งด่าทอว่า “เอาไปสิ เอาไปซื้อโลงศพเถิด ไอ้ลูกอกตัญญู คงโดนฟ้าผ่าตายสักวัน!”
ฉี่ชิ่งไม่ถือสา รีบไปเก็บเงินแล้วยื่นให้กับอวิ๋นโส่วกวง การที่สามารถทำให้เถาซื่อยอมควักเงินออกมาเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตของนาง สองพี่น้องดีใจจนเกือบจะหัวเราะออกมา
เงินสามสิบตำลึงเชียวนะ! เป็นเงินที่นางอดออมไว้ให้เจ้าห้าใช้เรียนหนังสือ ตอนนี้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว
เงินสามสิบตำลึงนี้ถูกเอาไป ในหีบของนางเหลือเพียงเศษเงินไม่กี่ตำลึงเท่านั้น จากนี้จะใช้ชีวิตอย่างไรเล่า? เถาซื่ออดไม่ได้ที่จะจ้องมองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ และสองพี่น้องตระกูลเจียงด้วยสายตาเคียดแค้น
“ยังยืนโง่อยู่ทำไม? ยังไม่รีบไปทำงานอีก จะให้ยายแก่ๆ อย่างข้าปรนนิบัติพวกเจ้าหรือยังไง? พวกตัวซวย หากไม่ขยันขันแข็ง ก็ไสหัวกลับตระกูลเจียงไปให้หมด!”
อย่างน้อยก็รอดพ้นจากการถูกไล่ไปได้ วิกฤตการณ์ก็ผ่านพ้นไปแล้ว อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงรีบพาหลิ่วจือและเถาจือไปทำงาน
เมื่อเรื่องทางด้านนี้คลี่คลายลงแล้ว หัวหน้าตระกูลก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไป เหลือเพียงตัวเขาและผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นที่มีลำดับอาวุโสและคุณสมบัติเป็นที่นับถือเท่านั้น
“โส่วกวง โส่วจง โส่วเย่า พวกเรามีเรื่องอยากจะปรึกษาพวกเจ้าหน่อย”
……….
เชิงอรรถ
[1] เทพเหวินฉวี่ซิง (文曲星) คือ เทพที่เป็นตัวแทนของการศึกษาการเรียนรู้และความฉลาด