ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 213 ระบายความโกรธใส่ใคร
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 213 ระบายความโกรธใส่ใคร
ครั้งนี้ที่ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกตัดออกจากตระกูล เป็นการกระทบกระเทือนจิตใจที่รุนแรงกว่าตอนที่เฉาโส่วเย่าขอตัดขาดเสียอีก
บุตรชายตัดขาดจากบิดา ผู้เฒ่าอวิ๋นก็มีทั้งเสียใจ ทั้งไม่ยอมรับ ทั้งน้อยใจ ทั้งโกรธแค้น แต่ถึงพูดไปก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ทว่าการถูกตัดออกจากตระกูลเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการถูกขับไล่ออกจากตระกูล เป็นความอับอายขายหน้ายิ่งนัก!
ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างนินทาลับหลังเขา นานๆ ครั้งที่เขาออกไปข้างนอก ก็ได้ยินพ่อแม่หลายคนอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตนว่า “เจ้าแต่งงานไปแล้วต้องกตัญญูต่อพ่อแม่สามี ดูแลน้องสามีให้ดี อย่าได้เอาอย่างเถาซื่อของบ้านลุงสามอวิ๋นที่ทำเรื่องแย่ๆ จนโดนขับออกจากตระกูลไปเชียว…”
“ต่อไปภายภาคหน้าแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องควบคุมดูแลภรรยาให้ดี อย่าได้ปล่อยปละละเลยจนเป็นเหมือนบ้านลุงสามอวิ๋นที่ถูกตัดออกจากตระกูล ตายไปแล้วก็ไม่ได้ฝังในสุสานบรรพบุรุษ ดูซิว่าจะทำยังไง!”
พอได้ยินคำนินทาเหล่านี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็อาเจียนเป็นเลือดอีกครั้ง อาการหนักกว่าตอนที่ตัดขาดกับเฉาโส่วเย่าเสียอีก
โชคดีที่มีชุ่ยเหนียงคอยดูแลเอาใจใส่ ปลอบโยนด้วยความอ่อนหวาน บวกกับการดูแลด้วยยาสมุนไพร ในที่สุดผู้เฒ่าอวิ๋นก็อาการดีขึ้นทันเวลาที่ชาวบ้านพาลูกหลานไปลงชื่อเข้าเรียนที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านพอดี
ทว่าในเวลานั้นเอง ก็มีคนมาหาที่บ้าน ผู้มาเยือนเป็นพี่ชายของชุ่ยเหนียง ความรู้สึกที่ผู้เฒ่าอวิ๋นมีต่อชุ่ยเหนียงลึกซึ้งขึ้นทุกวัน พอเห็นพี่ชายของนางมาหาจึงยิ้มต้อนรับด้วยความยินดี
“เป็นคนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ เชิญนั่งข้างในก่อน เจวียนเอ๋อร์ ไปรินน้ำชาเร็วเข้า!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยเชิญด้วยท่าทางกระตือรือร้น พี่ชายของชุ่ยเหนียงหน้าตาสง่างาม ดวงตาและคิ้วคล้ายชุ่ยเหนียงอยู่ห้าส่วน สวมชุดยาวสีฟ้า อายุราวๆ สี่สิบปี ท่าทางสุภาพเรียบร้อย มือไม่มีรอยด้าน ไม่เหมือนชาวไร่ชาวนา
กู่ชิงวางของขวัญในมือลงบนโต๊ะกลางห้องโถง เถาซื่อรีบหยิบเข้าไปเก็บไว้ในห้องทันที แม้ว่าเถาซื่อไม่ชอบหน้าชุ่ยเหนียง แต่กลับชอบของขวัญ
กู่ชิงประสานมือคารวะผู้เฒ่าอวิ๋นแล้วกล่าวว่า “กู่ชิงคารวะท่านผู้เฒ่า ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ของมีค่าอะไร ขอท่านอย่าได้รังเกียจ วันนี้ข้ามาที่นี่ เหตุผลประการแรกคือมาเยี่ยมน้องสาว เหตุผลประการที่สองคือมาไถ่ตัวน้องสาวกลับบ้าน”
“พี่ใหญ่…” พอได้ยินดังนั้นชุ่ยเหนียงก็น้ำตาคลอ
กู่ชิงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด “น้องเล็ก เพื่อครอบครัวของเรา ลำบากเจ้าแล้ว โชคดีที่หลายปีมานี้พี่ใหญ่ทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ หาเงินไถ่ที่ดินของบรรพบุรุษกลับคืนมาได้”
“แล้วก็นี่ไงเล่า พี่ชายตามหาเจ้าอยู่นานกว่าจะเจอว่าเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าสบายดีหรือไม่? ท่านแม่คิดถึงเจ้ามาก นอนไม่หลับทุกวัน สุขภาพร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง โชคดีที่สวรรค์เมตตา ให้ข้าได้พบเจ้า…” พูดไปก็เสียงสั่นเครือ
ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นนั้นตกตะลึง พี่ชายของชุ่ยเหนียงมาหา แล้วยังจะมาไถ่ตัวนางกลับไปอีก! ส่วนเถาซื่อพอได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็นประกาย ในที่สุดนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็จะจากไปเสียที!
นางรีบออกมาแล้วพูดว่า “ไถ่ตัวก็ได้ แต่อย่างไรก็ต้องจ่ายค่าไถ่ตัว…”
กู่ชิงรีบพูด “ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าทราบกเกณฑ์ดี ค่าไถ่ตัวย่อมต้องแพงกว่าตอนที่ขายตัว ท่านบอกจำนวนมาแล้วกันขอรับ”
เถาซื่อรีบชูหนึ่งนิ้ว “หนึ่งร้อยตำลึงเงิน จ่ายมาแล้วก็พานางไปได้เลย!”
กู่ชิงทำสีหน้าลำบากใจทันที ชุ่ยเหนียงรีบเช็ดน้ำตา มองเถาซื่อด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะพูดกับกู่ชิงว่า “พี่ใหญ่ สัญญาขายตัวของข้าอยู่ที่ฮูหยินรองเจ้าค่ะ”
เถาซื่อผู้นี้ อยากได้เงินจนเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร? ในมือไม่มีสัญญาขายตัวของนาง ยังกล้าเอ่ยปากขอค่าไถ่ตัวหนึ่งร้อยตำลึงเงินอีก
“หากท่านอยากได้เงินมากขนาดนั้น ข้าแนะนำให้ท่านไปขโมยไปปล้นเอาจะเร็วกว่า” ชุ่ยเหนียงพูดจาไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
คำพูดของชุ่ยเหนียงทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกละอายใจจนหน้าแดงก่ำ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าฐานะของชุ่ยเหนียงในใจเขานั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขาพึ่งพาชุ่ยเหนียงเป็นอย่างมาก
ในใจและสายตาของเขามีแต่ความดีของชุ่ยเหนียง มีแต่ความเอาใจใส่ต่างๆ นานาของนาง นางเป็นบ่าวรับใช้แท้ๆ แต่กลับยอมนำกำไลและปิ่นปักผมของตนไปขายเพื่อช่วยเขาไถ่ตัวลูกสาวกลับมา
ชุ่ยเหนียงไม่ทอดทิ้งเขาในยามคับขัน ต่างจากเถาซื่อที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบเผ่นแน่บ ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
“นังคน…”
เพียะ! เถาซื่อเพิ่งจะเอ่ยด่าชุ่ยเหนียง ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ตบหน้านางฉาดใหญ่
“ไสหัวไป อย่ามาทำให้ข้าขายหน้าอยู่ตรงนี้!”
ช่วงนี้เถาซื่อมักจะถูกผู้เฒ่าอวิ๋นตบตีอยู่บ่อยครั้ง ต่อหน้าผู้เฒ่าอวิ๋นนางจึงไม่กล้าอวดดีเหมือนเมื่อก่อน นางจ้องมองชุ่ยเหนียงด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะยกมือขึ้นปิดใบหน้าแล้วเดินบ่นงึมงำกลับเข้าไปในห้อง
ผู้เฒ่าอวิ๋นนั้นไม่เต็มใจให้ชุ่ยเหนียงจากไปจริงๆ แต่กู่ชิงก็บอกตั้งแต่มาถึงแล้วว่า ท่านแม่ที่บ้านคิดถึงชุ่ยเหนียงมาก สุขภาพร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง เขาจะไปขัดขวางได้อย่างไร?
เดิมทีเขายังคิดว่ารออีกสักพัก พอความสัมพันธ์กับชุ่ยเหนียงดีขึ้นกว่านี้แล้ว เขาจะรับนางเป็นอนุ แต่ตอนนี้… คงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเศร้าจนแทบขาดใจ แต่ก็ยังเอ่ยปากว่า “ชุ่ยเหนียง ในเมื่อพี่ชายของเจ้ามาไถ่ตัวเจ้า เจ้าก็พาเขาที่บ้านเจ้ารองเถิด หากเจ้ารองไม่ยอมปล่อยตัวเจ้า เจ้ามาบอกข้าได้เลย ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตแก่ๆ ของข้า ข้าก็จะช่วยเจ้าไถ่ตัวให้ได้”
คำพูดของผู้เฒ่าอวิ๋นทำให้ชุ่ยเหนียงรู้สึกดูถูกอยู่ในใจ พูดจาน่าฟังว่าจะช่วยนางไถ่ตัว หากมีใจจะช่วยนางจริงๆ ก็คงจ่ายเงินไถ่ตัวนางไปนานแล้ว เหตุใดจึงต้องมาเสแสร้งพูดจาเช่นนี้ด้วย
แต่นางก็ยังคงคารวะผู้เฒ่าอวิ๋น “ขอบพระคุณนายท่านผู้เฒ่าที่เมตตา หลังจากที่ชุ่ยเหนียงไปแล้ว ขอให้ท่านรักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ” พูดจบก็เหลือบมองไปทางห้องด้านใน แล้วกล่าวต่อว่า “ต่อไปนี้ นายท่านผู้เฒ่าก็เก็บเงินไว้กับตัวนะเจ้าคะ จะได้ไม่ต้องคอยมองสีหน้าคนอื่นเวลาที่ต้องการจะทำอะไร”
กล่าวจบชุ่ยเหนียงก็หันหลังเดินจากไป ผู้เฒ่าอวิ๋นในใจรู้สึกอาลัยอาวรณ์และเจ็บปวดใจ แต่ก็ยังคงเดินไปส่งนางที่หน้าประตูห้องโถง ชุ่ยเหนียงกลับไปเก็บข้าวของในห้อง นำห่อสัมภาระเล็กๆ เดินออกมา
ผู้เฒ่าอวิ๋นเดินไปส่งพี่น้องทั้งสองที่หน้าประตูด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ สีหน้าเศร้าหมองของเขาทำให้บรรดาเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันปิดปากหัวเราะ บางคนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็เอ่ยเยาะเย้ย
“โอ้ นั่นไม่ใช่สาวใช้ของผู้เฒ่าอวิ๋นหรือ? นี่จะไปไหนกัน? ทำไมถึงไม่รับใช้ผู้เฒ่าอวิ๋นแล้วเล่า?”
“เจ้าตาบอดหรือหูหนวกเล่า ไม่ได้ยินหรือไงว่าญาติของนางมาไถ่ตัวนางกลับไปน่ะ?”
“อ้าว แบบนี้ก็ไม่มีคนรับใช้แล้วสิ ไม่รู้ว่าผู้เฒ่าอวิ๋นจะชินหรือไม่”
“เรื่องแค่นี้ จะยากอะไร ไปขอจากนายท่านรองก็สิ้นเรื่อง”
“บ้าสิ ตอนที่เขาถูกตัดออกจากตระกูล เขาก็ด่านายท่านรองไม่น้อย นายท่านรองไม่รับชุ่ยเหนียงกลับไปเสียแต่ตอนนั้นก็ถือว่าให้เกียรติเขาผู้เป็นพ่อแล้ว!”
“โธ่เอ๊ย พวกเจ้าไม่รู้หรือไง ตอนที่พวกเขาถูกตัดออกจากตระกูล อวิ๋นเจียหรงก็รีบไปหานายท่านรอง ขอร้องให้นายท่านรองกลับเข้าตระกูลอวิ๋น แต่นายท่านรองกลับไม่ยอมตกลง เพราะอยากรักษาหน้าพ่อที่ไร้เหตุผลของตน!”
“ต้องบอกว่านายท่านรองนี่มีน้ำใจจริงๆ แต่มีน้ำใจไปก็เท่านั้น หัวใจที่กตัญญูกลับถูกคนบางคนที่ไม่รู้คุณค่าเหยียบย่ำเหมือนขี้หมาอยู่ดี!”
ปัง… ผู้เฒ่าอวิ๋นหน้าบึ้งปิดประตูเสียงดัง แม้ประตูจะปิดแล้ว มองไม่เห็นคน แต่ก็ปิดกั้นเสียงไม่ได้
เขาเป็นอะไรไป? เขาทำอะไรผิด? ที่ผ่านมาเขาทำเพื่อครอบครัวไม่ใช่หรือไง? ล้วนแล้วแต่ทำเพื่อลูกๆ! แต่ลูกๆ พวกนี้ มีใครบ้างที่เข้าใจเขา? ต่างก็บีบบังคับเขา หวังจะฆ่าเขาให้ตาย!
แล้วก็ยัยโง่เถาซื่อ หากนางมีสักเศษเสี้ยวหนึ่งที่เหมือนกับชุ่ยเหนียง คอยช่วยเขาเอาใจใส่ลูกๆ บ้าง ตอนนี้เขาก็คงเป็นนายท่านผู้เฒ่าไปจริงๆ แล้ว ไม่น่าสังเวชถึงขั้นถูกขับไล่ออกจากตระกูลเช่นนี้!
ผู้เฒ่าอวิ๋นเดินเข้าไปในห้องด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างที่สุด หลังจากปิดประตูห้องเสียงกรีดร้องโหยหวนของเถาซื่อก็ดังลอดออกมา
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และคนอื่นๆ ต่างพากันตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่กล้าส่งเสียง รีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน