ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 215 ชุ่ยเหนียงอยู่ต่อ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 215 ชุ่ยเหนียงอยู่ต่อ
“ชุ่ยเหนียง ตามหลักแล้ว ข้าไม่ควรขัดขวางเจ้า แต่เจ้าก็รู้ดีว่าที่บ้านหลังเก่านั้นมีแต่คนแบบไหน แม้ว่าอวิ๋นโส่วจู่จะถูกตัดออกจากตระกูลไปแล้ว แถมยังถูกบิดาตัดขาดความสัมพันธ์ แต่อวิ๋นฉี่รุ่ยก็ยังเป็นหลานชายแท้ๆ ของเขาอยู่ดี”
“คนในบ้านหลังนั้นล้วนเป็นหมาป่าหิวโซ กินคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ต่อให้เจ้ามีเงินทองมากเพียงใดก็จะถูกพวกเขากลืนกินจนหมดสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น หากท่านพ่อรู้ว่าเจ้าเอ็นดูหู่หยาจื่อ ก็อาจจะเอ่ยปากขออะไรที่ไม่สมควรกับเจ้าก็ได้”
ฟางซื่อพูดออกมาจากใจจริง คำพูดของนางทำให้หัวใจของชุ่ยเหนียงเย็นเฉียบราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นจากหัวจรดเท้า
กู่ชิงเห็นชุ่ยเหนียงทุกข์ใจเขาก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย จึงพูดปลอบข้างๆ ว่า “น้องหญิง ฮูหยินรองพูดถูก พี่รู้ว่าเจ้าทุกข์ใจ แต่ครอบครัวนั้นเป็นคนโลภมาก เจ้าอย่าลืมสิ ก่อนหน้านี้ตอนที่พี่จะไถ่ตัวเจ้า ยายแก่คนนั้นอ้าปากขอเงินตั้งร้อยตำลึง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาขายตัวของเจ้าไม่ได้อยู่ในมือของนางแล้ว พี่… ต่อให้ทุบหม้อขายเหล็ก [1] ก็ไถ่ตัวเจ้าออกมาไม่ได้หรอก!”
ชุ่ยเหนียงฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก แล้วหันไปพูดกับฟางซื่อว่า “ฮูหยินรอง ข้าขออยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ตราบใดที่ยังอยู่ในหมู่บ้านไหวซู่ ก็ไม่จำเป็นต้องพรากจากอวิ๋นฉี่รุ่ย แถมยังสามารถดูแลเขาได้อีก อย่างไรเสีย ครอบครัวของนางก็เป็นบ่าวรับใช้มานานหลายปี บัดนี้ได้สัญญาขายตัวของตนเองกลับคืนมาแล้ว จะไปตั้งรกรากที่ใดก็ได้
เพียงแต่… เพราะฟางซื่อเคยใช้งานนางมาก่อน นางรู้กของเรือนหลังบ้านเป็นอย่างดี การแอบส่งคนไปยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อสามีและแม่สามี เรื่องลับร้ายๆ เช่นนี้ผ่านมือของนางมาแล้ว ฟางซื่อย่อมไม่มีทางเก็บนางไว้แน่นอน การส่งครอบครัวของนางไปไกลๆ นั้นถูกต้องแล้ว แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ ยังอยากขอร้องอ้อนวอน
ฟางซื่อไม่ใช่คนใจอ่อนแบบสตรีทั่วไป นางมองชุ่ยเหนียง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถามว่า “หากเจ้าอยากจะอยู่ต่อก็ได้ เพียงแต่หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงไม่สามารถคืนสัญญาขายตัวให้เจ้าได้!”
ชุ่ยเหนียงดีใจ รีบคุกเข่าคำนับฟางซื่อ “ขอบพระคุณฮูหยินรอง ชุ่ยเหนียงไม่ต้องการสัญญาขายตัว ขอเพียงให้ได้อยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ก็พอแล้วเจ้าค่ะ!”
ฟางซื่อบอกว่าจะไม่คืนสัญญาขายตัวของนาง แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่คืนของพี่ชาย พี่สะใภ้ และมารดาของนาง
นี่นับเป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่สำหรับนางแล้ว หากไม่คืนสัญญาขายตัวของคนในครอบครัวให้นาง ต่อให้นางจะลังเลมากเพียงใด ก็คงต้องทิ้งอวิ๋นฉี่รุ่ยไป
กู่ชิงปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ “น้องหญิง เจ้าจะลำบากเพื่ออะไร? พวกเราเพิ่งจะได้รับอิสรภาพแท้ๆ เจ้า…”
“พี่ใหญ่…” ชุ่ยเหนียงขัดจังหวะ แล้วหันไปมองเขาด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ฉายแววเศร้าสร้อยที่ทำให้คนมองรู้สึกเจ็บปวดใจ
“พี่ใหญ่ ท่านยังจำรุ่ยเอ๋อร์ได้หรือไม่? รุ่ยเอ๋อร์ลูกชายของข้า ตอนนั้นฮูหยินให้คนพาไปเลี้ยงได้ไม่ถึงสองเดือนก็เสียชีวิตแล้ว หากรุ่ยเอ๋อร์ยังอยู่ ตอนนี้อายุก็คงเท่าๆ กับฉี่รุ่ยแล้ว…”
พูดจบชุ่ยเหนียงก็ร้องไห้โฮออกมา เรื่องเหล่านี้กู่ชิงย่อมรู้ดี ตอนนั้นไม่เพียงแต่รุ่ยเอ๋อร์เสียชีวิตไปเท่านั้น ชุ่ยเหนียงยังเสียใจจนล้มป่วยหนัก หมอบอกว่าชุ่ยเหนียงจะไม่มีวันตั้งครรภ์ได้อีก
เขาไม่อาจเอ่ยปฏิเสธออกมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็อายุสี่สิบปีแล้ว ภรรยาก็สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่สามารถมีบุตรได้ จึงยังไร้ทายาทสืบสกุล
เขาจึงคุกเข่าต่อหน้าฟางซื่อด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบพระคุณฮูหยินรอง ที่เมตตาให้น้องสาวของข้าได้อยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ ข้ากู่ชิงไม่มีความสามารถอันใด แต่ก่อนหน้านี้ก็ทำงานรับใช้นายท่านเก่ามาโดยตลอด ต่อไปหากฮูหยินรองมีอะไรให้รับใช้ ก็ขอเพียงแค่เอ่ยปาก”
คนอย่างพวกเขา จะไปตั้งรกรากที่ใดก็ได้
ฟางซื่อพยักหน้าอย่างพอใจ ตอนแรกที่นางเลือกแล้วเลือกอีก ในที่สุดก็เลือกชุ่ยเหนียง เพราะเล็งเห็นว่านางมีสิ่งที่ต้องผูกมัด แต่สิ่งผูกมัดนั้นเรียบง่าย มีเพียงพี่ชาย พี่สะใภ้ และมารดาเท่านั้น
พวกเขาล้วนเป็นบ่าวรับใช้ในตระกูลขุนนางชั่วคนหนึ่ง เป็นทาสรับใช้มาทั้งชีวิต แต่ที่น่ายกย่องคือพี่น้องชายหญิง แม่ลูก ล้วนรักใคร่กลมเกลียว และคอยดูแลกันและกัน
“เจ้าลุกขึ้นเถิด ข้าแค่เก็บสัญญาขายตัวของน้องสาวเจ้าไว้ ส่วนครอบครัวของเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างไร ก็แล้วแต่พวกเจ้า รีบไปซื้อที่ดินสักสองสามหมู่ แล้วไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านเพื่อย้ายทะเบียนบ้านเถิด”
พูดจบฟางซื่อก็หันไปบอกชุ่ยเหนียงว่า “ไปตามหู่หยาจื่อเข้ามา”
ชุ่ยเหนียงรีบยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา แล้วลุกขึ้นไปเรียกอวิ๋นฉี่รุ่ยที่ด้านนอก อวิ๋นเจียวก็เดินตามเข้าไปด้วย
“เจียวเอ๋อร์ มานี่สิ มานั่งข้างๆ แม่”
กู่ชิงคำนับอวิ๋นเจียวอย่างนอบน้อม “กู่ชิงคารวะคุณหนูขอรับ”
แววตาของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้งใจ อวิ๋นเจียวรู้สึกว่าเขาจริงใจ แม้ไม่อาจรับประกันเรื่องในอนาคตได้ แต่ตอนนี้เขาต้องจดจำบุญคุณของมารดาเอาไว้แน่นอน
อวิ๋นเจียวมักจะชอบคนแบบนี้เป็นพิเศษ “ลุงกู่ ท่านอ่านออกเขียนได้หรือไม่?”
กู่ชิงรีบตอบว่า “ข้าน้อยอ่านออกเขียนได้บ้างขอรับ สมัยก่อนตอนที่อยู่กับนายท่านเก่า ข้าน้อยมักจะต้องไปที่ไร่บ่อยๆ เรื่องทำนาทำไร่ก็พอรู้บ้างขอรับ”
ได้ยินดังนั้นดวงตาของอวิ๋นเจียวก็เป็นประกาย นางกำลังต้องการคนแบบนี้อยู่พอดี
“เช่นนั้นท่านอยากจะทำงานให้ข้าหรือไม่ ไปช่วยท่านลุงใหญ่ของข้าดูแลสวนดอกไม้ ทดลองงานครึ่งปี เบี้ยหวัดเดือนละห้าร้อยอีแปะ หากผ่านการทดลองงานแล้ว จะได้เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน หากทำงานดี ในช่วงสิ้นปีข้าจะมีเงินพิเศษให้ต่างหาก!”
กู่ชิงจะปฏิเสธได้อย่างไร เขากำลังกังวลเรื่องปากท้องอยู่พอดี! พวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ ตอนที่นายท่านเก่ายังอยู่ พวกเขาก็เก็บหอมรอมริบเงินได้จำนวนหนึ่ง แต่พอนายท่านเก่าถูกลงโทษ พวกเขาก็โชคร้ายไปด้วย เงินทองถูกทางการยึดไปจนหมด
แม้แต่ชุดที่ชุ่ยเหนียงสวมใส่ตอนไปรับใช้ผู้เฒ่าอวิ๋นก็เป็นชุดที่ฟางซื่อซื้อให้ใหม่
“ขอบพระคุณคุณหนูขอรับ!” เขารีบคุกเข่าลงอีกครั้ง
ชุ่ยเหนียงตื้นตันใจจนต้องคุกเข่าลงตาม “ขอบพระคุณคุณหนูเจ้าค่ะ!”
อวิ๋นเจียวพูดด้วยท่าทางจริงจัง “พวกเจ้าลุกขึ้นเถิด ตราบใดที่ทำงานได้ดี ข้าเป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว”
ฟางซื่อยิ้มออกมาทันที “ใช่แล้ว เจียวเอ๋อร์ของเราเป็นคนใจกว้าง”
อวิ๋นฉี่รุ่ยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง “พี่หญิงสี่ใจดีที่สุด ให้ขนมข้าเยอะตลอด ไม่เคยหวงเลย” คำพูดของเขาทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา
“ต่อไปนี้เจ้าจงตั้งใจทำงานก็พอแล้ว เอาล่ะ รีบไปจัดการเรื่องที่อยู่ให้เรียบร้อยเถิด”
เมื่อกู่ชิงได้ยินเช่นนั้นก็ขอบคุณฟางซื่อและอวิ๋นเจียวอีกครั้ง จากนั้นจึงลากลับไป เขาต้องรีบหาที่อยู่ก่อน แล้วจึงไปรับมารดาและภรรยามาอยู่ด้วยกัน
หลังจากที่เขาไปแล้ว ฟางซื่อก็ถามอวิ๋นฉี่รุ่ยว่า “หู่หยาจื่อ เจ้าอยากจะอยู่กับชุ่ยเหนียง หรืออยากจะอยู่กับปู่และย่าของเจ้า?”
อวิ๋นฉี่รุ่ยจับมือชุ่ยเหนียงแน่น ก่อนจะตะโกนด้วยความตื่นเต้นว่า “ข้าจะอยู่กับชุ่ยเหนียง ป้ารอง ข้าขออยู่กับชุ่ยเหนียงนะขอรับ ข้าจะเป็นเด็กดี ข้าจะล้างมือก่อนกินข้าว! ตอนนี้ข้าซักผ้าเองได้แล้ว ข้า…”
ชุ่ยเหนียงยกมือลูบหัวอวิ๋นฉี่รุ่ย น้ำตาคลอหน่วยตา นางอยู่กับอวิ๋นฉี่รุ่ยได้ไม่นานนัก เป็นความจริงที่ว่าเด็กคนนี้มีนิสัยเสียมากมาย แต่เด็กคนนี้อยากจะแก้ไข นางรู้ว่าเขากลัวว่านางจะไม่ต้องการเขา
เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน บิดาถูกจับ มารดาหนีไป ปู่ไม่สนใจ ย่าไม่รัก
“เอาล่ะๆ” ฟางซื่อขัดจังหวะ “เจ้ามีแม่แท้ๆ มีปู่มีย่า การที่เจ้าจะไปอยู่กับชุ่ยเหนียงเช่นนี้คงไม่ได้ อย่างไรเสียชุ่ยเหนียงก็ไม่ได้ไปไหน นางจะตั้งรกรากที่หมู่บ้านไหวซู่ ในตอนกลางคืนเจ้าก็กลับไปนอนที่บ้านเก่า”
“ส่วนเวลาอื่นๆ บ้านเก่าคงไม่สนใจเจ้าแล้ว เจ้าจะไปหาชุ่ยเหนียงเมื่อใดก็ได้ แต่ว่าชุ่ยเหนียงไม่อยากทิ้งเจ้าไป จึงอยู่ที่นี่เพื่อดูแลเจ้า หากต่อไปนี้เจ้าทำไม่ดีกับนาง ป้ารองคนนี้จะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ พวกเราเป็นคน ต้องรู้จักสำนึกในบุญคุณ!”
……….
เชิงอรรถ
[1] ทุบหม้อขายเหล็ก (砸锅卖铁) หมายถึง การทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบางสิ่ง โดยไม่ห่วงว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป เช่น การขายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อหาเงินหรือบรรลุเป้าหมายบางอย่าง