ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 230 วิธีจัดการของฉู่อี้
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 230 วิธีจัดการของฉู่อี้
“โอ้ นั่นเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”
“ไป ไปดูกันเถิด!”
“โอ้สวรรค์ ชายผู้นั้นช่างน่าสงสาร เป็นคนพิการ แถมใบหน้ายังเสียโฉม ถูกสะใภ้ที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านทิ้งอีก”
“แม่นางน้อยแห่งร้านอวิ๋นหรงผู้นั้น งดงามราวกับหยาดน้ำค้าง หากต้องแต่งงานกับขอทานผู้นั้น คงไม่ต่างอะไรกับบุปผางามที่ปักลงบนกองมูลควาย”
“คุณหนู ฮูหยิน เกิดเรื่องที่ร้านอวิ๋นหรงขอรับ”
อากุ้ยบังคับรถม้า พอเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่ตั้งของร้านอวิ๋นหรงก็พบเห็นผู้คนมากมายมุงดูเหตุการณ์เบื้องหน้า พร้อมกับคำพูดเสียดสีมากมายดังมาเข้าหู
“ฮูหยิน คนเยอะมากขอรับ ทางถูกขวางไว้ รถม้าผ่านไปไม่ได้”
พอได้ยินว่าร้านอวิ๋นหรงเกิดเรื่อง อวิ๋นเจียวก็ร้อนใจรีบเอ่ยปาก “งั้นจอดรถม้าตรงนี้เลย พวกเราเดินไปกันเองนะเจ้าคะ”
ฟางซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คงทำได้เพียงวิธีนี้ เพราะที่ร้านอวิ๋นหรงยังมีสตรีตั้งครรภ์และหญิงที่กำลังอยู่ไฟหลังแท้งบุตร นางค่อนข้างเป็นห่วง
“อากุ้ย จอดรถม้าข้างทาง”
“ขอรับ ฮูหยิน”
หลังจากจอดรถม้าได้แล้ว ฉู่อี้ก็ตื่นขึ้นพอดี เขาลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ดวงตาปรือมองผ่านม่านที่อากุ้ยเปิดออกไปยังด้านนอก เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ “เจียวเอ๋อร์ ถึงแล้วหรือ?”
ฟางซื่อลงจากรถม้าแล้ว ขณะนี้ภายในรถม้าจึงมีเพียงฉู่อี้และอวิ๋นเจียวสองคน
“อืม ถึงแล้ว แต่ตอนนี้ถนนหน้าร้านอวิ๋นหรงมีคนมุงดูเหตุการณ์เต็มไปหมด พวกเราก็เลยต้องเดินไป พอดีเลย จะได้ให้อากุ้ยไปส่งท่านที่ร้านฝูหรงเซวียน”
ขณะที่อวิ๋นเจียวกำลังพูด ฉู่อี้ก็ก้มตัวออกจากรถม้า แล้วกระโดดลงไปอย่างคล่องแคล่ว จากนั้น… เขาก็อุ้มอวิ๋นเจียวที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรถม้าลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ และจูงมือนางเดินไปด้วย
“ข้าไปกับพวกเจ้าด้วย ที่นี่คนเยอะ ระวังอย่าให้พลัดหลงกันล่ะ”
อวิ๋นเจียวมองเขาอย่างขัดใจ แต่กลับถูกเขากุมมือไว้แน่น นิ้วเรียวยาวของเขามีรอยด้านบางๆ ปลายนิ้วเย็นเล็กน้อย
“เซ่าชิงพูดถูก คนเยอะต้องระมัดระวัง พวกลักพาตัวเด็กในเมืองนี้มีไม่น้อย”
เด็กที่เกิดในตระกูลร่ำรวยหน้าตาดี และมักจะแต่งกายด้วยอาภรณ์งดงามยิ่งได้ราคาดี ดังนั้น ยิ่งเป็นเมืองใหญ่ พวกลักพาตัวเด็กก็ยิ่งมากขึ้น
ฉู่อี้รีบรับปากกับฟางซื่อ “ท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลเจียวเอ๋อร์เอง”
ว่าจบทุกคนก็เบียดเสียดฝูงชนเข้าไป ฉู่อี้เห็นท่าไม่ดีจึงอุ้มอวิ๋นเจียวขึ้น อวิ๋นเจียวเคยถูกอวิ๋นโส่วจงและอวิ๋นฉี่เยว่อุ้มมาก่อน แต่พวกเขาเป็นพ่อและพี่ชายแท้ๆ ของนาง แล้วฉู่อี้จะมาอุ้มนางทำไมกัน?
อวิ๋นเจียวเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ฉู่อี้ ท่านปล่อยข้าลงนะ!”
ฉู่อี้อุ้มนางไว้ ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มในชุดสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ทำเอาหัวใจของเขาอ่อนยวบไปหมดแล้ว จะยอมปล่อยนางลงได้อย่างไร
“ที่นี่คนเยอะ แออัดเกินไป รอไปถึงร้านอวิ๋นหรง ข้าจะปล่อยเจ้าลงเอง”
อวิ๋นเจียวเหลือบมองรอบๆ เห็นว่ามีผู้คนพลุกพล่านจริงๆ จึงยอมสงบปากสงบคำอย่างรู้ความ ปล่อยให้ฉู่อี้อุ้มนางต่อไปอย่างเสียไม่ได้
ไม่นานนัก อวิ๋นเจียวก็เห็นร้านอวิ๋นหรง แต่กลับเห็นขอทานสกปรกมอมแมมคนหนึ่ง ถูกบรรดาช่างปักผ้าในร้านไล่ตะเพิดออกมาด้วยไม้ท่อนใหญ่
หน้าประตูร้านอวิ๋นหรงมีช่างปักผ้าถือไม้ท่อนใหญ่ยืนเฝ้าอยู่ ขอทานคนนั้นจึงไม่กล้าเข้าไปอีก แต่เขากลับทรุดตัวนั่งลงกลางถนน ตบขาตัวเองร้องไห้คร่ำครวญ
“โธ่เอ๊ย อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าสัญญาว่าจะยกเจ้าให้แต่งงานกับข้า เจ้าไม่อยากแต่งก็ไม่เป็นไร ไยต้องหลอกลวงให้ข้าเข้าไปในบ้านแล้วเอากรรไกรแทงข้าด้วย?”
“เอาเถิด ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่เต็มใจแต่งงานกับข้า พูดตรงๆ ก็สิ้นเรื่อง ไยต้องสมคบคิดกับคนอื่นใส่ร้ายบิดาของข้า ยึดเอาทรัพย์สมบัติของบ้านข้า ทำให้ครอบครัวข้าต้องบ้านแตกสาแหรกขาด… เกือบจะตายกันยกบ้านอยู่แล้ว!”
“พ่อแม่พี่ป้าน้าอาทั้งหลาย นางใจร้ายนัก ยังส่งคนมาตัดนิ้วของข้า! เผาใบหน้าของข้าจนเป็นแผลเป็น! นางต้องการให้ข้าตาย!”
“อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ วันนี้ถ้าเจ้าไม่ให้คำอธิบายกับข้า ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกเจ้าฆ่าข้าให้ตายเสียตรงนี้เถิด ต่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปข้าก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายแล้ว!”
เป็นเจียงเทียนเป่า! อวิ๋นเจียวและฟางซื่อโกรธขึ้นมาทันที ฉู่อี้ที่เดินตามหลังฟางซื่ออยู่ก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เมื่อมาถึงร้านอวิ๋นหรง ฉู่อี้ก็วางอวิ๋นเจียวลง เฉาซื่อกอดเฉาเหลียนเอ๋อร์ที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นยืนอยู่ในห้องโถง
“พี่สะใภ้รอง เจียวเอ๋อร์! ไอ้สารเลวนี่ ไอ้ตัวน่ารังเกียจนี่ มันตามมาถึงที่นี่แล้ว!”
เฉาซื่อสงสารเฉาเหลียนเอ๋อร์นัก ในใจก็โกรธจนแทบคลั่ง อวิ๋นเจียวกลัวว่านางจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้าจึงบอกกับฟางซื่อว่า “ท่านแม่ ท่านขึ้นไปข้างบนกับอาสะใภ้สามเถิด ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงรองเอง ส่วนเรื่องเจียงเทียนเป่าคนสารเลวคนนั้น ไม่คุ้มค่าที่จะต้องมาโกรธเคืองเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ”
ฉู่อี้ก็เกลี้ยกล่อมเช่นกัน “คนน่ารังเกียจเช่นนี้ ตายไปสักคนก็ถือว่าคนเลวน้อยไปคนหนึ่ง เจียวเอ๋อร์ เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง!”
เฉาซื่อกับเฉาเหลียนเอ๋อร์ไม่เคยพบกับฉู่อี้มาก่อน เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้นจึงมองไปทางฟางซื่ออย่างงุนงง
ฟางซื่อจึงแนะนำว่า “ท่านผู้นี้คือเจิ้นหย่วนป๋อ หรือก็คือเจิ้นหย่วนโหวที่เคยมอบของขวัญให้กับบ้านของพวกเจ้านั่นแหละ”
เฉาซื่อและเฉาเหลียนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงรีบคุกเข่าคำนับฉู่อี้ทันที ฉู่อี้รีบรั้งพวกนางไว้ “ข้าปลอมตัวออกมาเที่ยวเล่น พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี” พูดจบก็หันไปบอกกับฟางซื่อว่า “ท่านป้า ฟังเจียวเอ๋อร์เถิด เรื่องข้างนอกปล่อยให้ข้าจัดการเอง!”
อาจเป็นเพราะฐานะของฉู่อี้ เฉาซื่อจึงเชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว เดินตามฟางซื่อขึ้นไปข้างบน นางอยากให้เฉาเหลียนเอ๋อร์ขึ้นไปด้วย แต่เฉาเหลียนเอ๋อร์ไม่ยอม เรื่องนี้เป็นเรื่องของนาง ไม่มีเหตุผลที่นางจะหลบไป แล้วให้เจียวเอ๋อร์กับท่านป๋อช่วยจัดการแทน
เมื่อเห็นฟางซื่อกับเฉาซื่อขึ้นไปข้างบนแล้ว ฉู่อี้จึงพูดกับอวิ๋นเจียวว่า “เจ้ารอดูอยู่ตรงนี้เถิด ข้าจะไปจัดการกับตัวน่ารังเกียจข้างนอกนั่นเอง!”
พูดจบก็หันไปสั่งจางหลิง “ไปแลกเศษเงินมาสองร้อยตำลึง ต้องเป็นก้อนเงินตำลึงเดียวทั้งหมด!”
จางหลิงโค้งคำนับรับคำสั่ง “ขอรับ!”
หลังจากจางหลิงจากไป ฉู่อี้ก็ก้าวออกไป ชี้ไปที่เจียงเทียนเป่าแล้วพูดว่า “วันนี้ข้าเห็นหน้าไอ้หมอนี่แล้วไม่สบอารมณ์ ใครช่วยข้าต่อยมันสักหมัด คุณชายอย่างข้าให้รางวัลหนึ่งตำลึงเงิน!”
ใช้กำลังปราบคนไร้เหตุผล สำหรับคนประเภทนี้ พูดด้วยเหตุผลไม่ได้ มีแต่ต้องใช้กำลัง ฉู่อี้นี่ทำให้นางเปิดหูเปิดตาจริงๆ นี่หรือคือวิธีจัดการของเขา? ใช้เงินจ้างคนมาทำร้ายคนอื่น!
ต่อให้ต่อยจนคนตาย แต่กหมายไม่อาจลงโทษทุกคนที่มาต่อยเขาได้ และ อย่างมากก็แค่โดนข้อหาใช้เงินจ้างคนทำร้ายผู้อื่น เพราะเขาแค่ใช้เงินจ้างคนมาต่อยเจียงเทียนเป่า แต่ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยพูดว่าต้องการให้ถึงตาย! ความคิดของฉู่อี้นี่ ช่างลึกซึ้งเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ…
เมื่อมีคนเสนอเงินรางวัล แน่นอนว่าต้องมีคนตอบรับ ภายในอำเภอหาใช่ว่าจะขาดแคลนคนว่างงาน! ยิ่งไปกว่านั้น ลองต่อยสักหมัดดูก่อน ต่อให้ไม่ได้เงิน ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เสียหายอะไรมิใช่หรือ?
“ข้าเอง!”
ทันใดนั้นก็มีชายว่างงานคนหนึ่งก้าวออกมาจากฝูงชน แล้วชกเข้าที่อกของเจียงเทียนเป่าเต็มแรงไปหนึ่งที เจียงเทียนเป่าถูกต่อยจนร้องโอดโอย
“โอ๊ยๆ… ฆ่าคนตายแล้ว! ช่วยด้วย!”
ชายว่างงานคนนั้นต่อยเจียงเทียนเป่าเสร็จก็หันไปมองฉู่อี้ ฉู่อี้หยิบก้อนเงินออกมาจากแขนเสื้อโยนให้ชายคนนั้น
“ข้ายังไม่มีเศษเงิน ก้อนนี้สิบตำลึงเงิน ต่อยมันอีกเก้าหมัด!”
ชายคนนั้นดีใจจนเนื้อเต้น ทำแบบนี้ก็ได้เงินตั้งสิบตำลึงแล้ว? เขารีบกัดเงินดู พอเห็นว่าเป็นเงินจริง ก็รีบเก็บเงินใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง
“คุณชายช่างใจกว้าง ข้าชิวเอ้อร์ก็ไม่ขี้เหนียว ขอมอบอีกหนึ่งหมัดไม่เก็บเงิน ข้าจะต่อยมันอีกสิบหมัด!”
ฉากนี้ ทำเอาผู้คนต่างพากันตะลึงงัน! นี่มันใช้อำนาจเงินทำตัวอันธพาลไร้กหมายหรืออย่างไรกัน? ขอทานและคนว่างงานที่มามุงดูอยู่โดยรอบ พอเห็นว่ามีคนออกหน้าไปก่อนแล้วยังได้เงินตั้งสิบตำลึง ต่างก็ไม่อยากน้อยหน้า พากันกรูเข้าไปรุม
ทันใดนั้น เสียงร้องโอดโอยและร้องขอชีวิตของเจียงเทียนเป่าก็ดังขึ้นไม่หยุด ฉากนี้ ทำเอาผู้คนโดยรอบพากันขมวดคิ้ว!