ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 241 แม่เลี้ยงมาเยือน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 241 แม่เลี้ยงมาเยือน
เผยซื่อ! เผยหมิ่น! อวิ๋นเจียวและฉู่อี้ได้ยิน ต่างพากันหมดสนุก
“เจียวเอ๋อร์ ข้าจะให้จางหลิงไปส่งเจ้ากลับ”
เผยซื่อตามมาถึงในอำเภอแล้ว ช่าง…
อวิ๋นเจียวก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเผยซื่อและเผยหมิ่นเช่นกัน จึงพยักหน้าตกลง ทว่านางก็ยังเอียงศีรษะมองฉู่อี้ “ท่านไปด้วยกันกับข้าไหมเจ้าคะ?”
อวิ๋นเจียวเป็นห่วงว่าเขาจะถูกกลั่นแกล้งหรือ? นางเป็นห่วงเขา? ทันใดนั้นฉู่อี้ก็รู้สึกมั่นคงขึ้น ราวกับว่าเขาได้ก้าวเข้าไปในโลกที่อวิ๋นเจียวยอมรับแล้ว
จู่ๆ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย สักวันหนึ่ง เขาจะสามารถเข้าไปแทนที่อวิ๋นฉี่เยว่ในใจของอวิ๋นเจียวได้หรือไม่? แต่ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา ก็ถูกเขาสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี
เขาคิดอะไรอยู่น่ะ แย่งน้องสาวกับอวิ๋นฉี่เยว่? แบบนี้เรียกว่าแย่งได้หรือ? ท้ายที่สุด พี่น้องเขามีสายเลือดเดียวกัน ส่วนเขา… เขาเป็นอะไรกันแน่?
“เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องห่วงข้า พวกนางมาแล้ว ข้าก็ต้องต้อนรับขับสู้เป็นธรรมดา”
ฉู่อี้ไม่ใช่คนอ่อนแอเสียหน่อย นี่นางกังวลอะไร อวิ๋นเจียวรู้สึกว่าตนเองคิดมากไปหน่อย ในสายตาของนาง เผยซื่อกับเผยหมิ่น ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉู่อี้เลยสักนิด
ที่ฉู่อี้เสียเปรียบก็เพราะว่ามารดาแท้ๆ จากไปเร็ว บิดาก็เสียสติตั้งแต่เขายังเด็ก ด้วยเพราะอายุยังน้อย จึงถูกเผยซื่อและคนอื่นๆ ลอบวางแผนร้าย
แต่ตอนนี้เขาเติบโตแล้ว ทั้งยังมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา แค่พลังและอำนาจที่เขาเผยออกมาเพียงเล็กน้อย ก็ยังทำให้อวิ๋นเจียวตะลึงแล้ว
ฉู่อี้เดินไปส่งอวิ๋นเจียว ทั้งสองเพิ่งจะออกจากเรือนรับรอง ก็เห็นว่าบริเวณประตูซุ้มดอกไม้ด้านนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เผยซื่อสวมชุดหรูหราสีชมพูอ่อน บนศีรษะประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับทองและอัญมณีล้ำค่า บนใบหน้าที่แต่งแต้มสีสันฉูดฉาดฉายชัดไปด้วยความโกรธ “บังอาจ บ่าวรับใช้ต่ำต้อย กล้าดียังไงถึงขวางข้า ยังไม่หลีกไปอีก!”
แต่ทหารยามที่เฝ้าซุ้มประตูกลับไม่ขยับเขยื้อน แถมพอเห็นเผยซื่อกับพวกเดินเข้ามาใกล้ ก็ชักดาบออกมา “ฮูหยิน ท่านป๋อมีคำสั่ง บุคคลภายนอกห้ามเข้าไปในเรือนรับรอง!”
เผยซื่อโกรธแทบสิ้นสติ กล้าดียังไง ถึงกับชักดาบต่อหน้าข้า!
“บ่าวสุนัข ข้าเป็นมารดาของเขา เจ้ากล้าดียังไงถึงว่าข้าเป็นบุคคลภายนอก! เจ้าไม่กลัวข้าจะเอาชีวิตเจ้าหรือ? ยังไม่ไสหัวไปอีก!”
เผยหมิ่นเห็นฉู่อี้กับอวิ๋นเจียวเดินออกมา ในใจก็พวยพุ่งด้วยเพลิงโทสะ ทว่านางไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าฉู่อี้ จึงกดความโกรธในใจลง พลางลอบมองฉู่อี้ พร้อมกับพูดเกลี้ยกล่อมเผยซื่อ “ท่านอาเจ้าคะ พี่อี้คงกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่ คงมีธุระสำคัญ พวกเรารอตรงนี้ก่อนเถิด รอพี่อี้คุยธุระเสร็จแล้ว คงจะออกมาพบพวกเราเอง”
พอได้ยินดังนั้น บรรดาองครักษ์ของฉู่อี้ต่างพากันเบ้ปาก นี่เรียกว่าเกลี้ยกล่อมหรือ ชัดเจนว่ากำลังยุแยงตะแคงรั่ว เติมเชื้อไฟชัดๆ!
เผยซื่อได้ยินดังนั้น บวกกับเห็นฉู่อี้กับอวิ๋นเจียวเดินออกมาด้วยกันอย่างสนิทสนม ยิ่งโมโหจนแทบระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“แขกคนสำคัญอะไรกัน ก็แค่เด็กสาวบ้านนอกที่ไม่มีอะไรดี เขาถึงกับไม่ให้ข้าผู้เป็นมารดาเข้าพบ ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา ท่านป๋อช่างเป็นบุตรกตัญญูยิ่งนัก!”
เผยซื่อพูดจาประชดประชันอย่างเคียดแค้น ฉู่อี้กับอวิ๋นเจียวกำลังเดินไปที่ประตู แน่นอนว่าได้ยินคำพูดของนาง
เผยหมิ่นก็เกลียดชังอวิ๋นเจียวไม่น้อย ทว่าฉู่อี้ปกป้องอวิ๋นเจียวหลายครั้งหลายหน นางก็รู้ดีว่าไม่สามารถใช้กำลังได้ ไม่อย่างนั้นฉู่อี้จะรังเกียจ
นางจึงหันไปเกลี้ยกล่อมเผยซื่อ “ท่านอา พี่อี้คงมีธุระสำคัญจะปรึกษากับคุณหนูอวิ๋น ท่านดูสิ พอมีคนแจ้งพี่อี้ พี่อี้ก็ออกมาต้อนรับแล้ว เห็นอย่างนี้แล้วพี่อี้ก็ยังเคารพนับถือท่านอยู่ดี”
กล่าวจบก็หันไปมองฉู่อี้ ท่าทางอ่อนหวานบอบบาง ทุกการกระทำล้วนแฝงไปด้วยความเอียงอาย “หมิ่นเอ๋อร์คารวะพี่อี้ ยินดีที่ได้พบคุณหนูอวิ๋น”
มองดูนางทำท่าทางเช่นนั้น อวิ๋นเจียวอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น ขนลุกชูชันไปทั่วร่าง สวรรค์ ช่างเสแสร้งยิ่งนัก เข้าถึงบทบาทเกินไปแล้ว แล้วยังสายตายั่วยวนแบบนั้นอีก ราวกับโปรยแจกแบบไม่เสียดาย
แต่ก็น่าเสียดายเหลือเกิน ที่เทพธิดามีใจแต่เซียงอ๋องกลับไร้เยื่อใย [1] การเสแสร้งแกล้งทำเหล่านี้ของเผยหมิ่นก็ไม่ต่างอะไรกับการเสียแรงเปล่า
เผยซื่อเบิกตากลมโตด้วยความโกรธ “ฮึ จะมีธุระสำคัญอะไรกับเด็กสาวบ้านนอกคอกนาเช่นนาง!”
ฉู่อี้ได้ยินก็หัวเราะเยาะ “ท่านช่างเป็นคนฉลาดจริงๆ ถูกต้องแล้ว ข้ากับเจียวเอ๋อร์ไม่มีธุระสำคัญอันใด แค่จิบชาสนทนากันที่เรือนรับรองเท่านั้น เพียงแต่ไม่อยากให้ผู้อื่นมารบกวน แต่ท่านเพิ่งเรียกเจียวเอ๋อร์ว่ากระไรนะ?”
แม้ฉู่อี้อายุเพียงสิบสองสิบสามปี แต่รูปร่างสูงใหญ่แล้ว เขาเดินตรงไปยังเบื้องหน้าเผยซื่อ ร่างกายปลดปล่อยรังสีเยือกเย็นน่าหวาดกลัวออกมาโดยรอบ
เผยซื่อถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อคิดได้ว่าอย่างไรเสียตนก็เป็นแม่เลี้ยงของฉู่อี้ ฉู่อี้จะกล้าทำอะไรนาง? ดังนั้นหลังจากตื่นตระหนกไปชั่วขณะก็ยืดหลังตรงอีกครั้ง แต่เพราะใจยังหวาดกลัว สายตาจึงสั่นไหว
เมื่อเผยหมิ่นเห็นดังนั้นจึงหันไปพูดกับอวิ๋นเจียวว่า “คุณหนูอวิ๋น ท่านอาของข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นใด ท่านก็รู้ว่านางเพียงแต่โมโหไปชั่วขณะเท่านั้น เจ้าจะมองดูท่านอากับพี่อี้ สองแม่ลูกต้องแตกคอกันเพราะเจ้าเช่นนี้หรือ?”
อวิ๋นเจียวมองเผยหมิ่นอย่างไม่เข้าใจ “คุณหนูมีอะไรก็พูดตรงๆ เถิด ข้าเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอก ฟังไม่ออกหรอกว่าเจ้ากำลังพูดอะไร!”
เผยหมิ่นถูกอวิ๋นเจียวตอกกลับจนพูดไม่ออก แถมอีกฝ่ายยังทำหน้าตาไร้เดียงสา นางอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกหน้าอีกฝ่ายจริงๆ
แต่อวิ๋นเจียวกลับพูดต่อ “แถมข้ายังไม่ได้เอ่ยปากสักคำ ไยพวกท่านถึงไม่พอใจเล่า? ท่านป๋อตบตีดุด่าพวกท่านงั้นหรือ พวกท่านถึงได้ส่งเสียงดังอยู่หน้าประตูเช่นนี้?”
“สมองของคนเมืองหลวงอย่างพวกท่าน ช่างไม่เหมือนชาวบ้านอย่างพวกเรานัก เห็นอย่างนี้แล้วก็รู้ว่าเป็นแม่เลี้ยงหาเรื่องลูกชายของภรรยาเดิม อ้อ… ข้าลืมไป ฮูหยินผู้นี้เป็นถึงฮูหยินตราตั้ง ไม่แปลกใจเลยที่จะไม่เกรงกลัวสิ่งใด”
เดิมทีเผยซื่อกับเผยหมิ่นก็ไม่ชอบนางอยู่แล้ว ตอนที่อยู่หมู่บ้านหยางหลิ่วก็คิดจะใช้บิดาของฉู่อี้จัดการนาง ยิ่งไปกว่านั้นเผยซื่อเป็นศัตรูของฉู่อี้ นางเป็นเพื่อนของฉู่อี้ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องสุภาพกับเผยซื่อ
สุภาพแล้วได้ประโยชน์อะไร? พอเจอหน้าก็ด่านางว่าเด็กต่ำต้อย!
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาองครักษ์ของฉู่อี้ต่างก็ชื่นชมอวิ๋นเจียวในใจ ไม่แปลกใจเลยที่คุณหนูผู้นี้จะได้รับความชื่นชมจากท่านป๋อ ดูท่าทางองอาจกล้าหาญของนางสิ แล้วไหนจะคำพูดของนาง… ช่างสะใจยิ่งนัก!
แม่เลี้ยงผู้นี้ของท่านป๋อ ก็คือคนที่ชอบรังแกบุตรชายของภรรยาเดิมจริงๆ มิใช่หรือ?
“คุณหนูอวิ๋นเจ้าใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทท่านอาของข้า!”
“นางเด็กโสโครก เจ้าพูดอะไร!”
เผยหมิ่นและเผยซื่อเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เผยซื่อยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าอวิ๋นเจียว แต่ฉู่อี้กลับคว้าข้อมือของนางไว้แล้วสะบัดออกอย่างแรง
เผยซื่อเซถลาจนเกือบล้มลง บ่าวรับใช้ข้างกายรีบเข้ามาประคองไว้ แต่เผยซื่อก็ยังข้อเท้าพลิก
“ฉู่อี้ เจ้า… เจ้ามันลูกอกตัญญู!”
ฉู่อี้เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “พานางไปที่ห้องรับรอง ตามหมอมาดูอาการ อย่าให้กระดูกหักเชียวล่ะ” กล่าวจบฉู่อี้ก็จูงมืออวิ๋นเจียวเดินออกไป
เผยหมิ่นร้อนใจรีบวิ่งตามไป แต่ถูกองครักษ์ของฉู่อี้ขวางไว้ “พี่อี้ ท่านอาได้รับบาดเจ็บ ท่านไม่อยู่ดูแลท่านอาหน่อยหรือ?”
ฉู่อี้หันกลับมามองนางด้วยสายตาเย็นชา สายตาเย็นเยียบจนทำให้เผยหมิ่นรู้สึกขนลุก จากนั้นเขาก็ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ “ท่านอาของเจ้าไม่ได้มีหลานสาวที่ดีอย่างเจ้าคอยดูแลอยู่แล้วหรือ?”
เชิงอรรถ
[1] เทพธิดามีใจแต่เซียงอ๋องกลับไร้เยื่อใย (神女有意襄王无心) หมายถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีใจ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจตอบ เปรียบเปรยถึงความรักที่ไม่ได้รับการตอบสนอง