ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 240 กิจการเบื้องหน้า
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 240 กิจการเบื้องหน้า
“เรื่องอะไรหรือ”
“ท่านมีโรงผลิตกระดาษที่สนิทสนมหรือไม่? ข้าอยากจะทำอะไรบางอย่าง”
โรงผลิตกระดาษเขามีอยู่แล้ว เปิดร้านหนังสือใหญ่โตเช่นนั้น ทั้งยังพิมพ์หนังสือเป็นจำนวนมาก เขาก็เลยสร้างโรงผลิตกระดาษขึ้นมาเองเสียเลย
ฉู่อี้รินชาใส่ถ้วย ยกขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “เล่ามาสิ เจ้าอยากจะทำอะไร”
อวิ๋นเจียวจึงเล่าความคิดที่อยากจะทำกล่องกระดาษและถุงกระดาษให้เขาฟัง “…ข้ารู้สึกว่า บรรจุภัณฑ์ในท้องตลาดนั้น บ้างก็หนักเกินไป บ้างก็เรียบง่ายเกินไป ข้าคิดว่า หากทำเป็นกล่องกระดาษได้ ก็จะทั้งเบาและสวยงาม”
ในท้องตลาดไม่ใช่ว่าจะไม่มีกล่องกระดาษ แต่ว่ามันทั้งบางและเรียบง่ายเกินไป สิ่งที่อวิ๋นเจียวต้องการคือแบบหนา ทนทานต่อแรงกดได้
คนฉลาดคุยกันไม่เปลืองน้ำลาย อวิ๋นเจียวเพียงแค่พูดเท่านี้ พร้อมกับภาพร่างที่นางให้คนที่ร้านหนังสือบนเถาเป่าวาดให้ ฉู่อี้ก็เข้าใจในทันที
“ความคิดนี้เยี่ยมมาก แบบร่างนี้เจ้าทิ้งไว้ให้ข้า ข้าจะให้คนส่งไปที่โรงผลิตกระดาษ ให้พวกเขาลองทำดู แต่แบบนี้แล้วเจ้าคงต้องพักอยู่ในอำเภอสักสองสามวัน หากตัวอย่างออกมา ก็จะได้ดูได้ทันที หากไม่ถูกใจ จะได้แก้ไขเลย… ช่างเถิด ให้พวกเขาส่งคนมาดีกว่า”
พูดจบฉู่อี้ก็กวักมือออกไป จางหลิงก็ปรากฏกายขึ้นในทันที
ฉู่อี้ออกคำสั่ง “รีบไปตามผู้ดูแลโรงผลิตกระดาษผิงเล่อกับช่างฝีมือเก่าแก่มาสองคน”
เรียกช่างฝีมือมาคุยกันให้รู้เรื่องไปเลยน่าจะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาบอกเล่าต่อๆ กันไป แล้วทำให้ช่างฝีมือตีความผิดจนเสียเวลาเปล่าๆ
จางหลิงรับคำสั่งจากนั้นก็ออกไปจัดการ ส่วนทางด้านอวิ๋นเจียวก็เล่าความคิดอื่นๆ ให้ฉู่อี้ฟัง ทำให้ฉู่อี้พยักหน้าชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง
ไม่นานนักหลงจู๊ ผู้ดูแล และช่างฝีมือเก่าแก่ของโรงผลิตกระดาษผิงเล่อ ตั้งแต่ระดับบนยันล่าง ต่างก็มาพร้อมหน้า บ่าวรับใช้จึงไปรายงานให้จางหลิงทราบ เขาจึงไปขอคำสั่งจากฉู่อี้
“ให้พาพวกเขาไปที่เรือนรับรอง”
หลังจากออกคำสั่งกับจางหลิงแล้ว ฉู่อี้และอวิ๋นเจียวก็ลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรอง
“ข้ายังอยากจะวาดภาพหญิงสาวสวมชุดที่เหมือนกับแบบชุดสำเร็จรูปที่ขายไว้บนกล่องด้วย ไม่รู้ว่าจะหาช่างวาดภาพได้หรือไม่”
ถึงแม้ว่าอวิ๋นเจียวจะมีเถาเป่า และมีร้านค้ามากมายบนนั้น แค่สุ่มเลือกเอาร้านใดร้านหนึ่งก็สามารถทำถุงกระดาษและกล่องกระดาษตามที่นางต้องการได้แล้ว แต่นั่นไม่ใช่ของยุคนี้ ความแตกต่างทางเทคโนโลยีนั้นมากเกินไป อวิ๋นเจียวไม่กล้าเอาออกมาใช้
นางคิดไปคิดมา จริง ๆ แล้วจ้างช่างวาดภาพก็น่าจะดีที่สุด ถึงแม้ว่าต้นทุนจะสูง แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล
อีกอย่าง ถ้าภาพวาดบนกล่องและถุงแต่ละใบไม่เหมือนกัน ประกอบกับเรื่องราวสั้นๆ หรือบทกวี บางทีอาจกลายเป็นของสะสมที่ผู้คนชื่นชอบเหมือนการสะสมแสตมป์หรือกล่องไม้ขีดไฟ [1] ก็เป็นได้ เช่น เรื่องราวของสี่หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน เรื่องความฝันในหอแดง เป็นต้น…
ฉู่อี้เห็นนางขมวดคิ้วครุ่นคิด ในใจอ่อนยวบจนแทบละลาย อดไม่ได้ที่จะลูบหัวนางเบาๆ “เรื่องช่างวาดภาพ เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะแนะนำให้คนหนึ่ง”
ร้านหนังสือหังไจเป็นของเขา โรงพิมพ์ต้องแกะสลักแม่พิมพ์หนังสือ โดยส่วนใหญ่มักจะมีภาพประกอบ แน่นอนว่าต้องมีช่างวาดภาพ
อวิ๋นเจียวรีบกล่าวขอบคุณ “เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก วางใจได้ คนที่ท่านแนะนำมา ข้าจะให้ค่าจ้างอย่างงาม!”
ฉู่อี้เองก็ไม่ขัดศรัทธา “ตกลง เช่นนั้นข้าคงต้องให้ช่างวาดภาพคนนั้นขอบคุณข้า ที่หานายจ้างดีๆ ให้!”
อวิ๋นเจียวเสริม “หากทำงานดี ปลายปียังมีเงินพิเศษอีกด้วย!” นางคิดไว้แล้วว่าจะจ้างช่างวาดภาพสักสองคน ตอนที่ไม่ต้องวาดภาพลงบนถุงและกล่อง ก็ให้วาดลวดลายอื่นๆ
แต่ต่อมาเมื่ออวิ๋นเจียวจ้างช่างวาดภาพสองคนแล้ว นางก็พบว่า เนื่องจากกิจการรุ่งเรืองเกินไป ช่างวาดภาพสองคนจึงไม่เพียงพอ ไม่เพียงแต่ช่างวาดภาพเท่านั้น แม้แต่ช่างปักก็ยังไม่เพียงพอเช่นกัน
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างออกรส จนกระทั่งมาถึงเรือนรับรอง หลงจู๊และบรรดาลูกจ้างที่รออยู่ก่อนแล้ว ต่างก็คุกเข่าลง
“ข้าน้อยขอคารวะท่านป๋อ… คารวะคุณหนูอวิ๋น”
ตอนที่ไปตามพวกเขามา จางหลิงได้บอกกล่าวเรื่องฐานะของอวิ๋นเจียวไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อคนเหล่านี้เห็นคุณหนูน้อยที่อยู่ข้างกายฉู่อี้ จึงทักทายได้ถูกต้อง
“ลุกขึ้นเถิด พวกเจ้าดูแบบร่างนี้ คุณหนูอวิ๋นต้องการกล่องกระดาษและถุงกระดาษแบบนี้”
ผู้ดูแลที่อยู่ข้างกายฉู่อี้รับแบบร่างมา จากนั้นก็ส่งต่อให้ทุกคนในโรงผลิตกระดาษผิงเล่อ
ทุกคนต่างพิจารณาดูอย่างละเอียด และพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ สักพัก หลงจู๊ก็ก้าวออกมาเอ่ยว่า “หากทำให้เนื้อเยื่อเปลือกหม่อนหนาขึ้น ก็น่าจะทำได้ขอรับ เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะตรงตามความต้องการของคุณหนูอวิ๋นหรือไม่”
อวิ๋นเจียวกล่าว “กล่องกระดาษต้องแข็งแรง ได้รูปทรงและพื้นผิวเรียบเนียน ข้าเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ ต้องรบกวนทุกท่านทดลองทำหลายๆ ครั้ง ทำตัวอย่างมาเปรียบเทียบกันหลายๆ แบบ”
“กระดาษที่ใช้ทำถุงกระดาษ อาจจะหนากว่ากระดาษทั่วไปสักหน่อย หากทำเป็นสีเดียวกับกระดาษลายดอกท้อและกระดาษลายไผ่เขียวได้ก็ยิ่งดี…”
อวิ๋นเจียวบอกข้อกำหนดของนางอย่างละเอียด และตอบคำถามของช่างฝีมือ จากนั้นช่างฝีมือเหล่านั้นจึงขอตัวกลับไปทดลองทำ
ฉู่อี้ยังบอกอีกว่า หากทำออกมาได้ถูกใจอวิ๋นเจียว เขาจะให้รางวัล เดิมทีทุกคนค่อนข้างหวาดกลัว เกรงว่าหากทำตามคำสั่งของท่านป๋อไม่ได้ จะต้องถูกลงโทษ ใครจะไปรู้ว่าท่านป๋อไม่ได้พูดว่าหากทำไม่ได้จะถูกลงโทษหนัก แต่กลับบอกว่าหากทำได้จะมีรางวัล
เรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก! ทุกคนต่างกล่าวว่าจะทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อทำให้ฉู่อี้และอวิ๋นเจียวพอใจให้ได้
หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว ฉู่อี้ก็พูดขึ้นว่า “เจียวเอ๋อร์ วิธีนี้ของเจ้านับว่าดีทีเดียว เรามาร่วมมือกันเถิด”
อวิ๋นเจียวตกตะลึง “ร่วมมืออะไรกัน?”
ฉู่อี้กล่าว “ก็ทำกล่องขายยังไงเล่า เจ้าลองคิดดูสิ ยิ่งใกล้วันเทศกาล แต่ละเมืองรวมถึงเมืองหลวง ต่างก็มอบของขวัญให้กันมากมาย แต่บรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นกล่องไม้ หีบไม้ ล้วนแต่มีน้ำหนัก หากเปลี่ยนมาเป็นกล่องกระดาษทั้งหมด ก็ทั้งเบาและสวยงาม น่าจะขายดีไม่น้อย”
อวิ๋นเจียวถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านจะเปิดโรงผลิตกระดาษหรือ?” แค่ทำกล่องกระดาษก็เปิดโรงผลิตกระดาษแล้ว นี่มันช่าง…
ฉู่อี้มองนางพลางยิ้มเบิกบาน “โรงผลิตกระดาษผิงเล่อเป็นกิจการเบื้องหน้าของข้า!”
อวิ๋นเจียว “…”
เบื้องหน้า เบื้องหลัง กิจการของฉู่อี้นี่มีไม่น้อยจริงๆ เอาเถอะ ฉู่อี้ไม่ใช่แค่คุณชายตระกูลเศรษฐีและทายาทผู้สูงศักดิ์ธรรมดาเท่านั้น แต่เป็นคุณชายตระกูลเศรษฐีและทายาทผู้สูงศักดิ์ที่มีความสามารถมากอีกด้วย
อวิ๋นเจียว “กล่องกระดาษพวกนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย ท่านอยากทำก็ทำเลยเจ้าค่ะ ไม่ต้องมาร่วมมือกันหรอก เชิญท่านแอบรวยเงียบๆ ไปคนเดียว!”
ฉู่อี้ยักคิ้ว เด็กคนนี้นี่…
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ความคิดนี้เป็นของเจ้าทั้งหมด ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการร่วมมือทำกำไร งั้นกล่องที่ร้านอวิ๋นหรงจะใช้ ก็ให้ข้าเป็นคนจัดหาให้ก็แล้วกัน แบบนี้ตกลงหรือไม่ มิเช่นนั้นข้าเป็นถึงพี่ชาย แล้วยังมาเอาเปรียบน้องสาว พูดออกไปคนอื่นจะหัวเราะเยาะเอา”
อวิ๋นเจียวยิ้มกว้าง “ตกลง อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน ร้านอวิ๋นหรงของข้าจะต้องรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ”
ฉู่อี้ “ข้าไม่ใช่คนขาดแคลนเงินทองเสียหน่อย แค่กล่องใส่ของไม่กี่ใบ ทำข้าจนลงได้หรือ?” ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม เรื่องนี้ก็นับว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
ทว่าข้างนอกกลับมีเสียงดังโวยวาย ฉู่อี้ขมวดคิ้วแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
จางหลิงตอบรายงานอยู่ด้านนอก “ฮูหยินพาญาติผู้น้องของท่านมาที่นี่ กำลังโวยวายจะเข้าไปในเรือนรับรองขอรับ”
เชิงอรรถ
[1] การสะสมกล่องไม้ขีดไฟ (集火花) เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมในอดีต โดยเฉพาะที่จีน กล่องไม้ขีดไฟจะมีภาพพิมพ์สวยงาม ซึ่งคล้ายกับการสะสมแสตมป์