ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 247 ปรับปรุงวิธีการผลิต
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 247 ปรับปรุงวิธีการผลิต
“ความหนาของกล่องใช้ได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่เรียบ ความแข็งแรงยังไม่พอ ผิวก็ไม่เรียบเนียน” กล่องกระดาษแบบนี้ดูธรรมดาเกินไป ไม่คู่ควรกับเสื้อผ้าของร้านอวิ๋นหรงเอาเสียเลย
“ส่วนถุงกระดาษ ผิวลื่นดี สีสันก็สวย แต่ไม่แข็งแรง ฉีกขาดง่ายเกินไป”
อวิ๋นเจียวบอกข้อบกพร่องออกไป ช่างฝีมือต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
ฉู่อี้จึงเอ่ยว่า “ทุกคนมีอะไรก็พูดมาเถิด ไม่ต้องเกรงใจ” พูดจบเขาก็ดึงอวิ๋นเจียวนั่งลง บริการรินชาให้นางด้วยตัวเอง
เมื่อฉู่อี้เอ่ยปาก ก็มีช่างฝีมือใจกล้าเอ่ยปากขึ้น เล่าถึงความยุ่งยากในขั้นตอนการผลิต จากนั้นก็เหมือนกับเขื่อนแตก ทุกคนต่างพูดไม่หยุด ทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสิ่งที่อวิ๋นเจียวต้องการนั้น คงบรรลุได้ยาก
อวิ๋นเจียวเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แม้จะมีเถาเป่าอยู่ในมือ แต่มันช่างแตกต่างจากยุคสมัยนี้มากเกินไป หรือบางอย่างที่ยุคสมัยนี้สร้างขึ้นมาไม่ได้ นางก็ไม่กล้าเปิดเผยออกมาง่ายๆ เช่นกัน
หรือว่าจะต้องใช้กล่องไม้จริงๆ? แบบนั้นก็หนักเกินไป อีกทั้งต้นทุนของไม้ก็สูงกว่ามาก
โชคดีที่ไม่นานนัก อวิ๋นฉี่ซานก็เดินดูโรงผลิตกระดาษเสร็จแล้วเดินเข้ามาพอดี เขาพิจารณากล่องและถุงกระดาษบนโต๊ะ ฟังคำพูดของช่างฝีมืออย่างตั้งใจ จากนั้นก็บอกความคิดเห็นของตนเอง
ทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าฉู่อี้ล้วนเป็นช่างฝีมือเก่าแก่ที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ฝีมือล้วนล้ำเลิศ ดังนั้นหลังจากอวิ๋นฉี่ซานพูดจบ บรรดาช่างฝีมืออาวุโสเหล่านี้จึงรู้สึกว่าเขากำลังเพ้อฝัน
“คุณชาย ท่านไม่เคยทำกระดาษมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามันยากเย็นเพียงใด วิธีที่ท่านพูดมานั้น ใช้ไม่ได้ผลหรอกขอรับ”
“ใช่แล้ว พวกข้าล้วนเป็นช่างเก่าแก่ ทำอาชีพนี้มานานกว่ายี่สิบถึงสามสิบปีแล้ว คุณชายน้อย วิธีที่ท่านพูดมา เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับ”
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ แต่อวิ๋นฉี่ซานกลับไม่โกรธ เขาเพียงกล่าวว่า “ใช้ได้หรือไม่ได้ ลองดูก็รู้แล้วขอรับ เซ่าชิง ถ้าอย่างนั้นข้าขอพักอยู่ที่โรงงานทำกระดาษของท่านสักพัก ท่านให้ช่างสองสามคนมาช่วยข้า ข้าลองวิธีของข้า พวกเขาลองวิธีของพวกเขา”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากขัดขวาง เพราะคุณชายจากตระกูลร่ำรวย มักจะทำอะไรเล่นๆ สุดท้ายก็ทิ้งไว้กลางทาง ตราบใดที่ไม่ขัดขวางหรือชี้นิ้วสั่งสอนพวกเขา ก็ไม่มีปัญหาอะไร
“ตกลง ข้าจะจัดคนให้เจ้าเดี๋ยวนี้ และให้คนไปทำความสะอาดห้องพักให้เจ้า” ฉู่อี้ตอบตกลงอย่างยินดี บรรดาช่างฝีมือเหล่านี้ไม่รู้ว่า อาจารย์ตั่งและอาจารย์หม่าต่างเคยเอ่ยปากชมเชยพรสวรรค์ของอวิ๋นฉี่ซานต่อหน้าเขาอยู่หลายครั้ง
ดังนั้น การที่อวิ๋นฉี่ซานต้องการอยู่ต่อเพื่อทดลองทำกล่องกระดาษ เขาจึงยินดีอย่างยิ่ง บางทีอาจเป็นโอกาสให้ได้พัฒนาวิธีการทำกระดาษก็เป็นได้
แล้วความจริงในภายหลังก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ฉู่อี้อย่างมากจริงๆ และทำให้โรงผลิตกระดาษของเขามีวิธีการที่ไม่เหมือนใคร แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต
ฉู่อี้เรียกผู้ดูแลมา จัดหาช่างฝีมือรุ่นเยาว์ที่ประสบการณ์น้อยให้แก่อวิ๋นฉี่ซาน การตัดสินใจของเขาตกอยู่ในสายตาของช่างฝีมืออาวุโส จึงกลายเป็นว่าท่านป๋อเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำอันเหลวไหลของเด็กหนุ่มผู้นี้ ดังนั้นจึงให้มือใหม่ไปช่วย
หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ฉู่อี้คิดนั้นตรงกันข้ามกับพวกเขาโดยสิ้นเชิง เขาแค่กังวลว่าอวิ๋นฉี่ซานอายุยังน้อย หากส่งคนที่มีอายุมากกว่าไป อีกฝ่ายอาจจะไม่กล้าออกคำสั่ง หรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด จึงเลือกแต่คนที่อายุยังน้อย
“พี่รอง ท่านรู้เรื่องการทำกระดาษด้วยหรือ?” อวิ๋นเจียวรู้สึกชื่นชมอวิ๋นฉี่ซานอย่างมาก หากพี่รองของนางอยู่ในยุคปัจจุบัน คงต้องเป็นถึงหัวหน้าวิศวกรหรือไม่ก็นักวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน!
อวิ๋นฉี่ซานเกาหัวอย่างเขินอาย ยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าอ่านเจอในหนังสือ ไม่เคยลงมือทำมาก่อน โชคดีที่เซ่าชิงกล้าให้ข้าลองทำดู”
อวิ๋นเจียวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมานางให้หนังสือเกี่ยวกับวิธีการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ มากมายให้แก่อวิ๋นฉี่ซาน นางเองก็ไม่ได้สนใจว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับการทำกระดาษหรือไม่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีสินะ แต่แบบนี้ก็เก่งมากแล้ว!
อวิ๋นฉี่ซานไปทำงาน อวิ๋นเจียวจึงพูดคุยเรื่องที่บ้านของฉู่อี้กับเจ้าตัว “ท่านนี่ก็โหดเหี้ยมเกินไป แม้แต่เครื่องปรุงก็ไม่ยอมเหลือให้ นี่ตั้งใจจะให้แม่เลี้ยงของท่านอดตายเลยหรือยังไง”
ฉู่อี้หัวเราะเยาะ “นางอดตายได้ที่ไหนกัน ออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะกินหรือไม่กิน ต่างก็มีสาวใช้เตรียมขนมติดตัวไปด้วยทั้งนั้น”
แต่อยากจะทำให้โมโหตายก็นับว่าเป็นเรื่องจริง แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้น หากเผยซื่อยังไม่ยอมไป เขายังมีวิธีจัดการพวกนางอีกมาก
“แต่ท่านทำแบบนี้ตรงๆ ต่อหน้าต่อตานาง ข้างนอกต้องมีข่าวลือว่าท่านอกตัญญูแน่ๆ”
ฉู่อี้เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ใช่แค่ข่าวลือหรอก ยังมีขุนนางฝ่ายตรวจการ นำเรื่องนี้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อตำหนิข้าด้วย”
ขุนนางฝ่ายตรวจการ? ก็คือองค์กรประหลาดที่มีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยที่เลี้ยงเอาไว้คอยจับผิดหาข้อบกพร่อง ไม่มีเรื่องอะไรก็สร้างเรื่องขึ้นมา บางครั้งถึงขั้นเสี่ยงชีวิตเขียนีกาเลือด เพื่อให้ตนเองมีชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างนั้นหรือ?
แต่เพราะมีองค์กรแปลกๆ เช่นฝ่ายตรวจการ จึงทำให้ขุนนางและผู้มีอำนาจเกรงกลัวมากขึ้นเวลาที่คิดจะทำเรื่องชั่วร้าย
“แต่ข้าไม่กลัว หมัดเยอะจนไม่กัด หนี้มากจนไม่กดดัน [1] ข้าเองก็มีชื่อเสียงไม่ดีในราชสำนักอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นคุณชายไม่เอาไหนที่ไม่ยอมเข้าประชุมราชสำนักโดยอ้างว่าป่วยมาเป็นเวลานาน ดังนั้น เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
ใครเป็นห่วงท่านกัน? หลงตัวเองจริงๆ! อวิ๋นเจียวบ่นพึมพำในใจ
“จริงสิ เจียวเอ๋อร์ ที่ร้านอวิ๋นหรงมีเสื้อผ้าที่ข้าใส่ได้หรือไม่?”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ชุดลำลองและชุดทั่วไปก็มีเจ้าค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกใจคนแก่อย่างท่านไหม”
“ข้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือ?” เขายังเป็นหนุ่มน้อยอยู่แท้ๆ ฉู่อี้ถามด้วยความไม่พอใจ
อวิ๋นเจียวมองเขา ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วดั่งภาพวาด รูปร่างสูงสง่า เรียกได้ว่าหล่อเหลาไร้ที่ติเกินคำบรรยาย ไม่ได้แก่เลยสักนิด แถมยังดูอ่อนเยาว์
นางบ่นพึมพำในใจ วิญญาณของนางแก่กว่าเขาตั้งเยอะ แต่ถ้าเป็นรูปลักษณ์ภายนอก… “ท่านแก่กว่าข้าตั้งหกปี!”
ฉู่อี้ยิ้ม ริมฝีปากได้รูปวาดโค้งเป็นรอยยิ้มมีเสน่ห์ ความสดใสในรอยยิ้มนั้นสว่างไสวจนทำให้คนมองตาพร่าได้ทีเดียว อวิ๋นเจียวถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ
“เทียบกับเจียวเอ๋อร์แล้ว ข้าอายุมากกว่าก็จริง เจียวเอ๋อร์รังเกียจที่ข้าแก่หรือ?”
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ไม่เลยเจ้าค่ะ!” ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นหนุ่มน้อยอยู่ดี!
“งั้นพวกเรารีบไปกินข้าวกันเถิด พอกินข้าวเสร็จก็ไปเลือกชุดที่ร้านอวิ๋นหรง! ส่วนเรื่องที่อวิ่นเจ๋ออยู่ที่นี่ เจ้าไม่ต้องกังวล เดี๋ยวพวกเราสั่งอาหารเสร็จแล้ว ก็ให้คนส่งมาที่โรงผลิตกระดาษผิงเล่ออีกหนึ่งชุดด้วย”
ฉู่อี้ดึงอวิ๋นเจียวออกไปด้วยความยินดี ในอำเภอไม่มีภัตตาคารอิ๋งเซียน ภัตตาคารฝูอวิ้นเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในอำเภอจิ่วจิ้น แต่อวิ๋นเจียวรู้สึกขยะแขยงภัตตาคารฝูอวิ้น จึงไม่อยากไป
ฉู่อี้จึงพานางไปร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งชื่อว่าภัตตาคารเจินซิว ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารตุ๋นและอาหารป่า
ทันทีที่ทั้งสองคนเข้าไป หลงจู๊เห็นฉู่อี้ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง นับตั้งแต่วันที่ร้านอวิ๋นหรงเกิดเรื่อง สถานะท่านป๋อของฉู่อี้ก็เป็นที่รับรู้ของผู้คนส่วนใหญ่ในอำเภอแล้ว
ขณะนั้นอวิ๋นเจียวก็เห็นคนรู้จัก “พี่ถังสุ่ย ท่านอยู่ที่นี่หรือ มากินข้าวด้วยกันสิเจ้าคะ!”
ถังสุ่ยเดินออกมาจากหลังร้าน เขาเอาอาหารป่ามาขายที่ภัตตาคารเจินซิว เมื่อเห็นอวิ๋นเจียวและฉู่อี้ เขาก็รีบคารวะฉู่อี้ทันที “ข้าน้อยคารวะท่านป๋อ”
จากนั้นเขาก็ยิ้มทักทายอวิ๋นเจียว “น้องเจียวเอ๋อร์ เชิญเจ้ากับท่านป๋อเพลิดเพลินกับอาหารเถิด ข้าไม่รบกวนแล้ว ท่านปู่ของข้ายังรอข้าอยู่ที่บ้าน”
“ท่านปู่ถังสบายดีไหมเจ้าคะ?”
“ท่านปู่ของข้าสบายดี ตอนนี้ท่านอยู่บ้านพรวนดินปลูกผักทุกวัน” ถังสุ่ยพูดจบ ก็มีกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการเดินเข้ามาจากประตู ตรงมายังถังสุ่ย
เชิงอรรถ
[1] หมัดเยอะจนไม่กัด หนี้มากจนไม่กดดัน (虱子多了不咬人,债多了不压人) หมายถึง เมื่อปัญหาหรือภาระมากจนเกินไป กลับไม่รู้สึกหนักใจหรือเดือดร้อนเพิ่มอีกแล้ว