ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 246 เหยียนเซี่ยวหวั่นไหว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 246 เหยียนเซี่ยวหวั่นไหว
“เจียวเอ๋อร์ ข้าก็แค่ แค่อยากผูกมิตรกับคุณหนูผู้นั้น” เหยียนเซี่ยวเอ่ยอย่างน่าสงสาร
อวิ๋นเจียวกล่าว “การผูกมิตรไม่มีใครเขาทำกันแบบท่านหรอกนะ เมื่อครู่ท่านเหมือนกับชายมักมากในนิยายไม่มีผิด!”
เหยียนเซี่ยวโต้แย้ง “เจียวเอ๋อร์ ในนิยายเล่มใดกันที่เรียกว่าชายมักมาก นั่นมันเรื่องราวความรักของบัณฑิตกับหญิงงามทั้งนั้น”
อวิ๋นเจียวรู้สึกว่าตนเองจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจน แคว้นต้าเยี่ยไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่รักอิสระ ไม่ถือเรื่องชาติตระกูล ด้วยฐานะของเหยียนเซี่ยว หากเขาคิดจะครองคู่กับเฉาเหลียนเอ๋อร์นั้นคงยากเย็นแสนเข็ญ…
“บัณฑิตกับหญิงงามหรือ? บัณฑิตตกยากแวะเวียนไปเกี้ยวพาคุณหนูคนงาม หรือไม่ก็หลอกลวงหญิงสาวชาวบ้านไร้เดียงสา พอฝากความรักไว้แล้วก็ตีจาก”
“ครั้นเมื่อสอบได้เป็นขุนนาง ก็แต่งงานกับองค์หญิง จวิ้นจู่ ส่วนหญิงงามที่เคยรักใคร่หากไม่ถูกลืมเลือน ก็ถูกรับมาเป็นอนุ เป็นภรรยาที่มีตำแหน่งเท่ากัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญกับบุปผาเต็มบ้าน?”
“นี่หรือที่ท่านว่าคือบัณฑิตกับหญิงงาม? พวกบุรุษสบายกันไป หลงตัวเองไปวันๆ แค่ส่งสายตาให้ก็มีคนพร้อมจะซบอกให้ได้เชยชม เคยคิดถึงหัวอกของสตรีที่ถูกทอดทิ้งบ้างหรือไม่?”
“พวกนางจะยอมถูกจับถ่วงน้ำ? หรือยอมเป็นภรรยาที่มีตำแหน่งเท่ากัน เป็นอนุภรรยา หรือเป็นแค่บ้านเล็กของบุรุษที่เคยให้คำมั่นสัญญาหวานซึ้ง? ทิ้งวัยสาวอยู่ในจวนหลังใหญ่ เอาแต่หมกมุ่นแต่เรื่องชิงดีชิงเด่นแย่งชิงบุรุษ? สำหรับข้า คนเช่นนี้คือพวกมักมากที่สมควรถูกตีด้วยกระบองจนตาย!”
อวิ๋นฉี่ซานได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าซีดเหงื่อตก ช่วงนี้ออกไปยุ่งอยู่ที่ลานก่อสร้างจนละเลยน้องสาวไป น้องสาวไปอ่านนิยายไร้สาระเล่มไหนมานะ?
“แค่กๆ… เจียวเอ๋อร์ ไม่ต้องไปสนใจเขา! หากเขายังกล้าจ้องมอง พูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะหักขาเขาซะ! อีกอย่าง พี่รองกับพี่ใหญ่ไม่ใช่คนแบบนั้น เจ้าอย่าไปอ่านนิยายไร้สาระพวกนั้นอีกเลย!” อวิ๋นฉี่ซานรีบแสดงจุดยืน กล่าวจบก็จ้องเหยียนเซี่ยวด้วยสายตาเย็นชา
ทันใดนั้นเหยียนเซี่ยวก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งร่าง บุรุษอย่างเขากลับถูกเด็กสองคนข่มขู่จนทำให้รู้สึกกลัว แต่สิ่งที่เจียวเอ๋อร์พูดก็มีเหตุผล ที่ผ่านมาเขาไม่เคยนึกถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนจริงๆ
ถึงกระนั้นในใจก็ยังไม่ค่อยยอมรับ “ในคัมภีร์กวีนิพนธ์ [1] ก็ยังกล่าวไว้เลยมิใช่หรือว่า สตรีงดงาม บุรุษย่อมหมายปอง…”
พอกันที คุยกับคนแบบนี้ต่อไปคงไม่มีประโยชน์
“หยุดรถ!”
สิ้นเสียงของอวิ๋นเจียว รถม้าก็หยุดลง อวิ๋นฉี่ซานรู้ดีว่าน้องสาวโกรธจริงๆ เขาไม่สนว่าเหยียนเซี่ยวจะมีฐานะใด แต่ใครก็ตามที่ทำให้น้องสาวเขาโกรธล้วนเป็นคนที่น่ารังเกียจ
ดังนั้นทันทีที่รถม้าหยุด เขาก็เตะเหยียนเซี่ยวจนกระเด็นตกจากรถม้า
อวิ๋นเจียวเห็นดังนั้นจึงสั่งสารถี “ไป!”
สารถีเร่งให้รถเคลื่อนตัวไปทันที เพียงแต่บนท้องถนน รถม้าไม่สามารถแล่นได้เร็ว
เหยียนเซี่ยวถูกเตะตกจากรถม้า ทุกคนรอบข้างต่างชี้ไม้ชี้มือมาที่เขา เขาจึงรีบลุกขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกาย จากนั้นก็วิ่งไล่รถม้าพลางกล่าวขอโทษ “สหายอวิ่นเจ๋อ เจ้าทำอะไรเนี่ย ทำไมถึงเตะข้า?”
อวิ๋นฉี่ซานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าไม่ตีเจ้าก็ดีเท่าไรแล้ว เจ้าจะหมายปองใครข้าไม่สน แต่อย่ามาวุ่นวายกับญาติผู้พี่ของข้า!”
เหยียนเซี่ยวไม่กล้าแม้แต่จะพูดถึงคัมภีร์กวีนิพนธ์อะไรอีก ได้แต่กล่าวขอโทษไม่หยุด ทว่าอวิ๋นเจียวและอวิ๋นฉี่ซานไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย
อวิ๋นเจียวถามอวิ๋นฉี่ซาน “เขามาทำอะไร? ไม่อยากเป็นคนงานจิปาถะแล้วหรือ?”
ไม่ต้องรอให้อวิ๋นฉี่ซานตอบ เหยียนเซี่ยวก็รีบตอบ “ข้ามาทำธุระที่ศาลาว่าการอำเภอ สำนักศึกษาหมู่บ้านเราก็เป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ต้องไปลงทะเบียนกับศาลาว่าการอำเภอ”
“ทุกคนในสำนักศึกษาต่างก็ยุ่งกับงาน ข้าเห็นว่าตัวเองสนิทกับคนในศาลาว่าการจึงอาสาเข้ามาช่วย”
มิน่าเล่าอาจารย์หม่าถึงอยากให้เหยียนเซี่ยวอยู่ต่อ ที่แท้ก็เพราะมีคุณชายห้าแห่งจวนราชบัณฑิตอย่างเขาช่วยวิ่งเต้น ย่อมสะดวกสบายเวลาไปทำธุระที่ศาลาว่าการ เพียงแค่รู้ฐานะก็ไม่มีใครกล้าละเลย
แต่หากเป็นผู้ดูแลสำนักศึกษาไปจัดการแทน เกรงว่าคงถูกกลั่นแกล้งไม่น้อย แต่หลังจากเหตุการณ์วันนี้ อวิ๋นเจียวก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าควรจะให้เขาอยู่ที่สำนักศึกษาต่อไปหรือไม่? อวิ๋นเจียวกำลังลังเล
เหยียนเซี่ยวยังคงพูดไม่หยุดอยู่ด้านนอกรถม้า อวิ๋นเจียวรู้สึกหงุดหงิดจึงกล่าว “แล้วท่านไม่ไปทำธุระที่ศาลาว่าการหรือ ไยจึงตามพวกข้าอยู่ได้?”
เหยียนเซี่ยวใช้พัดตีหัวตัวเองพลางร้องออกมา “โอ้ พอข้าเห็นว่าเจ้าโกรธ ข้าก็ตกใจจนลืมไปเลย! น้องเจียวเอ๋อร์อย่าโกรธเลย ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นเจียวแค่นเสียงในใจ เขาไม่ได้ลืมเพราะนางโกรธหรอก แต่เพราะมองเฉาเหลียนเอ๋อร์จนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปไหนแล้วไม่รู้ต่างหาก
เหยียนเซี่ยวรีบร้อนจากไป ส่วนพวกนางไม่นานนักก็ถึงโรงผลิตกระดาษผิงเล่อ
ฉู่อี้รออวิ๋นเจียวอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นรถม้ามาถึง อวิ๋นฉี่ซานอุ้มอวิ๋นเจียวลงจากรถม้า เขารีบเข้าไปต้อนรับ “เจียวเอ๋อร์ อวิ่นเจ๋อ มากันแล้วหรือ กินอาหารเช้ากันหรือยัง?”
อวิ๋นเจียวตอบ “กินมาแล้วเจ้าค่ะ”
ฉู่อี้เห็นนางทำหน้าไม่สบายใจจึงถามอวิ๋นฉี่ซาน “อวิ่นเจ๋อ เจียวเอ๋อร์เป็นอะไรไปหรือ ไยจึงอารมณ์ไม่ดีเช่นนี้?”
อวิ๋นฉี่ซานเล่าเรื่องเหยียนเซี่ยวให้ฟัง ฉู่อี้หรี่ตามองแวบหนึ่ง ดวงตาสีดำสนิทราวกับรัตติกาลสะท้อนประกายแสงเล็กน้อย “หากเจียวเอ๋อร์ไม่อยากให้เหยียนเซี่ยวมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้พี่หญิงรองของเจ้า เช่นนั้นก็ง่ายนิดเดียว ข้าให้คนไปมัดเขาแล้วโยนกลับจวนราชบัณฑิตก็สิ้นเรื่อง”
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ข้าไม่สามารถตัดสินใจแทนพี่หญิงรองได้ และไม่สามารถตัดสินใจแทนเหยียนเซี่ยวได้ ไม่ว่าเรื่องใด ล้วนต้องเกิดจากความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ข้าแค่ไม่ชอบทัศนคติของเหยียนเซี่ยวเท่านั้น”
แต่จะทำอย่างไรได้ โลกก็เป็นเช่นนี้ มีขุนนางใหญ่โตคนใดบ้างที่ไม่มีสามภรรยาสี่อนุ หรือสาวใช้ต้นห้อง เหยียนเซี่ยวเป็นถึงคุณชายตระกูลใหญ่ พอเห็นสตรีที่ถูกใจก็รีบร้อนเข้าหา บางคนถึงขั้นใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้ครอบครองก็มีให้เห็นอยู่ถมไป
มากสุดก็แค่มีอนุเพิ่มขึ้นมาอีกคน มีบ้านเล็กเพิ่มขึ้นมาอีกคนเท่านั้น นี่ก็ถือว่าเหยียนเซี่ยวเป็นคนดีมากแล้ว
เมื่อเห็นนางพูดเช่นนี้ ฉู่อี้จึงไม่พูดถึงเรื่องของเหยียนเซี่ยวอีกต่อไป เขาก้าวขึ้นไปจับมือของอวิ๋นเจียวแล้วกล่าวว่า “เด็กน้อย อย่าคิดมากเช่นนี้เลย ดูริมฝีปากของเจ้าสิ ยื่นจนแขวนกาต้มน้ำได้แล้ว ไปกัน พวกเราไปดูของกัน มีตัวอย่างออกมาแล้ว”
อวิ๋นฉี่ซานไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่อวิ๋นฉี่เยว่ให้เขามาที่นี่ อวิ๋นเจียวอายุเพียงเจ็ดขวบ ยังเด็กเกินกว่าจะต้องกังวลเรื่องระหว่างบุรุษและสตรี
มีคนที่ชื่นชอบน้องสาวของเขาเช่นเดียวกับเขา เขาย่อมรู้สึกยินดี เป็นสุขราวกับมีคนมาชื่นชมสมบัติล้ำค่าของตน
พอเข้าไปในโรงผลิตกระดาษ อวิ๋นฉี่ซานก็มองจนตาลาย เขาเดินตามหลัง สังเกตขั้นตอนการผลิตกระดาษอย่างละเอียด
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่อี้จึงสั่งให้ผู้ดูแลพาอวิ๋นฉี่ซานไปดู ส่วนเขากับอวิ๋นเจียวก็เข้าไปในห้องโถงเล็กที่ใช้สำหรับต้อนรับแขก
ภายในห้องโถงเล็กมีช่างฝีมือและผู้ดูแลรออยู่แล้ว ทุกคนต่างคำนับ จากนั้นก็มองอวิ๋นเจียวและฉู่อี้ด้วยสายตาเป็นกังวล บนโต๊ะกลางห้องโถงวางกล่องหลายใบ เป็นกล่องที่ทำตามแบบที่อวิ๋นเจียววาดไว้
อวิ๋นเจียวหยิบกล่องขึ้นมาดูหลายใบ จากนั้นก็ลองกดเพื่อทดสอบความแข็งแรงดู และนางยังหยิบถุงกระดาษขึ้นมาดูทีละใบ “ท่านอาจารย์ทั้งหลาย ข้าอายุยังน้อย หากพูดอะไรผิดพลาดไป ขอทุกท่านอย่าได้ถือสา ข้าแค่อยากให้ลองทำกล่องออกมาหลายๆ แบบ ไม่ต้องรีบร้อน”
พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ บรรดาช่างฝีมือก็เข้าใจ คุณหนูอวิ๋นไม่ค่อยพอใจเท่าไร ในใจของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินอวิ๋นเจียวบอกว่ายังสามารถลองทำต่อไปได้ พวกเขาก็เบาใจขึ้น
เชิงอรรถ
[1] คัมภีร์กวีนิพนธ์ (诗经) คือ เป็นหนึ่งในคัมภีร์สำคัญของจีนโบราณและจัดอยู่ในหมวด ห้าคัมภีร์ (五经) เนื้อหารวบรวมบทกวีที่สะท้อนวิถีชีวิตยุคนั้น