ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 265 ปล่อยเบ็ดยาว ตกปลาใหญ่
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 265 ปล่อยเบ็ดยาว ตกปลาใหญ่
“…ถึงตอนนั้น ในใจพวกเขาจะรู้สึกผิดต่อครอบครัวเรา ก็จะต้องเอาเงินร้อยตำลึงมาชดเชย ถึงจะน้อยไปหน่อยก็เถอะ แต่ท่านพ่อ นี่เรียกว่าปล่อยเบ็ดยาว ตกปลาใหญ่”
“อีกอย่าง ท่านคงไม่รู้ว่า ว่านซิ่วไฉที่ทำงานเป็นคนงานจิปาถะอยู่ที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้าน ความจริงแล้วเป็นคุณชายห้าผู้เป็นบุตรของฮูหยินเอกแห่งจวนราชบัณฑิตที่เมืองหลวง คุณชายหลิ่วเมาแล้วพลั้งปากบอกข้าเอง!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “อะไรนะ คนผู้นั้นเป็นบุตรชายฮูหยินเอกของจวนราชบัณฑิต? แล้วเหตุใดเขาถึงได้มาทำงานจิปาถะอยู่ที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านของเราได้?”
อวิ๋นโส่วหลี่ยิ้มเยาะอย่างริษยา “คุณชายพวกนี้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ไม่มีความกังวลใดๆ คงจะมาหาความแปลกใหม่ในชนบทบ้านนอกของเรากระมัง เขาเป็นบุคคลสำคัญ ท่านพ่อ ต้องให้เหมยเอ๋อร์ของเราคว้าโอกาสนี้ไว้ ต่อให้เป็นแค่อนุของเขา ไม่เพียงแต่จะเป็นผลดีต่อครอบครัวเรา ยังช่วยส่งเสริมอนาคตขุนนางของลูกด้วย!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินอวิ๋นโส่วหลี่พูดเช่นนั้น หัวใจก็พลันร้อนรุ่ม! ใช่แล้ว คุณชายห้าแห่งจวนราชบัณฑิต!
หากเหมยเอ๋อร์ได้เป็นอนุย่อมดีกว่าเป็นฮูหยินคหบดีบ้านนอกเป็นไหนๆ! แล้วยังสามารถช่วยเหลือเจ้าห้าบนเส้นทางขุนนางได้อีก นี่มันเหมือนกับโชคหล่นทับชัดๆ!
แต่เขาก็ยังมีข้อกังวล “แต่อย่างไรสำนักศึกษาประจำหมู่บ้านก็เป็นของพี่รองเจ้าบริจาคสร้างขึ้น พวกอาจารย์ก็เป็นคนที่บ้านพวกเขาเชิญมา ไม่รู้ว่าพวกเขารู้เรื่องฐานะที่แท้จริงของคุณชายว่านผู้นี้หรือไม่ หากพวกเขารู้ ต้องคิดหาทางขัดขวางเป็นแน่!”
อวิ๋นโส่วหลี่ยิ้มเย็นชา “ท่านพ่อ ว่านซิ่วไฉผู้นี้แท้จริงแล้วแซ่เหยียน มารดาของเขาแซ่ว่าน จึงได้เติมแซ่มารดาไว้หน้าชื่อเพื่อปกปิดฐานะที่แท้จริง”
“ส่วนบ้านพี่รอง… ท่านพ่อวางใจเถิด สายตาที่มองแต่ผลประโยชน์ของพี่รอง คงไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของคุณชายเหยียนเป็นแน่ มิเช่นนั้นเขาคงจะรีบประจบสอพลอแล้ว ไยถึงปล่อยให้มาเป็นคนงานจิปาถะเช่นนี้เล่า?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วยทันที ถูกต้องคงเป็นเช่นนั้นจริงๆ แบบนี้เขาก็วางใจได้
อวิ๋นโส่วหลี่ยังคงยิ้มเย็นชา “ท่านพ่อ ปล่อยให้พี่รองลำพองใจไปอีกสองสามปีเถิด รอให้ลูกสอบได้เป็นขุนนางใหญ่ ลูกจะให้เขายกของทุกอย่างในบ้านมาให้ท่านพ่อเอง! ให้พวกเขารู้ว่าผลของการอกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่รักน้องชายน้องสาวเป็นอย่างไร!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ปลื้มปีติ “เจ้าห้าของเรานี่รู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่ รู้จักห่วงใยพ่อแม่ ชาตินี้พ่อมีลูกชายอย่างเจ้าคนเดียวก็เพียงพอแล้ว!”
มีเพียงลูกชายคนนี้เท่านั้นที่คอยนึกถึงเขา ไม่เหมือนกับสามคนนั้นที่คอยระแวงเขาตลอด ราวกับป้องกันหมาป่าหิวโซงั้นแหละ
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินคุณชายหลิ่วพูดว่า จะมาศึกษาเล่าเรียนที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านของเรา ข้าว่าเขาตั้งใจมาหาคุณชายเหยียนอย่างแน่นอน ข้าตกลงกับเขาไว้แล้วว่าให้มาพักที่บ้านเรา ท่านพ่อรีบบอกพี่หญิงใหญ่ พรุ่งนี้ให้หลิ่วจือกับเถาจือทำตัวให้ฉลาดหน่อย!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบพูด “วางใจเถิด พ่อรู้แล้ว…”
เจียงเถาจือแอบฟังอยู่หลังหน้าต่างอีกครั้ง ไม่แปลกใจเลยที่พ่อลูกคู่นี้จะต้องคุยกันเป็นการส่วนตัว ที่แท้ในหมู่บ้านไหวซู่นี้มีคุณชายห้าแห่งจวนราชบัณฑิตอยู่ด้วย!
ดวงตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้า ในหัวพลันผุดภาพของเหยียนเซี่ยวที่หล่อเหลาและสง่างามหมุนวนไม่หยุด ราวกับว่าหัวใจกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ทำให้นางรู้สึกคันยุบยิบอย่างทนไม่ไหว
นางแอบวิ่งกลับไปที่ห้อง พอนอนราบไปบนเตียง หัวใจก็ยังคงเต้นตึกตักไม่หยุด ราวกับจะทะลุออกมา โอกาสนี้ นางต้องคว้าเอาไว้ให้ได้!
หึ รองเท้าขาดๆ อย่างอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ที่ถูกพ่อและพี่ชายผลัดกันย่ำยี ยังกล้าเพ้อฝันถึงคุณชายจวนราชบัณฑิตอีกหรือ ฝันไปเถิด!
พี่น้องตระกูลอวิ๋นไม่รู้เลยว่าอวิ๋นโส่วหลี่กลับมาแล้ว และคนในบ้านตระกูลอวิ๋นเก่ายังวางแผนชั่วร้ายอีกครั้ง ขณะนั้นพวกเขากำลังสนุกกับการใช้หนังยางยิงนกในป่าอยู่กับฉู่อี้และพ่อของเขา!
ว่าไปแล้ว ท่านโหวผู้เฒ่านี่ก็ยิงหนังยางได้เก่งจริงๆ ยิงแม่นทุกดอก ไม่มีพลาด แถมยังยิงนกได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะนกกระจอก ยิงร่วงไปแล้วกว่ายี่สิบสามสิบตัวเลยทีเดียว
ส่วนฉู่อี้กับอวิ๋นฉี่เยว่ต่างสะพายธนู ยิงถูกไก่ป่าไปสามตัว กระต่ายป่าหนึ่งตัว
เสี่ยวไป๋วิ่งตามไปมา พอเห็นเหยื่อก็คาบกลับมา ระหว่างนั้นเสี่ยวไป๋ก็หายตัวไปพักหนึ่ง พอปรากฏตัวอีกครั้ง ในปากกลับคาบเสื้อคลุมตัวหนึ่งมาด้วย!
จางหลิงที่ตามมาด้วยเห็นแล้วก็มุมปากกระตุก นี่มันยังเป็นหมาอยู่หรือ ไฉนยิ่งมองยิ่งไม่เหมือนหมา ทั้งรูปร่างและดวงตาดูคล้ายหมาป่า แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีหมาป่าขนสีขาวทั้งตัวมาก่อนนี่นา!
เล่นกันทั้งบ่ายก็ได้เหยื่อมาเต็มไม้เต็มมือ พวกเขายังไม่ได้กลับบ้าน ตอนเย็นก็มาที่ริมลำธาร จัดการเหยื่อที่ล่ามา แล้วก็ก่อกองไฟ เสียบเหยื่อทั้งหมดเข้ากับไม้เพื่อย่างไฟ ส่วนเครื่องใน อวิ๋นเจียวให้เสี่ยวเยว่กับคนอื่นๆ นำไปทำความสะอาด ต้มให้เสี่ยวไป๋กิน
เสี่ยวไป๋คุ้นเคยกับการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้ว เพราะเป็นสัตว์เลี้ยง การกินอาหารปรุงสุกจะช่วยควบคุมความดุร้ายของมันได้บ้าง อีกทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการติดเชื้อปรสิตได้
แน่นอนว่าอวิ๋นเจียวยังให้ยารักษาพยาธิกับเสี่ยวไป๋เป็นประจำ เพราะเสี่ยวไป๋มักจะออกไปล่าสัตว์ในภูเขาอยู่เรื่อย
อวิ๋นเจียวให้โม่จู๋นำเนื้อกวางและไก่ป่าสองตัวไปส่งที่บ้าน ตอนเย็นจะได้ทำกับข้าวเพิ่ม
อวิ๋นเจียวนำเครื่องปรุงสำหรับย่างมาด้วย เป็นชุดที่สั่งซื้อบนเถาเป่ามาโดยเฉพาะ เครื่องเทศครบครัน เนื้อที่ย่างออกมากลิ่นหอมเป็นพิเศษ ยังไม่ทันสุก กลิ่นหอมก็ทำให้ทุกคนอดน้ำลายสอไม่ได้
โดยเฉพาะฉู่เผยเหวินที่ทนไม่ไหว รีบร้อนอยากจะกินจนดูเหมือนลิงจ๋อ โชคดีที่นกกระจอกตัวเล็ก ย่างเพียงครู่เดียวก็กรอบแล้ว นกกระจอกพวกนี้ถูกเสียบเข้ากับไม้ ไม้ละหกตัว มีอยู่ถึงเจ็ดแปดไม้
พอย่างเสร็จแล้วก็แบ่งกันคนละไม้ แม้แต่จางหลิง โม่ซ่าน และเสี่ยวเยว่ก็ได้คนละไม้
อวิ๋นเจียวพูดอย่างใจกว้าง “วันนี้ออกมาเพื่อความสนุกสนาน ทุกคนลองชิมกันดู”
จางหลิงมองฉู่อี้อย่างเว้าวอน ฉู่อี้จึงพูดว่า “เจียวเอ๋อร์ให้เจ้า เจ้าก็กินเถิด”
จางหลิงดีใจจนแทบจะลอยได้ รีบกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณคุณหนูอวิ๋นที่กรุณา!”
แต่พวกเขากลับไม่กล้ากินทันที ตกลงกันว่าจะผลัดกันกิน เสี่ยวเยว่กินแล้ว โม่ซ่านถึงกิน โม่ซ่านกินเสร็จ จางหลิงก็กินต่อ พอจางหลิงกินหมด โม่จู๋ก็กลับมาพอดี พวกเขาจึงแบ่งให้โม่จู๋หนึ่งไม้
“อร่อย! อร่อย! ขออีก! ขออีก!” ฉู่เผยเหวินกินอย่างเอร็ดอร่อย มุมปากเลอะเทอะไปด้วยคราบเครื่องปรุง
ฉู่อี้ยิ้มพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดให้ฉู่เผยเหวินอย่างระมัดระวัง อวิ๋นเจียวเพิ่งจะกินนกกระจอกไปตัวเดียว ฉู่เผยเหวินก็กินหมดไปหกตัวแล้ว
นางจึงยื่นนกกระจอกในมือให้ฉู่เผยเหวิน “ท่านลุงฉู่ ยังมีอีกเจ้าค่ะ!”
ฉู่เผยเหวินก็ไม่ได้เกรงใจ รับไปกินอย่างเอร็ดอร่อย อวิ๋นฉี่เยว่เห็นว่าเขาชอบ จึงยื่นนกกระจอกในมือให้เขาเช่นกัน
ฉู่อี้มองสองพี่น้องด้วยแววตาขอบคุณ บิดาของเขาต้องทนทุกข์ทรมานมามาก ในฐานะบุตรชาย เขาแค่อยากจะตามใจบิดา อยากให้บิดาผู้เป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยโลดแล่นในสนามรบ ยอมเสียเลือดแต่ไม่ยอมหลั่งน้ำตาคนนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกสักหน่อย และดียิ่งขึ้นไปอีก
ไม่นานนัก นกกระจอกในมือของพวกเขาทั้งสามคนก็เข้าไปอยู่ในท้องของฉู่เผยเหวินหมดแล้ว
ต่อไปก็เป็นเนื้อกระต่ายและเนื้อกวาง ฉู่อี้กับอวิ๋นฉี่เยว่ช่วยกันใช้มีดหั่นเนื้อใส่จานให้กับอวิ๋นเจียวและฉู่เผยเหวิน
อวิ๋นเจียวก็หยิบเนื้อในจานป้อนอวิ๋นฉี่เยว่และฉู่อี้เป็นครั้งคราว เสียงหัวเราะของพวกเขาดังก้องเป็นระยะ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของป่าเขา
ภาพที่อบอุ่นเช่นนี้ ทำให้จางหลิงอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอ ทั้งนายท่านและนายท่านผู้เฒ่า ไม่ได้หัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนี้มานานแล้ว…