ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 266 แผนการของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 266 แผนการของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาว
เมื่ออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงหลิ่วจือกลับมา เถาซื่อก็เอาเสื้อผ้าดีๆ ของพวกนางมาคืนให้ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทำเอาอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงหลิ่วจือตกใจเป็นอย่างมาก
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบคุกเข่าลงต่อหน้าเถาซื่อทันที “ท่านแม่ พวกข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ บอกพวกข้ามาเถิด พวกข้าจะแก้ไข ท่านแม่… อย่าไล่พวกข้าไปเลย พวกข้าแม่ลูกไม่มีที่พึ่งพิง แถมเทียนเป่าก็ถูกซ้อมตายแล้ว…”
“ท่านแม่ ข้าขอร้องท่าน โปรดเห็นใจพวกข้าด้วยเถิด ข้าก็เป็นลูกสาวของท่านนะ!”
เจียงหลิ่วจือเองก็ตกใจจนหน้าซีด รีบคุกเข่าตามมารดาไปติดๆ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
เถาซื่อด่าทอด้วยหน้าบึ้งตึง “ข้ายังไม่ทันตายเลย พวกเจ้าก็ร้องไห้คร่ำครวญราวอยู่หน้าป้ายวิญญาณแล้ว! ร้องอะไรกัน หุบปากเดี๋ยวนี้! พวกไร้ค่าแบบพวกเจ้า ข้าก็ไม่ได้อยากจะดีด้วยหรอก!”
“ต่อไปนี้จะมีแขกคนสำคัญมาที่บ้าน พวกเขาเป็นสหายของน้องห้าของเจ้า เป็นคุณชายจากในตำบล พวกเจ้าจงทำตัวให้ดีๆ อย่าทำท่าทางอดๆ อยากๆ เช่นนี้ ไม่เช่นนั้นยายแก่อย่างข้าจะขายพวกเจ้าไปให้ชายโสดในหุบเขาให้หมดเสียเลย!”
เจียงเถาจือยืนนิ่งอยู่ข้างๆ มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ในใจกลับเกลียดชังเถาซื่อเข้ากระดูก ฮึ รอให้นางเอาชนะใจคุณชายเหยียนได้ก่อนเถิด คนแรกที่จะจัดการก็คือเถาซื่อ!
หลังจากด่าทอเสร็จ เถาซื่อก็เดินออกไป เจียงเถาจือจึงเข้าไปพยุงอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงหลิ่วจือที่นั่งคุกเข่าเหม่อลอยอยู่บนพื้นขึ้นมา
“ท่านแม่ พี่หญิงใหญ่ นี่เป็นเรื่องดีนะเจ้าคะ พวกเราไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไปแล้ว”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบปิดประตู แล้วดึงลูกสาวทั้งสองคนไปนั่งบนเตียงพลางร้องไห้ “หลิ่วจือ เถาจือ ทำไมชีวิตพวกเราถึงได้น่าเศร้าเช่นนี้… พี่ชายใหญ่ของเจ้าก็จากไปแล้ว พี่ชายรองก็เป็นคนโง่งม ตอนนี้จู่ๆ ท่านยายก็มาทำดีด้วย แม่รู้สึกไม่สบายใจเลย กลัวว่านางมีแผนร้าย คิดจะหลอกพวกเรา!”
เจียงหลิ่วจือเองก็เป็นคนไม่มีหัวคิด เมื่อได้ยินอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์พูดอย่างไร นางก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น ทันใดนั้นเจียงหลิ่วจือราวกับนึกอะไรบางอย่างออก จึงรีบคว้าแขนเสื้อของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์แล้วถามด้วยความหวาดกลัว
“ท่านแม่… ท่านว่า ที่จู่ๆ ท่านยายเอาเสื้อผ้ามาคืนพวกเรา… นางจะขายพวกเราไปที่หอนางโลมหรือไม่เจ้าคะ? หากพวกเราแต่งตัวดีๆ คงขายได้ราคาดี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็หวาดกลัว นางรู้ดีว่าผู้เป็นมารดาทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน! ตอนนั้นฮวาเอ๋อร์ก็ถูกนางขายให้กับแม่สื่อที่คอยหาเด็กสาวให้หอนางโลม! อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้สึกหมดหนทาง จึงได้แต่นั่งร้องไห้ไปพร้อมกับเจียงหลิ่วจือ
เจียงเถาจือมองมารดาและพี่สาวด้วยสายตาเย็นชา พอเห็นพวกนางร้องไห้อยู่นานจึงเอ่ยปลอบ “ท่านแม่ พี่หญิงใหญ่ ไม่ต้องกังวลไปหรอก น้าห้าได้เป็นถงเซิงแล้ว ถึงแม้ท่านยายจะหน้าไม่อาย แต่น้าห้าต้องรักษาหน้าตาของตนเอง หากคนอื่นรู้ว่าพี่สาวกับหลานสาวของเขาอยู่ในหอนางโลม เขายังจะมีหน้าไปร่ำเรียนอีกหรือ?”
“อีกอย่าง ที่ท่านยายพูดเป็นความจริง วันนี้น้าห้ากลับมาคุยกับท่านตาท่านยาย ข้าแอบฟังอยู่ข้างผนังได้ยินว่าตระกูลหลิ่วในตำบลมีคุณชายเพิ่งกลับมาจากเหมือนหลวงเพื่อมาเข้าสอบ ดูเหมือนว่าจะมาที่บ้านเรา”
“ที่น้าห้าของพวกเรารู้จักกับคุณชายตระกูลหลิ่วก็เพราะว่าตระกูลหลิ่วมอบเงินให้เขาหลายสิบตำลึง นี่เขายังให้ท่านตาไปซื้อคนรับใช้ แล้วยังบอกอีกว่าไม่ให้พวกเราสามคนแม่ลูกทำงานหนัก”
“เขาบอกว่าอยากให้พวกเราแต่งตัวสวยๆ เผื่อว่าคุณชายหลิ่วจะถูกใจ พวกเราจะได้ไปเป็นอนุหรือบ้านเล็ก”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเจียงหลิ่วจือก็เริ่มหวั่นไหว การได้เป็นอนุในตระกูลใหญ่ย่อมดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานที่บ้านตระกูลอวิ๋น ดีกว่าแต่งงานกับชายชาวบ้านเป็นไหนๆ!
เจียงเถาจือเหลือบมองทั้งสองคนอย่างเย็นชา นางรู้ดีว่าทั้งสองคนเริ่มคล้อยตามและคิดที่จะตกลง จึงแค่นเสียงเย้ยหยัน “เขานี่ช่างร้ายกาจจริงๆ คิดจะใช้พวกเราสองพี่น้องไปเอาใจคุณชายหลิ่ว เพื่อเอาเงินจากอีกฝ่าย”
“แต่การเป็นอนุกับบ้านเล็ก เป็นเรื่องดีเช่นนั้นหรือ? หากฮูหยินใหญ่ไม่พอใจ สั่งฆ่าก็ฆ่า สั่งขายก็ขาย ข้าเคยได้ยินมาว่า บัณฑิตบางคนถึงขั้นยอมมอบอนุของตนให้แขกที่มาเยือน หรือมอบให้คนอื่น หรือแม้แต่แลกเปลี่ยนกับสิ่งของ”
“ส่วนบ้านเล็กนั้น ยิ่งน่าสงสาร อนุอย่างน้อยก็ยังมีฐานะ แต่บ้านเล็กเล่า? ต่อให้คลอดลูกชายออกมา ก็ไม่อาจบันทึกลงในบันทึกวงศ์ตระกูล!”
นางไม่อยากให้เจียงหลิ่วจือไปเกี่ยวข้องกับคุณชายหลิ่ว นางวางแผนไว้แล้ว หากนางเอาชนะใจคุณชายเหยียนไม่ได้ ก็ค่อยมาเอาใจคุณชายหลิ่ว อย่างน้อยก็ต้องเผื่อทางหนีทีไล่เอาไว้ให้ตัวเอง
เจียงหลิ่วจือเป็นคนที่เชื่อคนง่าย เมื่อได้ยินเจียงเถาจือพูดเช่นนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ความตื่นเต้นในใจพลันมลายหายไปบ้าง
แต่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กลับแย้งว่า “เถาจือ พูดเช่นนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอนุหรือบ้านเล็ก ก็ดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานที่บ้านตระกูลอวิ๋น อีกอย่าง พวกเราเป็นผู้หญิง แค่เอาชนะใจผู้ชายเอาไว้ ตอนที่เขารักใคร่หลงใหลก็รีบหาเงินทองเก็บไว้ข้างกายให้มากเข้า ยังต้องกลัวอะไรอีก?”
เจียงเถาจือรู้ดีว่าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปแน่ นางจึงได้แต่พูดโน้มน้าวต่อไป “ท่านแม่ ท่านตากับท่านยายเป็นคนเช่นไร? พวกเขาเป็นคนที่แม้แต่หลานแท้ๆ ยังคิดวางแผนทำร้ายได้ ท่านคิดว่าพวกเขาจะไม่คิดร้ายกับพวกเราหรือ?”
“พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่ ทำงานให้พวกเขาโดยไม่ได้เงิน ซ้ำยังต้องโดนดุด่า ทุบตีทุกวัน กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่น ท่านคิดว่าพวกเขาจะหวังดีจริงหรือ? อีกอย่าง น้าห้าเป็นคนเช่นไร? เขามีน้ำใจห่วงใยพวกเราสองพี่น้องจริงๆ หรือ? ทำไมเขาไม่หาให้กับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ น้องสาวของเขาเล่า?”
“ท่านแม่ ท่านลองคิดดูให้ดีๆ อย่าให้ถึงตอนนั้น พวกเราถูกขายไปแล้ว ท่านยังช่วยพวกเขานับเงินอีกเลย!”
เจียงหลิ่วจือก็รู้สึกว่าน้องสาวของตนพูดถูก “ท่านแม่ ข้าว่าเถาจือพูดถูก พวกเขาต้องมีแผนร้ายอะไรบางอย่างแน่ๆ ท่านแม่ ข้าว่าพี่ฉี่ชิ่งกับพี่ฉี่เยว่ก็ไม่เลว หากข้าได้แต่งงานกับพี่ฉี่ชิ่งหรือพี่ฉี่เยว่ ไม่เพียงแต่จะได้เป็นฮูหยินใหญ่ ยังสามารถดูแลท่านได้อีกด้วย! เช่นนี้ไม่ดีกว่าการเป็นอนุ เป็นบ้านเล็กหรือ?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้ดีว่าฉี่ชิ่ง ฉี่เสียง ฉี่เยว่ ฉี่ซาน ต่างก็คู่ควรกับการเป็นลูกเขย แต่นางกับลูกๆ ทำให้บ้านพี่ใหญ่ขุ่นเคือง แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับบ้านพี่รองอีกด้วย “หลิ่วจือ เจ้าเองก็รู้ ลูกในท้องของป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้าแท้งไปก็เพราะเถาจือ… พวกเขาคงเกลียดพวกเราน่าดู จะยอมตกลงเป็นญาติดองกันได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเถาจือก็รู้สึกว่าเจียงหลิ่วจือเพ้อฝันเกินไป แต่ตราบใดที่ไม่แย่งผู้ชายกับนาง จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น! “ท่านแม่ แต่นั่นก็เป็นเพราะน้าหญิงกับท่านยายบังคับ พวกเราจะทำอะไรได้?”
“ท่านแม่ ท่านลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนใจอ่อน หากพวกเราแสดงความจริงใจ ขอโทษพวกเขาอย่างจริงจัง พวกเขาต้องยอมยกโทษให้แน่ อีกอย่าง หากพี่หญิงใหญ่มีลูกกับพี่ฉี่ชิ่งหรือพี่ฉี่เยว่เล่า? พวกเขายังจะไม่ยอมแต่งงานได้อีกหรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงหลิ่วจือก็หน้าแดงก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย เอ่ยตำหนิเบาๆ “เถาจือ เจ้าพูดอะไรของเจ้า… ข้าจะ…”
“พี่หญิงใหญ่ ข้าเพียงแต่เสนอความคิดเห็นเท่านั้น ส่วนจะทำหรือไม่ จะทำยังไง ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน หากท่านคิดว่าตระกูลอวิ๋นดี อยากจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต… ก็ถือว่าคืนนี้ข้าไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน!”
“เถาจือพูดถูก หลิ่วจือ เจ้าต้องจำคำพูดของน้องสาวเจ้าเอาไว้ แม่ฝากชีวิตนี้ไว้กับพวกเจ้าสองพี่น้องแล้ว หวังว่าพวกเจ้าจะหาบ้านสามีที่ดีๆ ได้ แม่จะได้สุขสบายไปกับพวกเจ้า ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานที่นี่อีกต่อไป”