ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 267 คิดออกแล้ว
แน่นอนว่าครอบครัวของอวิ๋นเจียวไม่รู้เลยว่าหลังจากที่อวิ๋นโส่วหลี่กลับมาแล้ว ตระกูลอวิ๋นเก่าก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาอีก
เนื่องจากรู้ว่าท่านโหวผู้เฒ่าอยู่ที่บ้าน ฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจงจึงรีบกลับบ้านหลังจากที่จัดการเรื่องที่ลานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อวิ๋นฉี่ซานยังนำของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำเองไปมอบให้ฉู่เผยเหวินอีกด้วย ฉู่เผยเหวินชอบมันมาก จึงเล่นกับอวิ๋นฉี่ซานอย่างสนุกสนาน
แต่เนื่องจากฉู่เผยเหวินยังมีพิษที่ไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ที่ใด อวิ๋นเจียวจึงให้ฉู่อี้พาฉู่เผยเหวินกลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนไปนางยังยัดขวดกระเบื้องเคลือบสองใบให้เขา พร้อมกับบอกว่านี่เป็นยาที่ฉู่เผยเหวินต้องกินในตอนกลางคืนและเช้าวันรุ่งขึ้น
จริงๆ แล้วฉู่อี้อยากจะพาอวิ๋นเจียวไปอยู่ที่จวนพักตากอากาศด้วย แต่พอสบตากับแววตาที่แฝงไปด้วยความระแวดระวังและคำเตือนของอวิ๋นฉี่เยว่ พลันนึกถึงตอนที่อยู่เมืองหลวงที่อีกฝ่ายคอยช่วยเหลือเขาในยามคับขันอยู่หลายครั้ง ฉู่อี้จึงล้มเลิกความคิดที่จะอาศัยอำนาจของท่านพ่อเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว
แต่ครั้งหน้า… ฉู่อี้พลันเกิดความคิด อยากจะลักพาตัวอวิ๋นเจียวไปอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต
หลังจากส่งฉู่อี้และท่านโหวผู้เฒ่ากลับไปแล้ว ทุกคนก็ตั้งโต๊ะตัวเล็กพร้อมกับเก้าอี้นั่งจิบชาคุยกันอย่างสบายใจใต้ต้นไม้
เสี่ยวเยว่ยกจานผลไม้มาให้ ผลไม้เหล่านี้ล้วนเป็นของที่ฉู่อี้นำมาฝากในครั้งนี้ แตงโมกับผิงกั่ว [1] ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ วางคู่กับองุ่นสีเขียวและสีม่วง ด้านล่างมีน้ำแข็งรอง เพียงแค่ได้มองก็รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาแล้ว
เมื่อเห็นผลไม้เหล่านี้ อวิ๋นโส่วจงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “ฉู่อี้เอาผิงกั่วมาให้ตั้งห้าหกลัง แล้วยังมีองุ่นกับแตงโมอีกหลายลัง จะกินยังไงให้หมดล่ะเนี่ย?”
ฟางซื่อทำหน้าหนักใจ “ข้าให้คนเอาไปให้บ้านพี่ใหญ่ บ้านน้องสาม บ้านผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็บ้านท่านอาจารย์ทั้งสองไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกตั้งห้าลัง ของพวกนี้ก็เก็บไว้นานไม่ได้…”
อวิ๋นฉี่ซานรีบพูดขึ้นทันที “ท่านแม่ พวกเราก็ใส่น้ำแข็งไว้ในห้องใต้ดินสิขอรับ แบบนี้ผลไม้พวกนี้ก็จะเก็บไว้ได้นานขึ้นหน่อย”
อวิ๋นโส่วจงถลึงตาใส่ลูกชาย “ต้องใช้น้ำแข็งมากแค่ไหนกัน? น้ำแข็งแพงแค่ไหน เจ้ารู้หรือไม่ น้ำแข็งที่พวกเรากินกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเป็นของที่ฉู่อี้เอามาให้ทั้งนั้น เจ้ายังคิดจะเอาน้ำแข็งไปใส่ไว้ในห้องใต้ดินอีกหรือ?”
อวิ๋นฉี่ซานรีบลุกขึ้นยืน “ท่านพ่อ ท่านดูนี่สิ ข้าจะเสกน้ำแข็งออกมาให้ท่านดู!” พูดจบเขาก็วิ่งไปที่ห้องเก็บฟืน ยกหีบใบหนึ่งออกมา จากนั้นก็ไปตักน้ำมาครึ่งกะละมัง
จากนั้นเขาก็เปิดหีบออก เทดินประสิวที่อยู่ข้างในลงไปในน้ำเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบไม้ข้างๆ มากวนๆ น้ำในกะละมังก็ค่อยๆแข็งตัว กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง! ภาพตรงหน้า ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึง!
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ฉี่ซาน ลูกชาย เก่งมาก เจ้าทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งได้ด้วย!” นี่มันไม่ใช่น้ำแข็ง แต่มันคือเงินชัดๆ!
ฟางซื่อกับอวิ๋นฉี่เยว่ต่างพากันเอ่ยชมเขา แม้แต่เสี่ยวเยว่ โม่ซ่าน โม่จู๋ ต่างก็มองเขาด้วยแววตาชื่นชม
อวิ๋นฉี่ซานเกาหัวอย่างเขินอาย พลางชี้นิ้วไปที่อวิ๋นเจียว “ไม่ใช่ข้าหรอก เป็นเพราะในตำรามากมายที่เจียวเอ๋อร์ให้ข้า มีเล่มหนึ่งบันทึกวิธีนี้เอาไว้ ข้าเห็นว่าน่าสนใจจึงไปซื้อดินประสิวมาลองทำดู ไม่คิดว่าจะทำน้ำแข็งได้จริงๆ”
“ช่วงนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องลานก่อสร้าง มิเช่นนั้นข้าคงทำน้ำแข็งออกมาให้ทุกคนกินกันแล้ว”
อวิ๋นฉี่เยว่ใช้ส้อมเงินจิ้มแตงโมชิ้นหนึ่งยื่นให้อวิ๋นเจียว “น้องสาวของพวกเรานี่ช่างมีวาสนาจริงๆ!”
คำพูดนี้โดนใจฟางซื่อเข้าอย่างจัง “ใช่แล้ว เจียวเอ๋อร์ของพวกเรานี่เป็นดาวนำโชค เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภตัวน้อยๆ เลยล่ะ!”
ต่อให้ทรัพย์สมบัติมหาศาลขององค์หญิงกับท่านราชบุตรเขยจะถูกยึดเข้าท้องพระคลังไปจนหมดแล้วอย่างไรเล่า? สวรรค์ก็ยังมอบมันคืนให้เจียวเอ๋อร์ทีละเล็กละน้อยมิใช่หรือ?
อวิ๋นเจียวรับผิงกั่วจากมือของอวิ๋นฉี่เยว่มาอีกชิ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเป็นหนังสือเล่มไหน แค่เห็นว่าคนคนนั้นเผาหนังสือเป็นเรื่องน่าเสียดาย จึงซื้อมา แล้วก็ยกให้พี่รองทั้งหมด ใครจะไปรู้ว่าพี่รองจะใช้มันได้จริงๆ นี่มันเป็นโชคของพี่รองต่างหาก!”
นางไม่คิดเลยว่าวิธีทำน้ำแข็งง่ายๆ เช่นนี้ แคว้นต้าเยี่ยจะไม่มี ต้องรู้ว่าในสมัยราชวงศ์ถังของจีนโบราณ ก็มีคนค้นพบวิธีทำน้ำแข็งจากดินประสิวแล้ว ในสมัยราชวงศ์ซ่งก็มีเครื่องดื่มเย็นๆ ออกมาวางขายแล้ว
อวิ๋นฉี่ซานเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ “นั่นก็เป็นเพราะโชคลาภที่น้องสาวนำมาให้ข้า เอ่อ… ไม่รู้ว่าเป็นความรู้ของปรมาจารย์ท่านใด เกือบถูกคนใจร้ายเผาทำลาย โชคดีที่เจียวเอ๋อร์ไปเจอเข้า มิเช่นนั้น… ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”
อวิ๋นเจียวกัดผิงกั่วคำหนึ่ง ฟันหน้าก็รู้สึกปวดตุบๆ แต่นางไม่ได้ใส่ใจอะไร “เมื่อพี่รองรู้วิธีทำน้ำแข็งแล้ว งั้นร้านเม่าไช่ของพวกเราก็สามารถเพิ่มรายการเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างเช่นเหล้าข้าว น้ำผลไม้ น้ำบ๊วยเปรี้ยว อะไรพวกนี้ได้แล้ว”
อากาศร้อนๆ แบบนี้ ได้กินเม่าไช่รสเด็ด แถมยังได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ คงจะมีความสุขน่าดู!
ฟางซื่อปรบมือชมเชย “เป็นความคิดที่ดี แต่ถ้าเป็นแบบนั้น กิจการของร้านเม่าไช่ก็คงจะยิ่งดีขึ้นอีก ข้าว่า พวกเจ้าควรจะไปเปิดร้านที่อำเภอแล้วล่ะ!”
อวิ๋นเจียวพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าก็คิดแบบนั้น พรุ่งนี้ไปที่ตำบล ค่อยหารือกับพี่ฉี่ชิ่งกับพี่ฉี่เสียงดูนะเจ้าคะ”
คิดได้ดังนั้น อวิ๋นเจียวจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ข้าว่าพวกเราเปิดร้านหม้อไฟที่อำเภอกันเองดีกว่า อย่างไรเสียสัญญาที่พวกเราทำกับฉู่อี้ก็ระบุเอาไว้ว่าภายในเขตอำเภอจิ่วจิ่นพวกเราสามารถเปิดร้านหม้อไฟได้”
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ไร่นาก็มีอวิ๋นโส่วจงกับอวิ๋นโส่วเย่าคอยดูแล พวกเขาดูแลเป็นอย่างดี อวิ๋นโส่วจงไม่ต้องกังวลอะไรเลย
“ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะเข้าอำเภอไปหาซื้อร้าน เรื่องนี้ข้าจัดการเอง” ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาไม่ขาดแคลนเงินทอง ไปซื้อร้านค้าที่ตัวอำเภอสักหลังพร้อมกับมีลานบ้านด้านหลังก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
ฟางซื่อเอ่ยขึ้นว่า “แต่วิธีทำน้ำแข็งนี้ พวกเราต้องเก็บเป็นความลับ” สิ่งที่สามารถทำเงินได้ แน่นอนว่าต้องเก็บเป็นความลับ ฟางซื่อไม่จำเป็นต้องพูด ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้ว
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อวิ๋นเจียวก็กินผิงกั่วไปหลายชิ้น ต้องบอกว่าผิงกั่วที่ฉู่อี้นำมานั้นรสชาติดีมาก ทั้งหวานทั้งกรอบ
“โอ๊ย…”
จู่ๆ อวิ๋นเจียวก็ร้องออกมา จากนั้นก็เห็นเลือดไหลซึมออกมาจากริมฝีปากของนาง ทุกคนตกใจกันใหญ่
“เจียวเอ๋อร์ เป็นอะไรไป?”
“รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
“เจียวเอ๋อร์… เจียวเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม…”
ทั้งครอบครัวแทบจะวุ่นวายกันไปหมด ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนกและร้อนใจกันใหญ่
อวิ๋นเจียวรีบพูด “ไม่ต้องไปตามหมอเจ้าค่ะ!” กล่าวจบ นางก็หยิบชิ้นผิงกั่วให้ทุกคนดู บนนั้นมีฟันที่หลุดออกมาเปื้อนเลือด
ที่แท้ก็แค่ฟันน้ำนมหลุดนี่เอง ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตกใจแทบแย่!
ฟางซื่อรีบสั่งเสี่ยวเยว่ “ไปเอาน้ำเย็นมาให้คุณหนูเร็ว เจียวเอ๋อร์เจ้าอมไว้สักพักจะช่วยห้ามเลือดได้เร็วขึ้น”
อวิ๋นเจียวเชื่อฟัง อมน้ำเย็นไว้ในปาก ตอนนี้นางรู้สึกอับอายเล็กน้อย ที่ลืมเรื่องฟันน้ำนมในวัยนี้ไปได้!
ฟางซื่อตำหนิตัวเอง “ฉี่เยว่ฟันน้ำนมหลุดตอนห้าขวบ ฉี่ซานหกขวบ ส่วนเจียวเอ๋อร์ฟันยังไม่เคยหลุด ข้าเป็นแม่แท้ๆ กลับมองข้ามเรื่องนี้ไปได้”
อวิ๋นเจียวบ้วนน้ำเย็นลงในกระถางที่เสี่ยวเยว่ยื่นให้แล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ แค่ฟันน้ำนมหลุดเองเจ้าค่ะ ไม่เห็นจะต้องตื่นตระหนกขนาดนั้นเลย” พูดจบ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
นางมองดูฟันที่ยังไม่ได้ทิ้งไป ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นยืน เอ่ยด้วยความดีใจ “ข้ารู้แล้ว!”
อวิ๋นฉี่ซานถามด้วยความสงสัย “เจียวเอ๋อร์ เจ้ารู้อะไรหรือ?”
ทุกคนในครอบครัวต่างมองนางด้วยความฉงนใจ อวิ๋นเจียวไม่มีเวลาอธิบาย เพียงแต่พูดว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไปที่จวนของฉู่อี้นะเจ้าคะ!”
เชิงอรรถ
[1] ผิงกั่ว (苹果) คือ แอปเปิล