ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 274 ผู้เฒ่าอวิ๋นซื้อคน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 274 ผู้เฒ่าอวิ๋นซื้อคน
เนื่องจากเสื้อผ้าที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาวทั้งสองคนสวมใส่เป็นประจำนั้นล้วนแต่ดีอยู่แล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงให้เงินพวกนางไปคนละหนึ่งตำลึงเงิน พร้อมกับเหรียญอีกห้าสิบอีแปะ แล้วให้พวกนางไปหาซื้อเสื้อผ้ากันเองในอำเภอ
ความจริงแล้วอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาวทั้งสองรู้ดีว่าในมือของผู้เฒ่าอวิ๋นมีเงินอยู่สามสิบตำลึงเงิน แต่กลับให้พวกนางเพียงแค่คนละหนึ่งตำลึงเงิน พวกนางจึงรู้สึกไม่พอใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มีก็ยังดีกว่าไม่มี
หลังจากให้เงินอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาวทั้งสองคนไปแล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นก็คิดว่าเรื่องของบุตรชายนั้นสำคัญกว่า ดังนั้นจึงไม่ได้กินข้าว รีบนำเงินที่เหลืออีกยี่สิบเจ็ดตำลึง นั่งเกวียนวัวตรงไปยังอำเภอ
ในใจคำนวณดูแล้ว หากจะซื้อหญิงรับใช้มาทำงานหยาบๆ สักคน ราคาสูงสุดไม่เกินหนึ่งตำลึงเงิน หากโชคดีอาจไม่ถึงหนึ่งตำลึงก็ได้
แต่ในเมื่อโส่วหลี่ต้องการสร้างสัมพันธ์กับคุณชายตระกูลหลิ่วที่มาจากเมืองหลวง หากต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน ย่อมต้องไม่ดูขัดสนเกินไป อย่างน้อยก็ต้องหาเด็กรับใช้ชายสักคน
การจะซื้อเด็กรับใช้ชายที่ฉลาดเฉลียวสักคน อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินสองตำลึง หากเป็นคนรับใช้ที่ดีกว่านั้น ราคาอาจสูงถึงห้าตำลึงหรือสิบตำลึงเงินก็มี แต่เขาก็คิดว่าเงินทองมีจำกัด คงซื้อได้แต่พวกราคาถูก พอกลับไปบ้านค่อยสั่งสอนเอา
อย่างไรเสีย เด็กรับใช้ก็ไม่ต้องทำงานอื่นใด แค่ปรนนิบัติรับใช้โส่วหลี่ก็พอแล้ว
ชุดถ้วยชามเครื่องเคลือบชั้นดี ชุดตะเกียบสลักลายชั้นดี และชุดกาน้ำชากระเบื้องเคลือบชั้นดี สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้เงินไม่น้อย โต๊ะรับแขกก็ต้องเตรียมไว้สักชุด เรือนมุงกระเบื้องของโส่วหลี่มีสามห้อง ว่างอยู่หนึ่งห้องพอดี ก็จัดให้เป็นห้องโถงเล็กๆ สำหรับรับรองแขกโดยเฉพาะ
ผู้เฒ่าอวิ๋คำนวณอย่างคร่ำเคร่งมาตลอดทาง ไม่ทันรู้ตัวก็มาถึงอำเภอแล้ว ที่แรกที่เขาไปคือสำนักนายหน้าจัดหาคนรับใช้ คิดว่าจะซื้อคนก่อน จากนั้นค่อยให้พวกเขาช่วยขนของ
พอเห็นลูกค้ามาถึง แม่ค้าคนกลางของสำนักนายหน้าก็รีบต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เชิญผู้เฒ่าอวิ๋นนั่งดื่มชา จากนั้นจึงสอบถามว่าต้องการคนแบบไหน
ผู้เฒ่าอวิ๋นชอบให้คนอื่นยกย่องและเอาอกเอาใจ พอแม่ค้าคนกลางเห็นว่าเขาแต่งตัวดี ดูท่าทางเหมือนมีฐานะ ก็รีบประจบประแจงอย่างเต็มที่ ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงยิ่งวางท่ามากขึ้น
“ที่บ้านข้าขาดคนงานสองคน ที่นี่มีหญิงรับใช้สำหรับทำงานหยาบและเด็กรับใช้ชายที่ฉลาดเฉลียวหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่ค้านายหน้าก็รีบตอบด้วยรอยยิ้ม “ข้าทำมาค้าขายเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน ข้าก็มีหมดเจ้าค่ะ”
“ท่านมาถูกที่ถูกเวลาแล้ว วันนี้เพิ่งมีคนมาใหม่ ทั้งเด็กสาว หญิงรับใช้ และเด็กรับใช้ชาย ล้วนแต่มาจากตระกูลขุนนางที่ทำความผิด พวกเขาเฉลียวฉลาด รู้กระเบียบดี ไม่ต้องสั่งสอนอะไรมาก ซื้อตัวไปก็ใช้งานได้เลยเจ้าค่ะ”
พอได้ยินดังนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกว่าดีทีเดียว บ่าวไพร่ที่ออกมาจากตระกูลขุนนาง ไม่แน่ว่าอาจจะอ่านออกเขียนได้ด้วยซ้ำ หากให้เป็นเด็กรับใช้ของโส่วหลี่ คงดูดีไม่น้อย!
“ได้ เช่นนั้นเจ้าพาพวกเขามาให้ข้าดูหน่อย”
แม่ค้าคนกลางได้ยินดังนั้นก็รีบสั่งให้ลูกจ้างไปพาตัวคนออกมา ไม่นานนัก ก็มีคนยี่สิบกว่าคนยืนอยู่เต็มลานเล็กๆ ทุกคนก้มหน้า ยืนตัวตรงในท่าทางสำรวม ดูก็รู้ว่าถูกคัดเลือกและฝึกฝนมาอย่างดีจนเชื่อฟัง
“ยืนให้ดีๆ เงยหน้าขึ้น ให้ท่านผู้เฒ่าดูหน้าตาให้ชัดๆ!” สิ้นเสียงของนาง บรรดาบ่าวไพร่ก็เงยหน้าขึ้นทันที
แม่ค้าคนกลางเชิญผู้เฒ่าอวิ๋นไปเลือกคน ผู้เฒ่าอวิ๋นมองดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง สายตาก็สะดุดเข้ากับเด็กรับใช้ชายวัยสิบสามปีที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง และหญิงรับใช้อายุสี่สิบต้นๆ อีกคนหนึ่ง
เขาสอบถามอย่างละเอียดอีกครั้ง ทราบว่าเด็กรับใช้ชายอ่านออกเขียนได้ ส่วนหญิงรับใช้นอกจากทำอาหารเป็นแล้ว ยังปักผ้า ตัดเย็บชุดได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นนางก็เคยทำงานหนักมาก่อน การเลี้ยงหมู หรือเลี้ยงไก่ต่างไม่เป็นปัญหา แถมยังมีหน้าตาสะสวยอีกด้วย
แม้จะเทียบกับชุ่ยเหนียงไม่ได้ แต่ก็ดูดีกว่าเถาซื่อที่เหี่ยวย่นยิ่งนัก ทรวดทรงองค์เอวก็ช่างเย้ายวนใจ
หลังจากที่ผู้เฒ่าอวิ๋นเลือกคนเรียบร้อยแล้ว แม่ค้าคนกลางก็ให้คนอื่นๆ ลงไปก่อน
ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงเอ่ยถามราคา “สองคนนี้ราคาเท่าไร?”
แม่ค้าคนกลางตอบด้วยรอยยิ้ม “ท่านช่างตาถึง เพียงแค่ครู่เดียวก็เลือกคนที่ดีที่สุดในนี้ไปได้ เด็กรับใช้ชายสิบตำลึงเงิน หญิงรับใช้แปดตำลึงเงินเจ้าค่ะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นที่กำลังดื่มชาอยู่ พอได้ยินราคาเช่นนั้นก็พ่นน้ำชาในปากออกมาทันที
“อะไรนะ? เด็กรับใช้ชายสิบตำลึงเงิน หญิงรับใช้แปดตำลึงเงิน? แพงเกินไปแล้ว! เด็กที่อยู่แถบชนบท ราคาแค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น หากเป็นหญิงรับใช้ ยิ่งราคาถูกกว่า ห้าร้อยอีแปะก็ซื้อได้แล้ว!”
แม่ค้าคนกลางยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านผู้เฒ่า ท่านก็บอกเองว่าเป็นเด็กแถบชนบท เป็นหญิงรับใช้บ้านนอก ราคาก็ย่อมต่างกัน แต่คนของข้าที่นี่ล้วนผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี อย่าว่าแต่เด็กรับใช้ชายที่อ่านออกเขียนได้เลย หญิงรับใช้ก็ยังเย็บปักถักร้อยเป็น”
“พวกเขาล้วนมาจากตระกูลใหญ่โต ไม่ใช่ว่าข้าโอ้อวด แต่ฝีมือการปักผ้าของหญิงรับใช้คนนี้สามารถนำไปขายหาเงินได้เลยนะเจ้าคะ หากท่านซื้อพวกเขากลับไป รับรองว่าไม่ขาดทุนแน่นอน!”
แต่เขามีเงินแค่ยี่สิบเจ็ดตำลึงเงินเท่านั้น แล้วยังต้องซื้อของอื่นๆ อีก หากซื้อคนไปก็หมดไปกว่าครึ่งแล้ว…
ผู้เฒ่าอวิ๋นยังคงส่ายหน้า “แพงเกินไป ข้าไปดูร้านอื่นก่อนก็แล้วกัน”
แม่ค้าคนกลางพลันร้อนรนใจ รีบคว้าตัวผู้เฒ่าอวิ๋นที่กำลังจะหันหลังกลับ “ท่านผู้เฒ่า งั้นเอาอย่างนี้เถิด ข้าลดราคาให้ก็แล้วกัน”
ผู้เฒ่าอวิ๋นหยุดเดินแล้วถามว่า “ลดเท่าไร?” ที่จริงแล้วเขาค่อนข้างพอใจกับคนทั้งสองคนนี้ หากไม่ใช่เพราะราคาแพงเกินไป เขาคงซื้อกลับไปแล้ว
แม่ค้าคนกลางตอบ “ลดให้คนละหนึ่งตำลึงเงินเจ้าค่ะ ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะตอนที่ข้าซื้อพวกเขามาก็แพงมาก ท่านจะให้ข้าขาดทุนไม่ได้นะเจ้าคะ!”
ลดให้แค่คนละหนึ่งตำลึงเงินหรือ?
ผู้เฒ่าอวิ๋นยังคงตัดใจซื้อไม่ได้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เด็กรับใช้ชายสามตำลึงเงิน หญิงรับใช้สองตำลึงเงิน หากเจ้าตกลงขาย ข้าจะพาตัวไป หากไม่ตกลง งั้นข้าไปถามร้านอื่นก็แล้วกัน”
แม่ค้าคนกลางได้ยินดังนั้นก็สะดุ้ง เห็นคนต่อรองราคามาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นใครต่อรองราคาโหดเท่านี้มาก่อน
แต่นางก็ไม่อยากปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือไป ดังนั้นจึงพูดว่า “ท่านผู้เฒ่า ราคานี้คงขายให้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ งั้นข้ามีคนอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นคนที่เพิ่งมาถึงวันนี้ข้ายังไม่ได้ฝึกฝนพวกเขา หากท่านอยากได้ราคาถูก ลองดูพวกเขาไหมเจ้าคะ”
“ข้าทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวงท่านแน่นอน พวกเขาล้วนเป็นบ่าวไพร่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ก่อนที่ตระกูลของพวกเขาจะล่มสลาย พวกเขามีกินมีใช้ดีกว่าคุณหนูบ้านเศรษฐีในชนบทเสียอีกเจ้าค่ะ”
เลี้ยงดูมาอย่างดีหรือ? เขาต้องการบ่าวไพร่ ไม่ใช่บรรพบุรุษ
แม่ค้าคนกลางเห็นสีหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงรีบพูดขึ้น “ท่านอย่าเพิ่งรังเกียจไป เพราะว่าพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เด็กรับใช้ชายเหล่านี้ไม่เพียงแต่อ่านออกเขียนได้ แต่ยังเล่นดนตรี วาดภาพ เขียนพู่กันจีน เล่นหมากรุกได้ หากท่านจะซื้อให้ไปเป็นเด็กรับใช้ของคุณชายที่กำลังศึกษาเล่าเรียน เด็กรับใช้แบบนี้พาไปไหนมาไหนก็ดูดีมีสง่าราศี”
“ส่วนสาวใช้กับหญิงรับใช้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกนางทำอาหารได้หลากหลายชนิด เป็นอาหารที่ภัตตาคารใหญ่ๆ ยังไม่มี ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังปรนนิบัติคนเก่ง ทุกคนล้วนมีทักษะการนวด…”
ต้องยอมรับว่าวาจาของแม่ค้าคนกลางนั้นมีชั้นเชิงยิ่งนัก ทำเอาผู้เฒ่าอวิ๋นหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว เขาอดนึกถึงชุ่ยเหนียงที่อ่อนโยนและเอาใจใส่ขึ้นมาไม่ได้ หากซื้อคนแบบชุ่ยเหนียงได้…
“ข้าขอดูก่อนก็ได้ แต่ตกลงกันก่อนนะ อย่าให้ข้าเลือกคนได้แล้ว เจ้าค่อยมาโก่งราคา”
แม่ค้าคนกลางรีบแก้ต่าง “ท่านไปถามดูก็ได้ ในอำเภอใครๆ ต่างก็รู้จักนายหน้าเฉินอย่างข้า ว่าเป็นคนทำการค้าซื่อสัตย์ ยุติธรรมเสมอเจ้าค่ะ”
พูดจบ นางก็ให้ลูกจ้างพาตัวคนออกมา จากนั้นก็พูดกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “ข้ายังไม่ได้จ้างคนมาฝึกฝนพวกเขาใหม่ ฉะนั้นจึงประหยัดเงินไปได้มาก งั้นเช่นนี้เถิด ไม่ว่าจะเป็นเด็กรับใช้ชายหรือหญิงรับใช้ ราคาเดียวสองตำลึงเงินเจ้าค่ะ”
“ท่านผู้เฒ่า อย่าต่อรองราคาข้าอีกเลย หากราคานี้ท่านยังว่าแพง เช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดขวางท่านแล้ว ท่านออกไปเลี้ยวซ้ายก็จะเจอสำนักนายหน้าอีกแห่ง…”
เมื่อได้ยินแม่ค้าคนกลางพูดอย่างจริงใจ ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงพยักหน้า “ตกลง ราคานี้ข้าพอรับได้”
พูดจบ เขาก็มองไปที่คนกลุ่มนั้นทีละคน พวกเขาล้วนมีรูปร่างหน้าตาและท่าทางดีกว่าคุณหนูจากบ้านเศรษฐีเหมือนที่แม่ค้าคนกลางว่าไว้ไม่มีผิด!
ทว่าเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นหญิงวัยยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปดปีคนหนึ่ง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที