ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 273 เรื่องที่ถูกลืม
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 273 เรื่องที่ถูกลืม
เนื่องจากอวิ๋นฉี่ซานทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์ของแปลกใหม่ ไม่ได้สนใจเรื่องทำกำไร ดังนั้นเรื่องราคาน้ำแข็งของตระกูลอวิ๋น อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่เยว่ได้ปรึกษากันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าขายปลีกให้คนทั่วไปชั่งละร้อยห้าสิบอีแปะ ส่วนที่ขายให้ร้านเม่าไช่นั้น จะขายเพียงชั่งละห้าอีแปะ
แคว้นต้าเยี่ยไม่มีวิธีทำน้ำแข็ง ฤดูร้อนจึงต้องใช้น้ำแข็งที่ตัดมาจากแม่น้ำและทะเลสาบในช่วงที่หนาวที่สุดแล้วนำไปเก็บไว้ในห้องใต้ดินจนถึงปีถัดมาจึงค่อยนำออกมาขาย
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำแข็งที่เก็บไว้ในห้องใต้ดิน เมื่อถึงฤดูขายในปีถัดไปมักจะละลายหายไปกว่าสองในสาม ดังนั้นราคาน้ำแข็งในตลาดจึงสูงมาก ครอบครัวที่สามารถซื้อหาน้ำแข็งได้ล้วนเป็นผู้มีอันจะกิน
ในแคว้นต้าเยี่ย น้ำแข็งหนึ่งชั่งขายปลีกราคาครึ่งตำลึงเงิน น้ำแข็งหนึ่งโถอย่างน้อยต้องใช้เงินสี่ถึงห้าตำลึง ดังนั้นเมื่อได้ยินอวิ๋นเจียวบอกว่าจะขายเพียงห้าอีแปะต่อชั่ง เฉาหลานเอ๋อร์และอวิ๋นฉี่ชิ่งจึงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“เจียวเอ๋อร์ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“ใช่แล้วเจียวเอ๋อร์ ถึงพวกเราจะเป็นพี่น้องกัน แต่เรื่องเงินทองต้องชัดเจน พวกเราจะปล่อยให้ฉี่ซานเสียเปรียบไม่ได้!”
อวิ๋นเจียวยิ้มแล้วโบกมือ “พี่รองข้าไม่ขาดทุนหรอก อย่างมากก็แค่ไม่ได้กำไรจากร้านเม่าไช่ของพวกเราเท่านั้น อีกไม่กี่วันบ้านของพวกเราก็จะเปิดร้านขายน้ำแข็งแล้ว ตอนนั้นจะขายปลีกในราคาชั่งละร้อยห้าสิบอีแปะ”
ฉี่ชิ่งยังคงกังวล “เจียวเอ๋อร์ ห้าอีแปะมันถูกเกินไป ไม่ต่างอะไรกับการให้เปล่าเลยนะ?”
เฉาหลานเอ๋อร์ก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต่างกับการให้เปล่าจริงๆ เจียวเอ๋อร์ ถึงร้านเม่าไช่ของพวกเราจะแจกน้ำบ๊วยแช่เย็น แต่หนึ่งชั่งก็ทำได้ตั้งยี่สิบถึงสามสิบถ้วยเชียวนะ”
เมื่อเห็นเฉาหลานเอ๋อร์และอวิ๋นฉี่ชิ่งยืนกราน อวิ๋นเจียวจึงแสร้งทำหน้าบึ้ง “พี่รองกับพี่หญิงสามไม่อยากให้ข้าได้เงินส่วนแบ่งกำไรเยอะๆ หรือ? ไม่ยอมให้ข้ามีโอกาสเอื้อประโยชน์บ้างเลย?”
พอนางพูดแบบนี้แล้ว อวิ๋นฉี่ชิ่งกับเฉาหลานเอ๋อร์จะพูดอะไรได้อีก?
อวิ๋นฉี่ชิ่งได้แต่ถอนหายใจ “เจียวเอ๋อร์ น้องสาวคนนี้นี่ พี่ชายคนนี้ยอมแพ้เจ้าแล้ว!”
เฉาหลานเอ๋อร์เป็นคนตรงไปตรงมา นางจึงพูดว่า “งั้นข้าก็ขอถือโอกาสกินกำไรตามเจียวเอ๋อร์ด้วยคน”
คาดการณ์ได้เลยว่าหากร้านเม่าไช่แจกเครื่องดื่มเย็นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำถั่วเขียวต้มน้ำตาล น้ำบ๊วยเปรี้ยวอะไรพวกนี้ กิจการจะต้องรุ่งเรืองขึ้นเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน
เฉาหลานเอ๋อร์คิดว่าจะรีบบอกเรื่องนี้กับจ้าวซื่อ เพื่อที่ร้านเม่าไช่ของพวกนางจะได้เตรียมวัตถุดิบให้เพียงพอ
จ้าวซื่อเป็นคนอยู่เฉยไม่ได้ หลังจากอยู่ไฟครบกำหนดก็มาช่วยงานที่ร้านเม่าไช่ตลอด พวกเด็กๆ ก็ให้ค่าจ้างนางเดือนละสามตำลึงเงิน เช่นเดียวกับคนงานในร้านคนอื่นๆ
จ้าวซื่อไม่ได้หวังเงินทองอะไร นางแค่อยากช่วยเหลือลูกๆ หลานๆ แต่ถ้าไม่รับเงินพวกเด็กๆ ก็ไม่ยอมให้ทำ นางจึงรับมา โดยดูว่าร้านอื่นๆ ในตำบลให้ค่าจ้างคนงานเท่าไร นางก็จะรับเท่านั้น
หลังจากพูดคุยเรื่องน้ำแข็งเสร็จ ทั้งสามคนก็เริ่มปรึกษาหารือกันเรื่องร้านใหม่ อวิ๋นเจียวหยิบสมุดเล่มเล็กที่นางทำขึ้นเองกับปากกาขนนกออกมา จดความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ทุกคนพูดคุยกัน ตราบใดที่เป็นไปได้นางก็จะจดบันทึกไว้
เมื่อเห็นดังนั้นอวิ๋นฉี่ชิ่งกับเฉาหลานเอ๋อร์ก็ยิ่งรู้สึกว่าการรู้หนังสือเป็นสิ่งที่จำเป็น พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องตั้งใจเรียนหนังสือ และต้องอ่านออกเขียนได้ให้ได้มากที่สุดโดยเร็ว
ไม่จำเป็นต้องเขียนได้สวยงาม สิ่งสำคัญคือต้องเขียนเป็น อ่านออก ส่วนลายมือ ในอนาคตก็ค่อยๆ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ย่อมต้องดีขึ้นมาเอง
ส่วนฝั่งผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่ เมื่อกลับถึงบ้านเถาซื่อก็ถามขึ้นทันที “ตาแก่ ได้โสมแผ่นมาไหม? แล้วเจ้าห้าจะได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาในหมู่บ้านหรือไม่?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเพิ่งนึกขึ้นได้ ตนเองไปทนอับอายขายขี้หน้ากลับมา แต่กลับลืมเรื่องสำคัญเสียสนิท!
ความจริงแล้วเช้าวันนี้อวิ๋นโส่วหลี่ไปสมัครเรียนที่สำนักศึกษาในหมู่บ้าน แต่เนื่องจากสำนักศึกษาแห่งนี้เป็นสำนักศึกษาที่บ้านอวิ๋นเจียวบริจาคสร้างขึ้น ชาวบ้านต่างไม่พอใจที่ผู้เฒ่าอวิ๋นลำเอียงรักลูกชายคนเล็ก ข่มเหงรังแก บีบบังคับลูกชายคนอื่นๆ พวกเขาจึงแสดงท่าทีรังเกียจ
ลองคิดดู ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างได้รับประโยชน์จากบ้านรอง บ้านใหญ่ และบ้านสาม แม้ว่าบางเรื่องคนทั้งสามบ้านนั้นจะทำอะไรมากไม่ได้เพราะมีศักดิ์เป็นญาติพี่น้อง แต่ชาวบ้านพวกนั้นจะทำอย่างไรก็ได้!
พวกเขาสามารถช่วยระบายความโกรธแทนคนทั้งสามบ้านนั้นได้! ดังนั้นอวิ๋นโส่วหลี่ที่ไปสมัครเรียนแต่เช้าจึงถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
ผู้ดูแลสำนักศึกษาปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงว่าสำนักศึกษาแห่งนี้รับเฉพาะเด็กในหมู่บ้านที่ไม่มีฐานะเป็นถงเซิงอยู่แล้ว หากมีฐานะเป็นถงเซิงก็ให้ไปเรียนเตรียมสอบเอาที่อื่น อย่ามาแย่งที่นั่งของคนอื่น
แต่จะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้สิ หากเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแห่งนี้ไม่ได้แล้วเขาจะไปผูกมิตรกับคุณชายเหยียนได้อย่างไร?
ที่สำคัญคือเขายังรับปากกับคุณชายหลิ่วไว้แล้ว บอกกับเขาว่าสำนักศึกษาแห่งนี้เป็นสำนักศึกษาที่พี่รองของเขาสร้างขึ้น รับรองว่าจะให้คุณชายหลิ่วมาเรียนที่สำนักศึกษาในหมู่บ้านไหวซู่แห่งนี้ให้ได้!
มิเช่นนั้นเงินสองร้อยตำลึงที่นายท่านหลิ่วมอบให้เขาจะไม่เป็นการเสียเปล่าหรือ?
เหตุผลที่หลิ่วเทียนโย่วอยากมาเรียนที่สำนักศึกษาแห่งนี้ก็เพราะเหยียนเซี่ยว จะต้องรู้ว่าแม้ตระกูลหลิ่วจะดูยิ่งใหญ่ แต่หลายปีมานี้ก็เริ่มเสื่อมถอยลง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้สร้างสัมพันธ์กับจวนราชบัณฑิต ตระกูลหลิ่วจะพลาดได้อย่างไร
เงินจำนวนนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ พวกเขาจะมอบให้อวิ๋นโส่วหลี่สองร้อยตำลึงได้อย่างไร อวิ๋นโส่วหลี่ไม่ใช่อัจฉริยะเสียหน่อย ทำไมถึงต้องให้เกียรติเขามากมายด้วย!
ดังนั้นเขาจึงดึงผู้เฒ่าอวิ๋นไปที่บ้านอวิ๋นเจียว หวังว่าจะประจบประแจงเพื่อให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น จากนั้นจึงให้ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยปากให้เขาได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาแห่งนี้ แต่ตอนนี้แย่แล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังเข้าเรียนไม่ได้ แล้วหลิ่วเทียนโย่วเล่า?
อวิ๋นโส่วหลี่จึงรีบดึงผู้เฒ่าอวิ๋นไปที่บ้านอวิ๋นเจียว หวังว่าจะพูดจาดีๆ เพื่อให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น จากนั้นจึงให้บิดาเอ่ยปากขอให้อวิ๋นโส่วจงไปบอกคนพวกนั้นให้เขากับหลิ่วเทียนโย่วได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาแห่งนี้
ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่รู้สึกหัวเสียอย่างมาก ช่างสายตาคับแคบเสียจริง เพียงเพราะน้ำแข็งไม่กี่ก้อน เครื่องดื่มเย็นๆ ถ้วยเดียว ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนเท่านั้น ยังลืมเรื่องสำคัญอีก!
อวิ๋นโส่วหลี่จึงพูดกับเถาซื่อว่า “ท่านแม่ พี่รองไม่อยู่บ้าน มีแต่เด็กๆ กับฟางซื่อ พวกเขาตัดสินใจอะไรไม่ได้ รอตอนเย็นพี่รองกลับมา ข้ากับท่านพ่อค่อยไปที่นั่นอีกครั้ง!”
บุตรชายที่เรียนหนังสือจนสอบเป็นถงเซิงได้ ช่างดีจริงๆ ถึงแม้จะอยู่ที่บ้านก็ยังรู้ว่าต้องให้เกียรติเขาผู้เป็นพ่อ!
สีหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋นค่อยดูดีขึ้น ทว่าเขาคิดไปเอง เพราะอวิ๋นโส่วหลี่รู้สึกขายหน้าเองต่างหาก ไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย!
“ท่านพ่อ ข้าจะไปท่องหนังสือ ท่านรีบไปซื้อคนมาเถิด แล้วก็ซื้อชุดน้ำชา ถ้วยชามใหม่ๆ ที่ดูดีหน่อย อย่าให้ตอนที่บ้านมีแขกมาเยี่ยมเยียน แต่กลับไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง ไม่มีถ้วยน้ำชาให้ใช้ ข้าว่าที่บ้านพี่รองน่าจะมีใบชาชั้นดีอยู่ ท่านพ่อไปขอมาสักหน่อยเถิด”
“ท่านพ่อ เรื่องนี้สำคัญมาก ท่านต้องอดทนหน่อย ช่วงนี้ทำดีกับพี่รองไว้หน่อย พวกเรามีเรื่องต้องขอร้องเขา อดทนอีกนิด รอข้าสอบได้เป็นขุนนาง ในอนาคตข้าจะกู้หน้าให้ท่านเอง ให้พี่รองคุกเข่าขอขมาท่าน แล้วยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ท่าน!”
“ส่วนท่านแม่ ท่านก็ต้องควบคุมอารมณ์หน่อย ในอนาคตเมื่อข้าได้เป็นขุนนาง ข้าจะทำให้ท่านได้เป็นฮูหยินตราตั้ง ตอนนั้นท่านก็จะเป็นฮูหยินตราตั้งที่ราชสำนักแต่งตั้ง แม้แต่ท่านนายอำเภอก็ยังต้องคารวะท่าน”
คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกพอใจเท่านั้น แม้แต่เถาซื่อเองก็พอใจไม่น้อย
“ลูกแม่ เจ้าวางใจเถิด เพื่อเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะต้องทนทุกข์แค่ไหนแม่ก็ยอม วันนี้แม่ไม่ได้ด่านัง…” เถาซื่อเผลอหลุดปาก หากไม่ใช่เพราะสายตาของอวิ๋นโส่วหลี่เปลี่ยนไป นางก็ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองพูดผิดอีกแล้ว จึงรีบกลืนคำพูดส่วนที่เหลือลงไป