ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 276 แผนการของสองพ่อลูก
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 276 แผนการของสองพ่อลูก
ตลอดทาง นอกจากอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ที่มีสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าแล้ว ยังมีคนอีกสองคน เด็กรับใช้ชายชื่อเถาเซิง หญิงรับใช้ชื่อฮวนเหนียง ต่างก็เอาอกเอาใจผู้เฒ่าอวิ๋น พูดจาไพเราะอ่อนหวาน เอาใจจนออกนอกหน้า
โดยเฉพาะฮวนเหนียง ที่นั่งย่อตัวอยู่บนรถม้า เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองมาเช็ดฝุ่นรองเท้าให้ผู้เฒ่าอวิ๋น ก้มหน้าจนเผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง อกอิ่มนุ่มนิ่มสัมผัสกับหลังเท้าผู้เฒ่าอวิ๋นไปหลายครั้งเพราะรถม้ากระเทือน
ยังไม่ทันถึงบ้าน ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ถูกนางยั่วยวนจนจิตใจหวั่นไหว ยอมให้ฮวนเหนียงหลอกถามเรื่องราวในบ้านจนหมดเปลือก เถาเซิงเองก็เป็นคนเจ้าเล่ห์ ได้ยินผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยขึ้น ก็รู้ได้ทันที ว่าตัวเองถูกซื้อมาเป็นเด็กรับใช้ให้บุตรชายวัยสิบห้าที่กำลังเตรียมสอบขุนนาง ไม่ต้องทำงานหนัก
ส่วนฮวนเหนียงถูกซื้อมาทำงาน แต่กลับไม่รู้ว่าอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ถูกซื้อมาทำอะไร ดวงตากลมโตมีแววเจ้าเล่ห์ของฮวนเหนียง กวาดมองอวิ๋นฮวาเอ๋อร์อยู่หลายครั้ง ในใจริษยาในความอ่อนเยาว์และความงามของนาง คิดไปเองว่านางต้องถูกตาแก่ซื้อมาปรนนิบัติบนเตียงเป็นแน่ จึงวางแผนคิดจะหาทางยั่วยวนผู้เฒ่าอวิ๋น นางไม่อยากทำงานหนักหรอกนะ!
ทว่าพอมาถึงตระกูลอวิ๋นเก่า ฮวนเหนียงก็รู้สึกเหมือนโดนสาดน้ำเย็นเข้าใส่ ที่นี่มันชนบทห่างไกลจริงๆ! แต่พอคิดว่าตัวเองถูกขายมาได้อย่างไร ฮวนเหนียงก็ตัดสินใจอยู่ต่อ รออีกหน่อยค่อยว่ากัน
ส่วนเถาเซิงและอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ กลับไม่รู้สึกว่าที่นี่ไม่ดี แม้แต่เถาเซิงยังแอบยินดีด้วยซ้ำ ยิ่งห่างไกลเท่าไร คนพวกนั้นก็ยิ่งหาที่นี่ไม่เจอ
ทุกคนบนรถม้าต่างก็คิดเรื่องของตัวเอง พอถึงบ้าน จ่ายค่ารถม้าแล้ว ก็สั่งให้คนทั้งสามขนของเข้าไปในลานบ้าน ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่ทันได้กลับเข้าห้องโถง ก็พาคนทั้งสามไปที่ห้องของอวิ๋นโส่วหลี่ทันที
อวิ๋นโส่วหลี่เห็นผู้เฒ่าอวิ๋นพาคนมาสามคน ก็รู้ทันทีว่าเป็นคนถูกซื้อมา เขามองคนทั้งสาม ผิวพรรณผุดผ่อง รูปร่างหน้าตางดงาม ก็พอใจยิ่งนัก
ผู้เฒ่าอวิ๋นแนะนำอวิ๋นโส่วหลี่ให้ทั้งสามคนรู้จัก แล้วให้ทั้งสามคำนับอวิ๋นโส่วหลี่ หลังจากนั้นก็พาทั้งสามไปที่ห้องข้างๆ ปล่อยให้พักผ่อนรอคำสั่งจากเขา
รอจนเขากลับมาที่ห้องของอวิ๋นโส่วหลี่ อีกฝ่ายก็รีบวางหนังสือในมือลง เดินเข้ามาประคองแขนผู้เฒ่าอวิ๋น เอ่ยถามว่า “ท่านพ่อ ท่านซื้อคนมาทีเดียวสามคน เงินพอหรือไม่ขอรับ? หากไม่พอ ข้ายังมีอีกสิบตำลึงสุดท้าย!” ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือคำพูด ล้วนแสดงความห่วงใยต่อผู้เฒ่าอวิ๋นเป็นอย่างมาก
คำถามนี้ช่างเหมาะสม ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินแล้วรู้สึกชื่นใจราวกับได้ดื่มน้ำผึ้ง
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบโบกมือ “พอแล้วๆ ซื้อของเสร็จก็ยังเหลืออีกหลายตำลึง เพียงแต่เครื่องเรือนมันใหญ่และหนักเกินไป พ่อเลยจ่ายค่ามัดจำไปก่อน พรุ่งนี้คนของร้านเครื่องเรือนจะส่งของมาให้”
“ข้าคิดดูแล้ว ยังไงบ้านของเจ้าก็เป็นบ้านอิฐสามห้อง ยกห้องหนึ่งให้เจ้าไว้ต้อนรับแขกไปเลยก็ดี จะได้ไม่ต้องไปที่ห้องโถง ที่นั่นวุ่นวาย”
“ท่านพ่อคิดได้รอบคอบนัก บ้านนี้มีท่านคอยดูแล ข้าก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ อนาคตข้าสอบได้ตำแหน่งสูง จะเป็นขุนนางใหญ่ที่เมืองหลวง รอรับท่านพ่อไปอยู่ด้วยกัน เป็นนายท่านผู้เฒ่าที่แท้จริง!”
อวิ๋นโส่วหลี่บรรยายภาพ ผู้เฒ่าอวิ๋นราวกับเห็นภาพตัวเองอาศัยอยู่ในจวนหลังใหญ่ในเมืองหลวง เป็นนายท่านผู้เฒ่าที่มีบ่าวไพร่รับใช้มากมาย
เขาตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ “เมืองหลวง… เมืองหลวง… นั่นมันใต้ฝ่าพระบาทของฮ่องเต้เชียวนะ! เจ้าห้า เจ้าทำให้พ่อไปอยู่เมืองหลวงได้จริงๆ หรือ?”
อวิ๋นโส่วหลี่เดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ หยิบหนังสือขึ้นมา มองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยแววตามั่นใจ เอ่ยว่า “ท่านพ่อ แม้ว่าสอบจิ้นซื่อ [1] ได้ แต่ไม่ติดสามกลุ่มแรก ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปทำงานต่างถิ่น แต่หากข้าได้ผูกมิตรกับคุณชายเหยียน มีจวนราชบัณฑิตคอยช่วยเหลือ อนาคตการเป็นขุนนางในเมืองหลวงก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแน่นอน”
“ดี! ดี! ดี!” ผู้เฒ่าอวิ๋นตบขาตัวเองด้วยความตื่นเต้น เอ่ยคำว่า ‘ดี’ ติดกันหลายครั้ง ราวกับว่าบุตรชายกำลังจะได้เป็นขุนนางในเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้!
แต่การจะประจบสอพลอผู้มีอำนาจก็ต้องใช้เงิน ตอนนี้ที่บ้านนอกจากที่นาผืนน้อยนิดแล้ว ก็ไม่มีรายได้อื่นๆ แล้ว… ต้องไปเอาเงินจากบ้านเจ้าใหญ่ จะต้องเอามาให้ได้!
“โส่วหลี่ พ่อมีเรื่องจะบอก…” พอคิดได้เช่นนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นก็เล่าเรื่องที่เขายืนยันตัวตนอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ เรื่องที่ซื้อตัวนางมา เล่าทุกอย่างให้ฟัง
อวิ๋นโส่วหลี่ยิ่งฟัง ดวงตาก็ยิ่งเป็นประกาย รอจนผู้เฒ่าอวิ๋นพูดจบ เขาก็เกือบจะกระโดดด้วยความดีใจ
“ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านทำได้ยอดเยี่ยมมาก!” อวิ๋นโส่วหลี่เดินไปมาในห้องด้วยความตื่นเต้น แววตาเจ้าเล่ห์ฉายแววละโมบราวกับหมาป่าหิวโซ
“ท่านพ่อ ครั้งนี้พวกเราไม่เพียงแต่จะทำให้บ้านพี่ใหญ่ควักเงินทั้งหมดออกมาเท่านั้น ยังทำให้บ้านพี่รองต้องกระอักเลือดด้วย!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเองก็คิดเช่นเดียวกัน ในใจของเขา ทรัพย์สินของลูกชายก็คือสมบัติของเขา!
แต่หลังแยกบ้านไปแล้ว บรรดาลูกชายของเขาก็มาขอตัดญาติ มิหนำซ้ำยังทำให้เขาถูกขับออกจากตระกูลอีก ถึงเวลาแล้ว ที่จะสั่งสอนบ้านใหญ่ที่ไม่รู้จักกตัญญู บังคับให้พวกเขาควักเงินทั้งหมดออกมา แล้วกลับมาทำงานให้เขาอย่างว่าง่ายอีกหลายปี!
“เจ้าห้า แล้วเราควรทำอย่างไร? พ่อฟังเจ้า!”
อวิ๋นโส่วหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยว่า “ท่านพ่อ เรื่องนี้พวกเรายังออกหน้าไม่ได้ ในเมื่ออวิ๋นฮวาเอ๋อร์ถูกขายไปตอนอายุห้าขวบ เด็กอายุแค่นั้น คงจำอะไรไม่ได้ ข้าจะไปเช่าบ้านในตำบล แล้วพาอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ไปอยู่ที่นั่น บอกนางว่า นายท่านของนางคือคนอื่น นางเป็นบ้านเล็กของคนอื่นที่ซื้อมาด้วยราคาสูง พวกเราแค่ช่วยดูแลแทน”
“แต่พวกเราต้องจับตาดูคนบ้านพี่ใหญ่กับบ้านพี่รองไว้ หาโอกาสให้อวิ๋นฮวาเอ๋อร์ ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา… ถึงตอนนั้น ข้าจะหาคนมาสวมรอยเป็นนายท่าน ต่อรองราคากับพวกเขา พยายามอย่าให้บ้านพี่ใหญ่กับบ้านพี่รองรู้ว่าเป็นฝีมือพวกเรา รอให้พวกเขารู้ตัวอีกที… เงินก็อยู่ในมือพวกเราหมดแล้ว จะไปกลัวอะไรอีก?”
ความคิดนี้ดี!
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ย “ตกลงตามนี้!”
“งั้นท่านพ่อ ข้าจะไปเช่าบ้านในตำบลก่อน รอหาบ้านได้แล้วจะรีบกลับมารับอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ ท่านอย่าให้คนในหมู่บ้านเห็นหน้านางเชียว”
“ส่วนบ่าวรับใช้สองคนนั่น ก็บอกไปว่ามีผู้อื่นฝากท่านไปรับตัวอวิ๋นฮวาเอ๋อร์มา ส่วนคนอื่นในบ้าน อย่าได้บอกเป็นอันขาด ป้องกันคนปากสว่างเผลอพูดออกไป”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบพูด “พ่อรู้ดี เจ้ารีบไปเช่าบ้านเถิด พ่อให้เงินเจ้าเอง!” พูดจบก็ยื่นเงินที่เหลือจากการซื้อของให้อวิ๋นโส่วหลี่ อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ รับเงินแล้วก็จากไป
มีเงินทำอะไรก็ง่าย ไม่นานอวิ๋นโส่วหลี่ก็เช่าบ้านได้ หลังจากนั้นเขาก็เช่ารถม้ากลับหมู่บ้านไหวซู่ รับอวิ๋นฮวาเอ๋อร์มาอยู่ที่นี่
ก่อนจะกลับหมู่บ้านไหวซู่ เขาจ้างหญิงชราคนหนึ่งด้วยราคาหนึ่งร้อยอีแปะ หลังจากรับอวิ๋นฮวาเอ๋อร์มาแล้ว ก็สั่งหญิงชราว่า ให้นางดูแลอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ให้ดี ห้ามปล่อยนางออกจากบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขา
และยังสัญญาอีกว่า หากนางทำได้ดี ปลายเดือนจะให้เพิ่มอีกหนึ่งร้อยอีแปะ หญิงชราได้ยินเช่นนั้นก็ยินดียิ่งนัก รีบรับปากอย่างหนักแน่น อวิ๋นโส่วหลี่เห็นดังนั้นก็จากไป
เชิงอรรถ
[1] จิ้นซื่อ (进士) เป็นตำแหน่งบัณฑิตที่ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่ง ในระบบการสอบคัดเลือกขุนนางของจีนในสมัยโบราณ ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดจะเรียกว่าจอหงวน