ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 278 อวิ๋นเจียวขุดหลุมพราง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 278 อวิ๋นเจียวขุดหลุมพราง
อวิ๋นโส่วจงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ท่านพ่อ เจียวเอ๋อร์เป็นลูกสาวข้า ที่นี่คือบ้านของข้า นางอยากจะพูดอะไรก็ย่อมได้ คนอื่นนั่นแหละที่ไม่มีสิทธิ์พูด!”
ความนัยของประโยคนั้นก็คือ คนอื่นไม่มีสิทธิ์พูด แต่อวิ๋นเจียวมีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรก็ได้
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนแทบกระอักเลือด แต่พอคิดว่าในมือยังมีวิธีจัดการบ้านเจ้าใหญ่และเจ้ารองอยู่ อีกหน่อยค่อยเอาเรื่องของอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ออกมา… ฮึ ปล่อยให้ลูกชายอกตัญญูคนนี้ลำพองใจไปก่อน
อวิ๋นโส่วหลี่แค้นใจที่ผู้เฒ่าอวิ๋นใจร้อน รีบยิ้มกลบเกลื่อนแล้วพูดแก้ต่าง “พี่รอง ท่านอย่าไปถือสาหาความกับท่านพ่อเลย ท่านพ่อก็แค่คิดว่าเด็กผู้หญิงควรจะเรียบร้อยสักหน่อย ยิ่งตอนนี้เจียวเอ๋อร์เป็นถึงคุณหนูด้วยแล้ว”
อวิ๋นเจียวทำท่าทางน้อยใจแล้วพูดกับอวิ๋นฉี่เยว่ว่า “พี่ใหญ่ ตอนแรกข้ากะจะบอกว่าท่านพ่อไม่ว่าง แต่พรุ่งนี้ข้าจะไปคุยกับอาจารย์และผู้ดูแลให้เอง ข้าว่าอาจารย์กับผู้ดูแลก็ค่อนข้างชอบข้า ถ้าข้าไปพูด บางทีพวกเขาอาจจะตกลงก็ได้”
“ในเมื่อท่านปู่รังเกียจที่ข้าเป็นเด็กผู้หญิง ไม่อนุญาตให้ข้ายุ่งเรื่องนี้ งั้นพรุ่งนี้ข้าไปหาพี่เหลียนเอ๋อร์ในอำเภอก็ได้”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองพูดผิดไป ครั้นคิดถึงเรื่องของลูกชาย เขาก็จำใจต้องกัดฟัน พูดกับอวิ๋นเจียวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า “เจียวเอ๋อร์ ปู่ผิดเองที่พูดไม่คิด เจ้าอย่าโกรธปู่เลย พรุ่งนี้เจ้าก็ช่วยอาห้าของเจ้าหน่อยนะ”
อวิ๋นเจียวไม่ตอบอะไร ทำท่าทางไม่เต็มใจ ผู้เฒ่าอวิ๋นโมโหจนอยากจะขายนางทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น ยัยเด็กตัวซวยนี่มาเพื่อทำให้เขาโมโหโดยเฉพาะ พูดดีกับนางแล้ว นางยังได้คืบจะเอาศอกอีก
อวิ๋นฉี่เยว่มองผู้เฒ่าอวิ๋นและอวิ๋นโส่วหลี่ด้วยสายตาเย็นชา ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวในใจ แต่ก็ยังเอ่ยปากว่า “เจียวเอ๋อร์ จะไปเที่ยวในอำเภอช้าหน่อยก็ได้ บ้านเรามีรถม้า อยากไปเมื่อไรก็ไปได้ เรื่องของอาห้า พรุ่งนี้เจ้าไปช่วยหน่อยเถิด”
น้องสาวของเขาเป็นคนแบบไหนกันล่ะ? แค่นางเอ่ยปาก เขาก็รู้ทันทีว่าน้องสาวกำลังขุดหลุมให้อวิ๋นโส่วหลี่ จึงรีบช่วยต่อบทให้อย่างรู้งาน
อวิ๋นโส่วหลี่รีบพูดตาม “ถูกต้องๆ เจียวเอ๋อร์ อาห้าฝากเจ้าด้วยนะ อีกหน่อยอาห้าจะซื้อของเล่นสนุกๆ ให้เจ้า”
อวิ๋นเจียวจึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้ หลังจากตกลงแล้ว นางก็บอกว่าง่วงนอน อยากพักผ่อนแล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่จึงไม่กล้าอยู่รบกวนต่อ จึงลุกขึ้นลา
สิ่งที่ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกขุ่นเคืองใจคือ เขามาบ้านเจ้ารองสองรอบแล้ว บ้านเจ้ารองยังไม่คิดจะเอาน้ำแข็งกับผลไม้มาให้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว!
วันนี้ยังมีคนมาพูดจาถากถางต่อหน้าเขา บอกว่าบ้านอวิ๋นโส่วจงส่งผลไม้ไปให้ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าตระกูล บ้านเจ้าใหญ่ และบ้านเจ้าสาม! บ้านเจ้าใหญ่กับบ้านเจ้าสามยังได้น้ำแข็งไปด้วย!
แต่เขาก็ไม่ได้คิดบ้างเลยว่า เขา ‘ป่วยหนัก’ ขนาดนั้น ถึงขั้นจำเป็นต้องใช้โสมแผ่น จะกินของเย็นๆ ได้อย่างไร?
ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่จากไปด้วยความอิจฉา โชคดีที่บ้านรองรับปากว่าจะไปคุยกับทางสำนักศึกษาประจำหมู่บ้านให้ พวกเขาจึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
หลังจากทั้งสองคนจากไป อวิ๋นเจียวก็เล่าความคิดของตนเองให้คนในครอบครัวฟัง
“อวิ๋นโส่วหลี่เป็นคนที่ต่อให้บ้านเดิมเกิดเรื่องใหญ่เขายังไม่กลับมาเหลียวแล อยู่ๆ จะมาที่หมู่บ้านไหวซู่ได้อย่างไรเจ้าคะ เขาย่อมรู้ดีว่าสำนักศึกษาหมู่บ้านเราสอนแค่ความรู้พื้นฐานเท่านั้น แต่เขากลับอยากจะไปเรียนที่นั่น ทั้งๆ ที่เป็นถึงถงเซิง”
“เรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในแน่ๆ เจ้าค่ะ แทนที่พวกเราจะคาดเดาไปเอง สู้ปล่อยเขาไปที่สำนักศึกษาหมู่บ้าน พวกเราก็หาคนแอบจับตาดูเขา ดูซิว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ส่วนคุณชายหลิ่วที่เขาพูดถึง เป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่มีที่เรียน? อยู่ๆ จะอยากมาที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นรับศิษย์ใหม่ได้อย่างไร? ข้าเดาว่าเขาคงตั้งใจมาหาฉีจวี่เหรินหรือไม่ก็เหยียนเซี่ยว”
“แต่ไม่ว่าเป้าหมายของเขาจะเป็นใคร อวิ๋นโส่วหลี่เป็นคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ หากไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ คงไม่ยอมช่วยอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้แน่”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้าเห็นด้วย “เจียวเอ๋อร์พูดถูก พ่อก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมใน แต่ทำไมเจ้าถึงรับปากว่าพรุ่งนี้จะไปช่วยเขาล่ะ?”
อวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ก็ขุดหลุมรอเขาไงเจ้าคะ”
ฟางซื่อยิ้มแล้วเอ่ยตำหนิ “เจ้าเด็กคนนี้ แม้แต่พ่อแม่ก็ยังปิดบังนะ”
อวิ๋นเจียววิ่งไปกอดแขนฟางซื่ออย่างออดอ้อน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น พูดอย่างมีเลศนัยว่า “ข้าย่อมมีแผนการอยู่ในใจ รออีกหน่อยพวกท่านก็รู้เอง ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขาขายหน้าเท่านั้น ยังทำให้พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก!”
คำพูดของนางทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างพากันหัวเราะ
หลังจากค่ำคืนผ่านพ้น อวิ๋นโส่วหลี่มาที่บ้านของอวิ๋นเจียวแต่เช้าตรู่ รอนางที่ยังเอ้อระเหยลุกจากเตียงนอนอย่างเชื่องช้า ทำกายบริหารยืดเส้นยืนสาย ล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว… ทุกอย่างกินเวลาจนอวิ๋นโส่วหลี่เสียเวลาไปหนึ่งถึงสองชั่วยามกว่าจะยอมไปสำนักศึกษาประจำหมู่บ้านกับเขา
พอไปถึงสำนักศึกษาประจำหมู่บ้าน พระอาทิตย์ก็ขึ้นสูงแล้ว อวิ๋นเจียวเดินเข้าไปได้ แต่อวิ๋นโส่วหลี่เข้าไปไม่ได้ ต้องยืนรอท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ โชคดีที่เถาเซิงถือร่มมาด้วย จึงกางร่มบังแดดและพัดให้เขา อวิ๋นโส่วหลี่จึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
รอนานจนเลยเที่ยงวัน อวิ๋นเจียวถึงเดินออกมาอย่างเชื่องช้า อวิ๋นโส่วหลี่รอจนกระวนกระวายใจ ไฟโทสะในใจพลุ่งพล่านแต่ไม่มีที่ระบาย เกือบจะเผาเขาจนมอดไหม้!
“เจียวเอ๋อร์ เรื่องที่อาห้าฝากเจ้า เป็นอย่างไรบ้าง?”
อวิ๋นเจียวทำท่าทางลำบากใจ “อาห้า เรื่องของท่านเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ท่านมาสมัครเรียนได้เลย ส่วนเรื่องของคุณชายหลิ่ว…”
อวิ๋นโส่วหลี่ร้อนรน “เป็นอะไรไป? พวกเขาไม่ตกลงหรือ?”
อวิ๋นเจียวตอบ “ตอนแรกก็ไม่ตกลง ท่านไม่เห็นหรือว่าข้าเพิ่งออกมา ข้าใช้เวลาตื๊อพวกเขาทั้งเช้าจนพวกเขารำคาญใจ ถึงได้ยอมตกลง แต่มีเงื่อนไขอยู่นะเจ้าคะ”
อวิ๋นโส่วหลี่ตกใจแทบแย่ เด็กคนนี้พูดจาไม่รู้เรื่อง ชอบทำเป็นลึกลับอะไรนักหนา?
“เงื่อนไขอะไร?”
อวิ๋นเจียวพูดว่า “อาห้า ข้าบอกท่านแล้ว ท่านอย่าโกรธนะ”
อวิ๋นโส่วหลี่เริ่มหมดความอดทน “รีบบอกมาเถิด”
อวิ๋นเจียวหัวเราะเยาะในใจ แต่บนใบหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย “ผู้ดูแลกับท่านอาจารย์ปรึกษากันแล้ว นี่เป็นสำนักศึกษาประจำหมู่บ้านไหวซู่ ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาเรียนง่ายๆ หากอยากจะเรียนที่นี่ก็ได้ แต่ต้องจ่ายเงินสองร้อยตำลึงเป็นค่าใช้จ่ายในการขยายสำนักศึกษา”
“ข้ารู้ว่าสองร้อยตำลึงเป็นจำนวนเงินที่มากโข เงินจำนวนเท่านี้ อย่าว่าแต่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านเลย ต่อให้เป็นสำนักศึกษาระดับมณฑลก็เข้าไปเรียนได้ อาห้าไปบอกสหายของท่านให้ล้มเลิกความคิดนี้ไปเสียเถิด”
เดิมทีอวิ๋นโส่วหลี่ก็ตกใจกับจำนวนเงินนี้ เขาคิดจะให้อวิ๋นเจียวไปช่วยต่อรองอีกหน่อย แต่อวิ๋นเจียวกลับพูดตัดบทว่า นางก็รู้สึกว่าแพงเกินไป ไม่เหมาะสม ถ้าไม่ไหวก็อย่ามาเลย!
แต่พอคิดได้ว่าตระกูลหลิ่วร่ำรวย อีกทั้งยังอยากจะผูกมิตรกับเหยียนเซี่ยว ย่อมยินดีจ่ายเงินก้อนนี้อย่างแน่นอน อวิ๋นโส่วหลี่จึงพูดว่า “ที่แท้ก็เรื่องเงิน เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พวกเขาจ่ายไหวอยู่แล้ว”
อวิ๋นเจียวพูดต่อ “อาจารย์ยังบอกอีกว่า ต่อให้จ่ายเงินแล้ว หากฝ่าฝืนกของสำนักศึกษา หรือสอบประจำเดือนไม่ผ่าน ก็จะถูกไล่ออก ยกเลิกสิทธิ์การเรียนที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านไหวซู่”
อวิ๋นโส่วหลี่คิดว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปัญหา พวกเขาเป็นถึงถงเซิง หากสอบไม่ผ่าน คงน่าขันเกินไปแล้ว