ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 277 พลาดโอกาส
เนื่องจากร้านเม่าไช่ตระกูลอวิ๋นตั้งอยู่หัวมุมถนน ดังนั้นอวิ๋นโส่วหลี่ที่ผ่านไปผ่านมาหลายครั้ง จึงถูกจ้าวซื่อและอวิ๋นฉี่เสียงเห็นเข้า
บ่ายแก่ๆ เช่นนี้ในร้านยังคงมีลูกค้าจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มานั่งดื่มเครื่องดื่มแช่เย็น ร้านเม่าไช่ตระกูลอวิ๋นขายเครื่องดื่มแช่เย็นราคาเพียงห้าอีแปะต่อถ้วย หากสั่งเม่าไช่หนึ่งชุด ทั้งเนื้อและผัก ยังแถมเครื่องดื่มแช่เย็นอีกหนึ่งถ้วย คุ้มค่าเกินราคา
จะต้องรู้ว่าปีก่อนๆ เครื่องดื่มแช่เย็นเป็นของราคาแพง มีเพียงบ้านเศรษฐีเท่านั้นที่กินได้ เครื่องดื่มแช่เย็นในอำเภอราคาห้าสิบถึงหกสิบอีแปะต่อถ้วยเล็กๆ แถมยังแทบไม่เห็นก้อนน้ำแข็ง!
เครื่องดื่มแช่เย็นรสเปรี้ยวหวานเย็นชื่นใจในถ้วยใบโต เมื่อดื่มจนหมดแล้วยังมีน้ำแข็งเหลืออยู่ครึ่งถ้วย ก็ยังสามารถขอให้ทางร้านเติมน้ำเย็นใส่ได้อีก ได้ดื่มน้ำเย็นเข้าไปมากมายเช่นนี้ ช่างคลายร้อนได้ดีนัก!
จ้าวซื่อเช็ดโต๊ะเก็บถ้วยพลางถือโอกาสตอนว่างงานพูดคุยกับอวิ๋นฉี่เสียง “วันนี้อวิ๋นโส่วหลี่ทำอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้เร่งร้อนแบบนี้ วันหนึ่งเข้าตำบลตั้งหลายรอบ”
อวิ๋นฉี่เสียงเหลือบมองอวิ๋นโส่วหลี่ที่ตกลงราคากับสารถีเสร็จแล้วก็ปีนขึ้นรถม้า ก่อนจะพูดกับมารดาว่า “ท่านแม่ พวกเราไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน ท่านจะไปสนใจเขาทำไม?”
จ้าวซื่อเองก็รู้ดีว่าลูกชายพูดถูก แต่ไม่รู้ทำไมนางถึงรู้สึกหวั่นใจ “บางทีอาจเป็นเพราะแม่ถูกคนบ้านเก่ารังแกจนฝังใจ ตอนนี้พอเห็นคนบ้านเก่าทีไรก็รู้สึกหวั่นใจทุกที รู้สึกว่าพวกเขากำลังวางแผนร้ายอยู่ตลอดเวลา”
อวิ๋นฉี่เสียงเองก็คิดเช่นนั้น วันที่ร้านเม่าไช่เกิดเรื่อง พวกเขาก็เห็นเจียงต้าไห่ทำตัวลับๆ ล่อๆ โผล่มาหลายครั้ง
“ท่านแม่ ข้าสนิทกับสารถีคนนั้น เดี๋ยวรอปิดร้านเสร็จแล้ว ข้าจะไปถามเขาดู” สอบถามสักหน่อยก็ไม่เสียหาย ถือว่าเป็นการพูดคุยสัพเพเหระ
“อืม เจ้าต้องใส่ใจเรื่องนี้หน่อยนะ ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินสักสองอีแปะก็ต้องถามให้ได้ พวกเราไม่คิดร้ายกับใคร แต่ก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเอาไว้”
อวิ๋นฉี่เสียงพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจขอรับ ท่านแม่วางใจเถิด ว่าแต่บ่าวที่พวกเราซื้อมาทำงานคล่องแคล่วแล้ว พรุ่งนี้ท่านแม่ไม่ต้องเข้าตำบลแล้วก็ได้”
“ที่บ้านกำลังปูท่อน้ำและปูกระเบื้อง ท่านพ่อก็ต้องช่วยเจียวเอ๋อร์ดูแลไร่ดอกไม้ ท่านแม่คอยดูแลบ้านเถิด ถึงแม้พวกเราจะให้เงินฉี่ซานไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะพึ่งพาฉี่ซานไปทุกเรื่อง”
จ้าวซื่อคิดดูแล้วก็เห็นด้วย การสร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้นางจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่อยู่บ้านก็ยังสามารถคอยส่งข่าวและหยิบจับสิ่งของได้
“ตกลง พรุ่งนี้แม่จะไม่เข้าตำบลแล้ว แต่หากเจ้าสืบเรื่องราวได้แล้ว ก็อย่าลืมกลับมาบอกแม่ด้วยล่ะ”
อวิ๋นฉี่เสียงตอบ “ขอรับท่านแม่ ข้าทราบแล้ว หากเรื่องนี้มีลับลมคมในอะไร ข้าจะรีบกลับไปบอกท่านทันที แต่ถ้าไม่มีอะไร ข้าจะรออีกสองวันค่อยกลับไป”
เมื่อแม่ลูกตกลงกันได้แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ต่างคนต่างทำงานของตน พอทำงานเสร็จก็พากันมานั่งพักจิบชา
ตกเย็น อวิ๋นฉี่เสียงปิดร้าน ซื้อเหล้าหนึ่งไห พร้อมกับทำเม่าไช่หนึ่งชามใหญ่ ไปที่บ้านของสารถีที่อยู่ท้ายตรอก
บัดนี้อวิ๋นฉี่เสียงรู้จักผูกมิตรกับผู้คนมากขึ้น บวกกับเขามักจะจ้างสารถีผู้นี้ให้ช่วยขนผักเป็นประจำ ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงค่อนข้างดี
หลังจากสารถีดื่มเหล้าไปหลายจอกพลางกินเม่าไช่ไปด้วย อวิ๋นฉี่เสียงก็ถือโอกาสเอ่ยถาม ด้วยความที่เป็นลูกค้าประจำ สารถีจึงไม่ทันระวังตัวเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด
ตั้งแต่ที่ไปรับหญิงสาวคนหนึ่งที่บ้านหลังเก่าให้มาที่ตำบล นางคลุมหน้าด้วยผ้าผืนใหญ่ มองไม่เห็นใบหน้า…
อวิ๋นฉี่เสียงรู้สึกแปลกใจ พอออกมาจากบ้านของสารถีก็ตั้งใจไปบ้านหลังที่สารถีบอก ปรากฏว่าประตูบ้านปิดสนิท
เขาจึงเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน ปีนต้นไม้ขึ้นไปแอบมองในบ้าน เห็นเพียงหญิงชราที่ดูคุ้นหน้ากำลังยุ่งอยู่คนเดียวในลานบ้าน รออยู่พักหนึ่ง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งออกมาตักน้ำล้างหน้า
แม้ว่าหญิงสาวในลานบ้านจะไม่ได้คลุมหน้าด้วยผ้าผืนใหญ่ แต่แสงค่อนข้างสลัว เขาจึงไม่เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน เพียงแต่ดูจากรูปร่าง นางไม่ใช่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และสองพี่น้องตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
หรือนางจะเป็นผู้หญิงที่อวิ๋นโส่วหลี่แอบเลี้ยงไว้? ไม่น่าใช่ หากแอบเลี้ยงไว้จริง คงไม่ไปรับมาจากบ้านหลังเดิม… ถ้าเช่นนั้น… เป็นบ้านเล็กที่ผู้เฒ่าอวิ๋นแอบเลี้ยงไว้?
แต่หากนางไม่ใช่คนที่จะมาหาเรื่องพวกเขาหรือทำร้ายพวกเขา นางจะเป็นบ้านเล็กของใครก็ช่างเถิด
อวิ๋นฉี่เสียงไม่มีกะจิตกะใจจะสืบหาความจริงอีกต่อไป เขากระโดดลงจากต้นไม้แล้วกลับไปนอนที่ร้าน ด้วยความที่อวิ๋นฉี่เสียงคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ จึงไม่ได้กลับหมู่บ้านไหวซู่เพื่อไปรายงานจ้าวซื่อผู้เป็นมารดา
สิ่งที่อวิ๋นฉี่เสียงไม่รู้ก็คือ ความประมาทเพียงเล็กน้อยของเขาในครั้งนี้ ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง
ผู้เฒ่าอวิ๋นซื้อบ่าวกลับมาสองคน แต่พอถึงเวลาอาหารเย็น บ่าวสองคนนี้กลับไม่มีใครทำอาหารเป็นเลยแม้แต่คนเดียว เรื่องทำอาหารจึงตกเป็นหน้าที่ของอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และบุตรสาว เรื่องนี้ทำให้บ้านเก่าเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
หลังอาหารเย็น ผู้เฒ่าอวิ๋นและอวิ๋นโส่วหลี่พาร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวันไปที่บ้านของอวิ๋นเจียว ครั้งนี้พวกเขาสงบเสงี่ยม ไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าคนในครอบครัวของอวิ๋นเจียวจะใช้น้ำแข็งหรือดื่มเครื่องดื่มแช่เย็น แต่รีบพูดถึงเรื่องสำคัญทันที
เนื่องจากอวิ๋นเหมยเอ๋อร์แท้งลูก ตอนนี้อวิ๋นโส่วหลี่จึงอยากให้นางฟื้นตัวโดยเร็ว เพื่อจะได้ไปตีสนิทกับคุณชายเหยียน เขาจึงต้องการโสมแผ่นอีก
ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงพูดกับอวิ๋นโส่วจงว่า “เจ้ารอง พ่อยังรู้สึกไม่ค่อยสบาย โสมแผ่นที่เจ้าให้พ่อหมดแล้ว เจ้าพอจะมีอีกไหม?”
คราวนี้น้ำเสียงของเขาไม่แข็งกร้าวเหมือนก่อนหน้านี้ ทั้งยังแฝงไปด้วยความเว้าวอนเล็กน้อย
อวิ๋นโส่วจงส่ายหน้า “ท่านพ่อ ขนาดบ้านเศรษฐียังมีโสมติดบ้านไม่มากเลย แล้วบ้านเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ จะมีเงินมากมายไปซื้อโสมติดบ้านไว้ตลอดได้อย่างไร”
“ครั้งที่แล้วที่ให้ท่าน ก็เป็นโสมที่ซื้อมารักษาฉี่ซานที่บาดเจ็บสาหัสในตอนนั้น ส่วนที่เหลือก็ให้ท่านไปจนหมดแล้ว ตอนนี้ที่บ้านไม่มีแล้วจริงๆ ขอรับ หากท่านพ่อรู้สึกไม่สบาย ข้าจะให้คนไปเชิญหมอมาตรวจอาการให้ แล้วจ่ายยาบำรุงร่างกายให้ท่านสักหน่อย”
แบบนี้แปลว่าไม่ให้น่ะสิ!
ผู้เฒ่าอวิ๋นตั้งท่าจะเอ่ยปากว่าให้อวิ๋นโส่วจงไปซื้อพรุ่งนี้ แต่อวิ๋นโส่วหลี่กลับส่งสายตาห้ามปรามเขา ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ แล้วพูดถึงเรื่องของอวิ๋นโส่วหลี่
อวิ๋นโส่วจงกล่าวว่า “โส่วหลี่เป็นคนในหมู่บ้าน ก็ให้ปฏิบัติตามกการเข้าเรียนของหมู่บ้านก็พอแล้ว ส่วนเรื่องของคุณชายหลิ่วที่พวกท่านพูดถึง เรื่องนี้ยังต้องถามความเห็นของอาจารย์ที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านเสียก่อน รอให้ข้าว่างแล้วจะไปถามให้ก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้นอวิ๋นโส่วหลี่ก็ร้อนใจขึ้นมา เพราะเขารับเงินของตระกูลหลิ่วมาแล้ว
“พี่รอง คุณชายหลิ่วเป็นสหายข้า เขาให้ความช่วยเหลือท่านพ่อของเราด้วย ท่านไม่เห็นแก่หน้าข้า ก็ขอให้เห็นแก่หน้าท่านพ่อ พรุ่งนี้ช่วยไปถามให้หน่อยเถิด ช่วยให้คุณชายหลิ่วได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาประจำหมู่บ้านของพวกเราด้วย!”
อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่เยวนั่งอยู่ด้านข้าง อวิ๋นฉี่เยว่กำลังแกะเมล็ดแตงโมออกให้อวิ๋นเจียว ส่วนอวิ๋นเจียวก็กินองุ่นสลับกับแตงโมพลางมองอวิ๋นโส่วหลี่ที่กลืนน้ำลายหลายต่อหลายครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง อวิ๋นโส่วหลี่ก็เบนสายตาไปคุยกับผู้เป็นบิดาของนาง จู่ๆ นางก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้
ในใจอดคิดไม่ได้ว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงที่อาจารย์หม่าให้เหยียนเซี่ยวอยู่ต่อ ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง!
นางไม่รอให้บิดาปฏิเสธ รีบพูดขึ้นก่อนว่า “ท่านไปขอร้องท่านพ่อของข้าก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านพ่อของข้ายุ่งมาก”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรำคาญอวิ๋นเจียวมากอยู่แล้ว ทุกครั้งที่พูดอะไร นางมักจะออกมาขัดคออยู่ร่ำไป คราวนี้เขาจึงอดทนไม่ไหว ตวาดออกไปว่า “เจ้าเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ผู้ใหญ่กำลังคุยกันเจ้ามาสอดปากทำไม!”