ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 33 แกล้งสลบอีกคน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 33 แกล้งสลบอีกคน
“ท่านแม่… พี่ใหญ่ทำงานหนักช่วยเหลือที่บ้านมาตลอด ไยท่านถึงพูดจาทำร้ายจิตใจกันเช่นนี้เล่า?” อวิ๋นโส่วเย่าทนมองต่อไปไม่ไหว เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่บิดาสลบ เขาก็ตกใจมาก จึงรีบจะไปตามหมอทันที แต่กลับถูกมารดาของเขาขัดขวางไว้ ตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าบิดาของเขาแสร้งทำเป็นสลบ แต่ตอนนี้ดูสิว่านางพูดอะไรกับพี่รอง!
“ไอ้ลูกอกตัญญู! เจ้าเป็นลูกที่เกิดจากท้องข้าจริงๆ ใช่ไหม?”
อวิ๋นโส่วจงมองผู้เฒ่าอวิ๋นที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาเย็นชา ยิ่งเห็นขนตาของเขาสั่นไหว หัวใจที่เย็นชาอยู่แล้วบัดนี้ก็ยิ่งเหมือนถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนา เดิมทีเขาคิดว่าตนเองจากบ้านไปนานถึงยี่สิบปี เมื่อกลับมาก็ควรจะกตัญญูต่อบิดาผู้ให้กำเนิด
ไม่คิดเลยว่า… จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวิ๋นเจียชางได้ขาดสะบั้นลงไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนแล้ว นับแต่นี้ไป สิ่งที่เขามีต่ออวิ๋นเจียชางก็มีเพียงความรับผิดชอบต่อบุพการีเพียงเล็กน้อยที่สังคมกำหนดให้เท่านั้น!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวิ๋นโส่วจงจึงมองเถาซื่อด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยถามว่า “เช่นนั้นท่านต้องการอย่างไร?”
แม้แต่คำว่า ‘ท่านแม่’ ก็ไม่เอ่ยออกจากปากแล้ว เถาซื่อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ง่ายมาก จ่ายเงินมาหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าก็จะไม่เอาเรื่อง มิเช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาหัวหน้าตระกูล เรียกผู้อาวุโสทั้งหลายในตระกูล ไปตัดสินความกันที่โถงบรรพชน!”
วันนี้อวิ๋นโส่วจงไปที่อำเภอกับหัวหน้าตระกูลเพื่อไปทำเรื่องโฉนดที่ดิน ได้ยินว่าพวกเขาซื้อที่ดินผ่านหัวหน้าตระกูลมาทั้งหมดยี่สิบหมู่! พอเถาซื่อรู้เข้าก็อิจฉาตาร้อน อยากจะเอาที่ดินยี่สิบหมู่นั้นมาเป็นของตนเองใจจะขาด บ้านเจ้ารอง ต้องมีเงินอีกแน่!
“แบบนี้นี่เอง หนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าไม่มีหรอก ต่อให้มีข้าก็จะไม่ให้ท่าน!”
“เฮอะ เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าจะใจร้ายเช่นนี้ เห็นคนกำลังจะตายยังไม่ยอมช่วย!” อวิ๋นเหมยเอ๋อร์พูดจาดูถูก
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยว่า “คนที่ใจร้ายคือพวกเจ้าต่างหาก คนที่คิดจะทำร้ายคนอื่นก็คือพวกเจ้า!”
กล่าวจบเขาก็มองเถาซื่อด้วยสายตาดูถูก “สมกับเป็นลูกชายที่ท่านสั่งสอนมาดีจริงๆ อวิ๋นโส่วจู่ถูกไล่ตะเพิดออกจากหอวั่นฮวาในอำเภอ ก็เลยไปขู่กรรโชกฉี่เยว่กับน้องๆ ทั้งสองคน ขู่ว่าจะโยนพวกเขาลงน้ำ เรียกร้องจะเอาเงินหนึ่งร้อยตำลึง!”
อวิ๋นโส่วจงพูดจบ เถาซื่อยังไม่ทันได้ตอบโต้ หลิ่วซื่อภรรยาของอวิ๋นโส่วจู่ก็โวยวายขึ้นมา “อะไรนะ? อวิ๋นโส่วจู่ ไอ้สารเลวนั่นไปเที่ยวหอนางโลมหรือ? มิน่าล่ะหลายวันมานี้ถึงไม่กลับบ้าน ที่แท้ก็มีเงินติดตัวเลยทิ้งลูกทิ้งเมียไปสำราญบานเบิก! ข้าจะไปฆ่ามัน!” กล่าวจบหลิ่วซื่อก็จูงมืออวิ๋นฉี่รุ่ย บุตรชายของนางกลับไปที่ห้องด้วยความเดือดดาล เพื่อไปเอาเรื่องกับอวิ๋นโส่วจู่
ตอนนี้เถาซื่อคิดถึงแต่เรื่องเงินที่หายไป เงินที่ได้จากการขายรถม้าถูกไอ้ลูกสี่ผลาญไปหมดแล้ว เช่นนั้นเงินค่าเล่าเรียนของลูกห้าก็สูญเปล่าไปแล้วน่ะสิ! ขณะที่เถาซื่อกำลังตกตะลึง อวิ๋นโส่วจงก็เดินไปที่ข้างเตียงอุ่น ตะโกนบอกผู้เฒ่าอวิ๋นเสียงดัง “ในเมื่อเถาซื่อไม่ยอมตามหมอให้ท่านพ่อ ข้าก็ทำได้แค่ใช้วิธีของคนพเนจรแล้ว”
กล่าวจบเขาก็หยิบก้อนด้ายที่อวิ๋นเจียวให้มาจากเอว แล้วดึงเข็มปักผ้าออกมาหนึ่งเล่ม ผู้เฒ่าอวิ๋นนั้นแสร้งทำเป็นสลบ แกล้งหลับตาลง ดังนั้น เมื่อเห็นเข็มปักผ้าที่สะท้อนแสงไฟแวววาวผ่านช่องว่างระหว่างเปลือกตา เปลือกตาพลันกระตุก แต่เขากลับไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ในทันที
เจ้ารอง เจ้ากล้าแทงข้าจริงๆ หรือ? ในใจผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกขมขื่น อวิ๋นโส่วจงไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มือใหญ่ของเขาค่อยๆ เลื่อนลงมา สุดท้ายเข็มปักผ้าในมือก็จิ้มเข้าไปที่จุดเหรินจง [1] บนใบหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋น
ผู้เฒ่าอวิ๋นร้องลั่นพร้อมกับลุกขึ้นนั่งทันที อวิ๋นโส่วเย่าคิดในใจ พี่รองจงใจทำแบบนี้แน่ๆ ไม่ใช่แค่เถาซื่อที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ยังรวมไปถึงครอบครัวอวิ๋นโส่วกวงด้วย ตอนนี้พอได้ยินเสียงร้องของผู้เฒ่าอวิ๋น พวกเขาก็พลันรู้สึกตัว
“ไอ้ลูกอกตัญญู! เจ้าทำอะไรพ่อของเจ้า?” เถาซื่อพุ่งเข้าหาอวิ๋นโส่วจงอย่างเกรี้ยวกราด อวิ๋นโส่วจงเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ทำให้เถาซื่อล้มลงกับพื้น ศีรษะกระแทกเข้ากับตู้ จนเป็นรอยปูดบวมขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที
“กรี๊ด! ท่านแม่ไปอะไรไปเจ้าคะ? อย่าทำให้ข้ากลัวสิเจ้าคะ!” อวิ๋นเหมยเอ๋อร์รีบวิ่งไปประคองเถาซื่อทันที จู่ๆ เถาซื่อก็เกิดความคิดขึ้นมา นางจึงหลับตาลง แล้วแกล้งหมดสติ
อวิ๋นโส่วจงสะบัดเข็มในมือ มองผู้เฒ่าอวิ๋นที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านควรจะปลุกเถาซื่อให้ตื่น มิเช่นนั้นข้าในฐานะลูกชาย ก็ทำได้เพียงใช้วิธีแบบที่คนพเนจรใช้กันอีกครั้ง”
ผู้เฒ่าอวิ๋นอ้ำอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เขาไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ! เขารู้สึกละอายใจที่เจ้ารองรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา และยังโกรธที่เจ้ารองรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นสลบ แต่ก็ยังใจร้ายแทงเขาด้วยเข็มเย็บผ้า ยิ่งไปกว่านั้น แววตาเย็นชาของเจ้ารองทำให้เขารู้สึก… หวาดกลัว! เจ้ารอง ไม่ใช่ลูกชายที่เขารู้จักอีกต่อไปแล้ว!
“ยายเฒ่า เจ้าตื่นขึ้นมาเถอะ!” ในที่สุดผู้เฒ่าอวิ๋นก็ถอนหายใจ เถาซื่อไหนเลยจะรู้ว่าผู้เฒ่าอวิ๋นตื่นขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนั้นนางกำลังคิดถึงแต่เรื่องที่เจ้าสี่เอาเงินไปผลาญหมด
อย่างไรเสียก็เป็นถึงมารดาแท้ๆ อวิ๋นโส่วเย่าจึงเข้าไปประคองเถาซื่อ “ท่านแม่ ตื่นขึ้นมาเถิดขอรับ” พ่อก็สลบ แม่ก็สลบ เล่นละครกันแบบนี้มันจะเกินไปแล้ว
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์จ้องมองอวิ๋นโส่วเย่าด้วยความโกรธ “พี่สาม ท่านตาบอดหรือไง ไม่เห็นหรือว่าท่านแม่สลบไปแล้ว! แล้วก็ท่าน พี่รอง รีบเอาเงินมารักษาอาการท่านแม่เร็วๆ หนึ่งร้อยตำลึงเงิน ขาดไม่ได้แม้แต่อีแปะเดียว!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เสียหน้าอย่างมากที่บ้านของอวิ๋นโส่วจง คราวนี้นางจดจำความแค้นที่มีต่อบ้านอวิ๋นโส่วจงเอาไว้ในใจแล้ว อวิ๋นโส่วเย่าไม่พูดอะไรอีก หัวเราะเยาะในใจ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครตาบอดกันแน่ ในฐานะลูกชาย เขาทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว หากท่านแม่ไม่ให้ความร่วมมือ เขาก็จนปัญญา
อวิ๋นโส่วจงไม่เกรงใจแม้แต่น้อย สะบัดมือแทงเข็มลงไป เถาซื่อก็ร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด จนเด็กๆ ที่อยู่ข้างนอกพากันปิดปากหัวเราะคิกคัก แม้แต่อวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็ยังทำท่าทางสะใจ
“ไอ้ลูกทรพีน่าตายนัก อยากจะฆ่ายายเฒ่าเช่นข้าหรือยังไง? อวิ๋นเจียชาง ไอ้ตาแก่! ลูกชายเจ้าจะฆ่าข้า เจ้าไม่สนใจเลยหรือ? ไม่ได้การ ตอนนี้ข้าจะไปหาหัวหน้าตระกูล ให้หัวหน้าตระกูลกับผู้อาวุโสมาตัดสินความให้ข้า จะปล่อยให้ไอ้ลูกอกตัญญูใจคดอย่างเจ้าลอยนวลไม่ได้!”
กล่าวจบเถาซื่อก็ทำท่าจะวิ่งออกไป อวิ๋นโส่วกวงเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปขวางประตูเอาไว้ คำขู่ของเถาซื่อยังคงก้องอยู่ในหัวเขา หากเถาซื่อไปโวยวายกับหัวหน้าตระกูลจริงๆ น้องรอง… น้องรองของเขา… คงไม่รอดแน่! ไม่ว่าจะถูกกดขี่หรือต้องทนทุกข์มากแค่ไหน เขาสามารถทนได้ทั้งหมด แต่จะไม่ยอมให้น้องรองถูกเถาซื่อกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวใจที่เย็นชาของอวิ๋นโส่วจงก็อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย พี่ใหญ่ของเขายอมให้ภรรยาและลูกๆ ถูกรังแกโดยไม่ปริปากส่งเสียงสักคำ แต่พอเป็นเรื่องของเขา กลับกล้ายืนหยัดปกป้อง
“พี่ใหญ่ ท่านหลีกไป ปล่อยให้นางไปหาหัวหน้าตระกูล หึ! ต่อให้นางพูดจนปากฉีกก็ทำอะไรข้าไม่ได้ ข้ากำลังช่วยนาง! ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าผู้อาวุโสในตระกูลกับหัวหน้าตระกูลจะคิดอย่างไรกับแม่เลี้ยงที่ไม่รู้ชั่วดี กดขี่ข่มเหงลูกเลี้ยง!”
เถาซื่อใช่ว่าจะโง่ พอได้ยินอวิ๋นโส่วจงพูดเช่นนี้ นางก็รู้ว่าขู่เขาไม่สำเร็จ ดังนั้นนางจึงกรีดร้องเสียงดัง ร้องห่มร้องไห้ ด่าทอผู้เฒ่าอวิ๋นไม่หยุด ขณะที่นางกำลังด่าทออยู่ เสียงร้องหวีดแหลม “ช่วยด้วย!” ก็ดังออกมาจากห้องของอวิ๋นโส่วจู่ น้องชายคนที่สี่ของบ้านตระกูลอวิ๋น จากนั้นก็เห็นอวิ๋นโส่วจู่วิ่งออกมาจากห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เชิงอรรถ
[1] จุดเหรินจง (人中) จุดฝังเข็มที่อยู่บริเวณร่องเหนือริมฝีปากบนใช้ในการรักษาอาการเป็นลมหมดสติ