ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 45 โจมตีจิตใจ
คำพูดของผู้เฒ่าอวิ๋นนั้นช่างบาดลึกไปถึงจิตใจ การที่บิดาพูดว่าบุตรชายเป็นคนชั่วร้าย ไม่ใช่แค่การกล่าวหาว่าบุตรชายอกตัญญูเท่านั้น คำพูดของเขายังแฝงนัยว่าอวิ๋นโส่วจงทำร้ายมารดา!
การที่เขาพูดแบบนั้นออกมา แสดงให้เห็นว่าเขาไม่คิดว่าอวิ๋นโส่วจงเป็นลูกชายอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของอวิ๋นโส่วกวงซีดเผือด การที่ท่านพ่อพูดเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูล ไม่ต่างอะไรกับการตัดหนทางรอดของบ้านน้องรอง
จะต้องรู้ว่าหากผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เรื่อง ‘ทำร้ายมารดา’ ก็ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่ศาลาว่าการอำเภอ พวกเขาสามารถลงโทษน้องรองได้เลย
อวิ๋นโส่วกวงไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบคุกเข่าลงแล้วขอโทษผู้เฒ่าอวิ๋นหลายครั้ง “ท่านพ่อ หมาตัวนั้นไม่ใช่น้องรองที่ปล่อยออกมา!”
“พวกเขาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ หากท่านแม่ไม่ไปทำร้ายเจียวเอ๋อร์ หมาตัวนั้นก็คงไม่พุ่งออกมาหรอกขอรับ! ท่านพ่อ ข้าขอร้องท่าน ปล่อยน้องรองไปเถิดขอรับ!”
“เจ้าหุบปากเสีย!” ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนตัวสั่น เจ้าใหญ่คนนี้น่ะ เมื่อก่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ยอมทนทุกอย่างอย่างเงียบๆ ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
แต่นับตั้งแต่น้องรองกลับมา คนซื่อๆ อย่างเจ้าใหญ่ก็เปลี่ยนไป เริ่มจากการขอแยกบ้าน แล้วตอนนี้ยังมาหักหน้าเขาต่อหน้าทุกคนอีก! เถาซื่อพูดไว้ไม่ผิดเลย เจ้ารองเป็นตัวก่อปัญหา! เขากลับมาทั้งที กลับทำให้บ้านวุ่นวายไปหมด!
“เจ้าคิดว่าน้องรองเป็นพี่น้องของเจ้า แล้วยังคิดว่าพวกข้าเป็นพ่อ เป็นแม่ของเจ้าอยู่หรือไม่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับความโกรธของผู้เฒ่าอวิ๋น จ้าวซื่อตัวสั่นด้วยความกลัว ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงกัดฟันแน่น ยืนตัวตรงขวางหน้าจ้าวซื่อ พวกเขารู้ดีว่าท่านพ่อทำถูกแล้ว! บ้านลุงรองไม่ได้ทำผิด! น่าเสียดายที่ลูกหมาตัวนั้นยังเด็กเกินไป จึงกัดเถาซื่อไม่ตาย!
อวิ๋นโส่วกวงไม่สนใจคำตำหนิของผู้เฒ่าอวิ๋น เอาแต่ขอร้อง “ท่านพ่อ… ข้าขอร้องท่าน!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นกำลังจะต่อว่า แต่ชาวบ้านที่ทนดูต่อไปไม่ไหวก็เอ่ยปากขึ้น “อย่าพูดพล่ามเลย เจ้ารองของพวกเจ้าไม่ได้ปล่อยหมาไปกัดยายแก่บ้านเจ้าเสียหน่อย เป็นเพราะยายแก่คนนั้นทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่ จะเข้าไปข่วนเด็กสาวบ้านพวกเขาถึงได้ถูกหมากัดเอา”
“ใช่ พวกข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน” ขณะนั้นทุกคนต่างมองไปที่อวิ๋นเจียว สายตาจับจ้องไปที่ลูกหมาสีขาวที่อยู่ในอ้อมกอดของนาง ลูกหมาตัวแค่นี้ ฟันยังขึ้นไม่ครบเลย จะกัดได้รุนแรงแค่ไหนกันเชียว? ก็แค่เลือดเต็มหน้า ดูไปแล้วน่ากลัวก็เท่านั้นเอง!
ผู้ใหญ่บ้านหน้าบึ้งตวาด “ลูกหมาตัวแค่นี้จะกัดแรงแค่เท่าใด? หากเจ้าไม่ไปยั่วโมโหคนเขา ลูกหมาตัวนั้นจะพุ่งเข้ามากัดเจ้าหรือ? ดูสิ ภรรยาของเจ้ายังกระโดดโลดเต้นได้ แสดงว่าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร”
จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋น ตำหนิอย่างไม่เกรงใจ “ตอนเช้านี้เจ้าสี่บ้านเจ้าพาคนมาจับตัวครอบครัวของเจ้ารอง แต่จับไม่สำเร็จ คราวนี้เจ้ายังไม่ยอมจบง่ายๆ อีกหรือ?”
“ตอนกลางวันบีบครอบครัวของโส่วจงให้หมดทางรอดไม่สำเร็จ กลางคืนเลยมาซ้ำเติมอีกหรือ? ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ครอบครัวของโส่วจงไปขัดหูขัดตาตระกูลอวิ๋นของเจ้าตรงไหนกัน?”
“อวิ๋นชาง ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลย อวิ๋นโส่วจงเป็นครอบครัวเดี่ยว ในหมู่บ้านไหวซู่ หาได้เกี่ยวข้องกับตระกูลอวิ๋นของพวกเจ้าแม้แต่น้อย พวกเจ้ากดขี่ข่มเหงชาวบ้านเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านอย่างข้ามิใช่คนตาบอด ข้าเห็นทุกอย่าง!”
คนตระกูลอวิ๋นคิดไม่ถึงว่าผู้ใหญ่บ้านจะพูดรุนแรงเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเข้าข้างบ้านน้องรอง คนบ้านใหญ่ก็โล่งใจ อวิ๋นฉี่ชิ่งรีบไปพยุงอวิ๋นโส่วกวงให้ลุกขึ้น
เจียวเอ๋อร์พูดถูก การไปขอร้องคนที่ไม่เห็นหัวเรา ต่อให้โขกหัวจนหัวแตก เขาก็ไม่สนใจหรอก แถมยังจะดูถูกเรามากกว่าเดิม และกดขี่ข่มเหงเรามากขึ้น!
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกว่าชื่อเสียงของตนเองที่สะสมมาชั่วชีวิตได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่เพียงแต่เสียหน้าเท่านั้น ผู้ใหญ่บ้านยังเหยียบย่ำซ้ำเติมเขาอย่างไม่ไว้หน้า ทันใดนั้นน้ำเสียงของเขาก็แข็งกระด้างขึ้น “ท่านผู้ใหญ่บ้าน เรื่องนี้ต่อให้พูดไปอย่างไรก็เป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกเรา เขาแยกบ้านออกไปแล้วก็ยังไง? อวิ๋นโส่วจงก็ยังคงเป็นลูกชายของข้าอยู่ดี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจียหรงก็ปรายตามองเขาพลางเอ่ยเย้ยหยัน “โส่วจงถูกตัดออกจากบันทึกผังตระกูลอวิ๋นมานานยี่สิบปีแล้ว เรื่องนี้เจ้าเป็นคนมาขอให้ข้าจัดการเองมิใช่หรือ”
“เจ้าสาม ทำอะไรก็อย่าทำเกินไป ต้องรู้จักละอายบ้าง ตอนเช้าลูกชายของเจ้ามาบีบครอบครัวของเจ้ารองจนแทบเอาตัวไม่รอด หัวหน้าตระกูลหลายคนเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง ตกดึกเจ้ายังพาทั้งครอบครัวมารังควานพวกเขาอีก เจ้าอยากให้คนในหมู่บ้านมองตระกูลอวิ๋นของเราอย่างไร?”
การตัดใครสักคนออกจากตระกูล ก็หมายความว่าคนคนนั้นไม่ใช่คนของตระกูลนี้ ไม่ใช่คนของบ้านนี้อีกต่อไปแล้ว!
คำพูดของผู้ใหญ่บ้านนั้นรุนแรง ทว่าตอนนี้คำพูดของหัวหน้าตระกูลรุนแรงยิ่งกว่า ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนหน้ามืด ร่างกายสั่นเทิ้ม เขาอาจจะเถียงกับผู้ใหญ่บ้านได้ แต่หัวหน้าตระกูลเล่า?
หัวหน้าตระกูลกำลังบอกทุกคนว่า อวิ๋นโส่วจงไม่ใช่คนของตระกูลอวิ๋น คนตระกูลอวิ๋นอย่างเขามิอาจไปสั่งสอนได้!
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเวียนหัว แต่เขายังไม่ยอมแพ้ เขาเป็นพ่อแท้ๆ ของอวิ๋นโส่วจงเชียวนะ ตั้งแต่โบราณกาล มีพ่อคนไหนที่ดุลูกไม่ได้บ้าง? “เจ้ารอง เจ้า… คิดอย่างไร?”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา “คิดอย่างไร? พ่อเมตตาบุตรกตัญญู ท่านพ่อต้องรักและเอ็นดูบุตรก่อน บุตรจึงจะกตัญญูต่อท่าน ท่านพ่อ ต่อไปนี้ข้าจะทำอย่างไร สิ่งสำคัญคือทัศนคติของท่านต่างหาก!”
เมื่อหัวหน้าตระกูลพูดแทนเขาขนาดนี้แล้ว อวิ๋นโส่วจงก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป ความหมายของเขานั้นชัดเจน หากอยากให้เขาเคารพ ก็ต้องทำให้ตัวเองคู่ควรแก่การเคารพ
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ดูเหมือนว่าเจ้ารองคนนี้จะไม่คิดว่าเขาเป็นพ่ออีกต่อไปแล้ว
แต่พอคิดถึงความทุกข์ทรมานที่เจ้าสี่ต้องเผชิญอยู่ในศาลาว่าการอำเภอ… ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ต้องฝืนทนความรู้สึกอยากจะเป็นลม ลดท่าทีลงแล้วเอ่ยขอร้องว่า “เจ้ารอง… พ่อรู้ว่าหลายปีมานี้เจ้าต้องทนทุกข์มากเพียงใด แต่ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็มีสายเลือดเดียวกัน เจ้ากับเจ้าสี่ก็เป็นพี่น้องกัน”
“พ่อไม่รู้ว่าเจ้าสี่สารเลวนั่นทำเรื่องงี่เง่าอะไรกับเจ้าบ้าง หากพ่อรู้ พ่อต้องห้ามปรามมันไว้แล้ว”
“เจ้ารอง เจ้าถือว่าเห็นแก่พ่อ เห็นแก่ที่พ่อแก่ชรา คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน พรุ่งนี้ไปที่ศาลาว่าการอำเภอ อธิบายให้ชัดเจน แล้วพาน้องสี่ของเจ้าออกมาได้หรือไม่?” ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วจงด้วยแววตาเว้าวอน แสดงท่าทีขอร้องอย่างชัดเจน
แต่เขาขอร้องอวิ๋นโส่วจงจริงๆ หรือ? อวิ๋นเจียวรู้ดี ตาแก่คนนี้เจ้าเล่ห์มาก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นพ่อ ต่อให้พวกนางจะแยกบ้านออกมา แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นก็เป็นพ่อของอวิ๋นโส่วจงอยู่ดี
การที่บิดาต้องมาอ้อนวอนบุตรชายต่อหน้าชาวบ้านเช่นนี้ หากบุตรชายไม่สนใจไยดี ย่อมไม่อาจหนีคำตำหนิ ผู้เฒ่าอวิ๋นกำลังใช้มีดอ่อน[1] เชือดคอ!
อวิ๋นโส่วจงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ท่านพ่อพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? เจ้าสี่ถูกจับเป็นความผิดของพวกเราอย่างนั้นหรือ? พวกเราต้องยอมรับว่าเป็นทาสที่หลบหนี และยอมให้พวกเขาจับไปแต่โดยดีอย่างนั้นหรือ?”
“อวิ๋นโส่วจู่เป็นลูกชายของท่าน ส่วนข้าอวิ๋นโส่วจงเป็นเพียงเด็กที่เก็บมาเลี้ยงอย่างนั้นหรือ?” คำพูดของอวิ๋นโส่วจงหนักแน่น ชัดเจน และเฉียบขาด หากท่านจะใส่ร้ายข้า งั้นข้าก็ใส่ร้ายท่านได้เช่นกัน!
ไม่ว่าใครก็หาใช่คนโง่งม! ผู้เฒ่าอวิ๋นอ้าปากพะงาบๆ แต่ก็พูดโต้แย้งไม่ออก เจ้ารองคนนี้… ดื้อรั้นจริงๆ!
บัดนี้เขาถึงได้เข้าใจอย่างแท้จริงว่า ครอบครัวของเจ้ารองไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กล้วนไม่ใช่คนที่เขาจะควบคุมได้!
เขาก้มหน้าด้วยความผิดหวัง ถอนหายใจยาว ดูท่าทีราวกับหดหู่ใจอย่างมาก ทว่าตอนที่เขากำลังจะหันหลังกลับ อวิ๋นโส่วจงกลับตกลงตามคำขอของเขา
เชิงอรรถ
[1] มีดอ่อน (软刀子) เปรียบถึงการกระทำหรือคำพูดที่ไม่รุนแรง แต่สามารถทำให้คนอื่นเจ็บปวดหรือลำบากใจอย่างมาก