ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 64 มองออก
อวิ๋นโส่วเย่ากลัวว่าหากปล่อยให้อวิ๋นเหมยเอ๋อร์กลับไปคนเดียว นางจะไปพูดจาใส่ร้ายพวกเขาต่อหน้าบิดา อีกอย่างตอนนี้อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ข้อเท้าถูกเสี่ยวไป๋กัดเป็นแผลหลายแห่ง เดินไม่ไหวแล้ว จึงสั่งอวิ๋นหลานเอ๋อร์ว่า “เจ้าไปแบกอาหญิงของเจ้ากลับไป”
อวิ๋นหลานเอ๋อร์ที่กำลังกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อยได้ยินดังนั้นก็ร้องโวยวาย อะไรนะ? ให้นางแบกอวิ๋นเหมยเอ๋อร์กลับไปหรือ? นางยอมไปเลื่อยไม้ให้บ้านลุงรองยังดีเสียกว่า!
ปรากฏว่าอวิ๋นโส่วเย่าถลึงตาใส่นาง “เจ้าไม่อุ้ม งั้นจะให้ข้าแบกเองหรือ? รีบไปอุ้มอาของเจ้าเสีย อย่าให้นางมาทำให้พื้นห้องเจียวเอ๋อร์สกปรก”
พอได้ยินว่ากลัวพื้นห้องเจียวเอ๋อร์สกปรก อวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบตรงไปแบกอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ แล้ววิ่งออกไปราวกับสายลม
ปราดเปรียวว่องไวไม่ชักช้ายืดยาดแม้แต่น้อย ทำเอาทุกคนในห้องมองตาค้าง แรงของเด็กสาวคนนี้ดูเหมือนจะเยอะกว่าพวกเด็กผู้ชายเสียอีก!
อวิ๋นโส่วเย่าหันไปบอกอวิ๋นโส่วจง “พี่รอง พวกพี่กินข้าวกันต่อเถิด ข้ากลับไปดูสักหน่อย จะได้พูดเรื่องราวทั้งหมดให้ชัดเจน”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “เช่นนั้นก็รบกวนน้องสามแล้ว”
อวิ๋นโส่วเย่ารีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่รบกวนๆ พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าไปก่อนนะ” กล่าวจบอวิ๋นโส่วเย่าก็รีบร้อนจากไป
เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า อวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็โยนอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ลงกลางลานบ้าน พอได้ยินเสียงร้องโอดครวญของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ เถาซื่อกับผู้เฒ่าอวิ๋นก็รีบเดินออกมาจากห้องโถง ส่วนอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อก็วิ่งออกมาจากห้องครัว และห้องของตัวเองเช่นกัน
เมื่อเห็นอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ทรุดตัวลงอยู่กลางลานบ้าน ข้อเท้ามีเลือดไหลออกมา เขาก็ตกใจจนร้องเสียงหลง “อ้าว เหมยเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป? เหตุใดเท้าถึงมีเลือดไหลเสียเล่า?”
“เกิดอะไรขึ้น? ลูกเหมยเอ๋อร์ของแม่ ไอ้คนน่าตายคนไหนมันทำกับลูกแม่แบบนี้!” เดิมทีใบหน้าของเถาซื่อก็ดูโหดร้ายอยู่แล้ว ตอนนี้พอถูกสุนัขกัดเป็นรอยเขี้ยวบนใบหน้า จึงยิ่งดูน่ากลัวกว่าเดิม
ตอนนี้พอเห็นเลือดไหลอาบเท้าของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ นางก็โกรธจนระเบิดอารมณ์ออกมา รีบคว้าไม้กวาดข้างๆ ขึ้นมาฟาดอวิ๋นหลานเอ๋อร์ทันที
แต่อวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นรังแกฝ่ายเดียว นางรีบหลบก่อนจะตะโกนอย่างไม่พอใจ “อาหญิงไปขโมยของเลยโดนสุนัขกัด ข้าอุตส่าห์หวังดีอุ้มนางกลับมา ท่านย่ายังจะมาตีข้าอีกหรือ?”
เสียงตะโกนของอวิ๋นหลานเอ๋อร์ที่ดังลั่นนั้น เรียกได้ว่าแหกปากเต็มกำลัง บ้านของตระกูลอวิ๋นเก่าไม่ได้สร้างอยู่เดี่ยวๆ แต่สร้างรวมอยู่กับบ้านหลังอื่นๆ ในหมู่บ้าน
เสียงตะโกนของนางดังจนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็ได้ยินกันเกือบหมด ไม่นานก็มีคนปีนกำแพงมาดู บางคนก็ถือถ้วยข้าวเดินมายืนดูเรื่องสนุกถึงหน้าประตูบ้าน
ใบหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋นพลันดำคล้ำราวกับก้นหม้อ “จะโวยวายอะไรกัน เรียกให้คนมาหัวเราเยาะหรือยังไง มีอะไรก็เข้าไปคุยกันในบ้านสิ”
ทว่าอวิ๋นเหมยเอ๋อร์กลับไม่ยอมทำตามที่ผู้เฒ่าอวิ๋นพูด เมื่อเห็นคนอื่นมามุงดู นางยิ่งอยากทำลายชื่อเสียงของพวกคนบ้านอวิ๋นโส่วจง จึงนั่งร้องไห้โวยวายอยู่กลางลานบ้าน
“ท่านพ่อ ข้าอุตส่าห์หวังดีไปแจ้งข่าวกับพวกเขา บอกว่าอีกสองสามวันโส่วหลี่จะกลับมาแล้ว ช่วยสอนหนังสือให้อวิ๋นฉี่เยว่ได้ แต่พี่รองกลับปล่อยสุนัขมากัดข้า! ท่านพ่อ ท่านรีบบอกพี่สี่ให้ไปตามหมอให้ข้าทีเถิด เท้าของข้าจะขาดแล้ว! ฮือๆๆ…”
พอได้ยินอวิ๋นเหมยเอ๋อร์พูดเช่นนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่สนใจคำพูดของอวิ๋นหลานเอ๋อร์ คิดเพียงว่าอวิ๋นโส่วจงและครอบครัวไม่รู้ดีชั่ว เขาอุตส่าห์เห็นแก่ความสัมพันธ์ของครอบครัว แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ
“เจ้าสี่ รีบไปตามหมอให้น้องสาวของเจ้าเร็วเข้า หลิ่วซื่อ รีบพยุงน้องสาวเจ้าเข้าไปในบ้านเร็วๆ”
อวิ๋นหลานเอ๋อร์ไม่มีทางยอมให้คนอื่นใส่ร้ายบ้านลุงรอง จึงรีบตะโกน “ท่านปู่ อาหญิงโกหก ลุงรองไม่ได้ปล่อยสุนัขมากัดนางเสียหน่อย แต่นางนั่นแหละที่แอบเข้าไปขโมยชุดในห้องเจียวเอ๋อร์ ถึงได้โดนสุนัขกัด”
ผู้เฒ่าอวิ๋นอยากจะฟาดมือใส่เด็กคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ไม่เห็นหรือไงว่ารอบๆ ตัวมีแต่คนมามุงดูเรื่องสนุก? คิดว่าตระกูลอวิ๋นเก่ายังขายหน้าชาวบ้านเขาไม่พออีกหรือ?
“หลานเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าทุกวันเจ้าได้กินของอร่อยๆ ที่บ้านลุงรองของเจ้า แต่อย่าลืมว่าเจ้าก็เป็นหลานสาวตระกูลอวิ๋นเก่า หากเจ้าใส่ร้ายอาหญิงของเจ้าเช่นนี้ ระวังต่อไปจะไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย!”
เถาซื่อก็ด่าตาม “ยัยเด็กสารเลวปากพล่อย อวิ๋นโส่วจงไอ้คนใจดำนั่นให้สินบนอะไรเจ้า ถึงได้มาใส่ร้ายอาหญิงของเจ้าเช่นนี้? เจ้ามันยัยเด็กโง่เง่าหัวสมองโดนประตูหนีบ เจ้าใส่ร้ายอาหญิงของเจ้า ทำลายชื่อเสียงของนางเช่นนี้ ต่อไปเจ้าก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แต่งงานกับตระกูลดีๆ สภาพอย่างเจ้าน่ะ คงไม่พ้นไปเป็นหญิงในหอนางโลมให้คนย่ำยี!”
อวิ๋นโส่วเย่าเพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน ก็ได้ยินบิดามารดาด่าทอบุตรสาวของตนเช่นนี้ ความรู้สึกเย็นเยียบแผ่กระจายในใจทันที โทสะพลันพลุ่งพล่าน นี่หรือคือพ่อแม่ของเขา กล้าสาปแช่งบุตรสาวของเขาว่าเป็นหญิงโคมเขียวได้ลงคอ!
เพื่อปกป้องชื่อเสียงของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ที่ทำเรื่องสกปรกเอง ถึงกับต้องทำลายชื่อเสียงของบุตรสาวของเขาเช่นนี้? นี่หรือคือพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าของเขา!
“จะเข้าไปทำไมเล่า? มีคำพูดอะไรที่พูดให้ชัดเจนต่อหน้าชาวบ้านทุกคนไม่ได้หรือ?”
“โส่วเย่า เหมยเอ๋อร์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจ้าเชียวนะ! คลานตามกันออกมาจากท้องแม่แท้ๆ!” ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นอวิ๋นโส่วเย่ากลับมา แต่กลับขวางไม่ให้หลิ่วซื่อพยุงอวิ๋นเหมยเอ๋อร์เข้าไปในบ้าน ก็โกรธจนควันออกหู
อวิ๋นโส่วเย่ายิ้มเยาะ “ท่านพ่อ หลานเอ๋อร์ก็เป็นบุตรสาวแท้ๆ ของข้า! มีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกคำพูดของอวิ๋นโส่วเย่าตอกกลับจนพูดไม่ออก เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ปากไวเกินไป แต่ใครจะไปรู้ว่า อวิ๋นโส่วเย่าจะเดินตามหลังอวิ๋นหลานเอ๋อร์เข้ามา
เถาซื่อด่าว่า “เจ้าคลานออกมาจากท้องข้า ข้ายังด่าเจ้าได้ แล้วทำไมข้าจะด่าลูกสาวของเจ้าไม่ได้? เจ้ามันไอ้ลูกอกตัญญู! อวิ๋นโส่วจงไอ้คนใจดำนั่นมันให้สินบนอะไรเจ้า ถึงได้ทำให้เจ้าไม่เห็นหัวพ่อแม่ แม้แต่น้องสาวแท้ๆ ของตัวเองก็ยังไม่สนใจ!”
ดวงตาของอวิ๋นโส่วเย่าเย็นชา น้ำเสียงก็เย็นเยียบราวกับสายลมที่พัดผ่านหิมะในฤดูหนาว “พี่รองไม่ได้ให้สินบนอะไรข้า อย่างน้อยๆ พี่รองก็ทำให้พวกข้าได้แยกบ้านออกมาอยู่เอง ต่อจากนี้ไปก็ไม่มีใครมารังแกภรรยากับลูกๆ ของข้าได้อีก!”
จากนั้นเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เถาซื่อโต้กลับ กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด “หลานเอ๋อร์พูดถูก พวกเราทุกคนเห็นกับตาว่า อวิ๋นเหมยเอ๋อร์แอบเข้าไปขโมยเสื้อผ้าในห้องเจียวเอ๋อร์ ถึงได้โดนเสี่ยวไป๋กัด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก็ร้อนรนทันที คำพูดของอวิ๋นหลานเอ๋อร์ทุกคนอาจจะไม่เชื่อ เพราะนางเป็นแค่เด็ก แต่ตอนนี้อวิ๋นโส่วเย่ายังพูดว่านางขโมยของ ทุกคนต้องเชื่อแน่ๆ
นางพลันร้องไห้โวยวาย “ท่านโกหก! ข้าไปที่บ้านพี่รอง เพื่อบอกพวกเขาว่าอีกสองสามวันโส่วหลี่จะกลับมาพักผ่อนที่บ้าน และจะช่วยสอนหนังสือให้อวิ๋นฉี่เยว่ได้!”
อวิ๋นโส่วเย่ายิ้มเยาะ “ใช่ เจ้าไปบอกข่าวก็จริง แต่เจ้าบอกว่าต้องให้บ้านพี่รองจ่ายเงินให้เจ้ายี่สิบตำลึงเงิน และผ้าต่วนสีสันสดใสอีกสี่พับ ถึงจะให้โส่วหลี่สอนหนังสือให้ฉี่เยว่”
“บ้านพี่รองหาใช่คนโง่ ค่าเล่าเรียนของอาจารย์แค่หนึ่งภาคการเรียนจะสักเท่าไหร่เชียว? โส่วหลี่แค่สอนหนังสือให้ฉี่เยว่ครั้งเดียว เจ้ากล้าเรียกตั้งยี่สิบตำลึงเงิน! ในเมื่อโส่วหลี่รับค่าสอนแพงกว่าอาจารย์ คงเก่งกว่าอาจารย์เสียแล้ว จะยังไปเรียนที่สำนักศึกษาทำไมอีก?”
คำพูดของอวิ๋นโส่วเย่า ทำเอาทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันฮือฮา ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทา แหม่ กล้าเรียกจริงๆ ยี่สิบตำลึงเงินเชียวนะ!”
“แถมยังมีผ้าต่วนสีสันสดใสอีกสี่พับ!”
“ข้าว่าหากอาจารย์ของอวิ๋นโส่วหลี่รู้ว่าวิชาความรู้ของศิษย์ตนมีค่าถึงเพียงนี้ คงต้องหันกลับมาขอคำชี้แนะจากเขาบ้างแล้วกระมัง?”
“นั่นสิ ไม่แน่ว่าอาจจะยกสำนักศึกษาให้เขาดูแลเลยก็ได้”