ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 95 น้ำลด
ได้ยินดังนั้นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็จ้องมองด้วยสายตาเย็นชา “อย่าได้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการ หากมีครั้งต่อไป จะจับขังคุก!” อวิ๋นโส่วจู่ได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นด้วยความกลัว รีบกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
เดิมทีเถาซื่อพอได้ยินอวิ๋นโส่วจู่ตะโกนดังลั่น สมองก็แล่นทันที ใช่แล้ว อวิ๋นโส่วจงถูกจับแล้ว ทรัพย์สินของเขาก็น่าจะเป็นของตาแก่นี่ มีสิทธิ์อะไรมายึดงั้นหรือ นางกำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินคำพูดของหัวหน้าคนนั้น พลันตกใจจนไม่กล้าส่งเสียง
ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกเสียดาย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาเสียดายลูกหลานหรือเสียดายทรัพย์สิน บางทีอาจจะทั้งสองอย่าง เพียงแต่สัดส่วนของแต่ละอย่างเป็นเช่นไรนั้น ไม่มีใครล่วงรู้ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์มีสีหน้าสะใจ จ้องมองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาเยาะเย้ย
ชาวบ้านต่างก็รู้สึกเสียดายครอบครัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าตระกูลหรือผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนต่างก็มีสีหน้าสงสาร แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ พบของกลางแล้ว จะแก้ตัวอย่างไรได้ เกรงว่าคงอธิบายไม่ได้แล้ว!
น่าเสียดายจริงๆ อวิ๋นโส่วจงและครอบครัวเป็นคนดีมากแท้ๆ ฐานะก็ร่ำรวย ตอนนี้ไม่เพียงแต่จะสูญเสียทรัพย์สินไปทั้งหมด แถมคนในบ้านยังต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายกันทั้งครอบครัว!
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่กำลังจะมาจับตัวนาง อวิ๋นเจียวก็ร้องไห้โฮ อวิ๋นหลานเอ๋อร์และอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างๆ นาง จับมือนางไว้แน่น นอกจากนี้แม้ว่าจะไม่อยากให้นางถูกจับ แต่พวกนางก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หวาดกลัวว่าอวิ๋นเจียวจะถูกจับตัวไป
“ฮือๆ… ข้าแค่ฝังของเล่นไว้เล่นๆ พวกท่านจะจับข้าทำไม! ฮือๆ… เอาของเล่นของข้าคืนมา!”
“หนูน้อยอย่าพูดเพ้อเจ้อเลย ของเล่นอะไรกัน นี่มันคือตราประทับส่วนตัวของท่านนายอำเภอชัดๆ!” ผู้ดูแลจางเยาะเย้ย
อวิ๋นโส่วจงแสยะยิ้ม “ที่แท้เจ้าหน้าที่ของอำเภอจิ่วจิ้นก็ทำคดีแบบนี้นี่เอง ช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก เพียงแค่เห็นกล่องใบหนึ่งก็บอกว่าข้างในเป็นตราประทับส่วนตัวของท่านนายอำเภอ! หรือว่าพวกท่านมีญาณวิเศษ? เป็นนักพรตจากเขาหลงหู่งั้นรึ?”
ได้ยินดังนั้นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็โกรธจัด “ใกล้ตายแล้วยังปากแข็งอีก งั้นข้าจะให้ทุกคนได้ดูชัดๆ ดูซิว่าพวกเจ้าถูกใส่ร้ายหรือไม่! ผู้ดูแลจาง ทางร้านยาจี้เหรินถังของพวกเจ้าเป็นผู้เสียหาย เจ้ามาเปิดกล่องใบนี้ออก!”
เรื่องที่ร้านยาจี้เหรินถังช่วยท่านนายอำเภอแกะสลักตราประทับส่วนตัว แต่ตราประทับยังไม่ทันส่งมอบให้ท่านนายอำเภอก็ถูกขโมยไป เรียกว่าร้านยาจี้เหรินถังเป็นผู้เสียหายก็ไม่ผิด
ผู้ดูแลจางรีบรับกล่องไม้จากหัวหน้าคนนั้น “ขอรับ!” เขายกกล่องขึ้น จงใจโบกไปมาให้ชาวบ้านดู จากนั้นก็มองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาเยาะเย้ย “ข้าจะให้เจ้าตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”
อวิ๋นเจียวมีสีหน้าหวาดกลัว “อย่าเปิด ข้างในนั้นข้าซ่อนของอันตรายเอาไว้ จะทำร้ายคนได้!”
ได้ยินดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลจางหรือเจ้าหน้าที่ต่างก็หัวเราะเยาะ หนูน้อย กลัวแล้วสิท่า! กลัวว่าเปิดกล่องออกแล้วจะเจอของกลางที่ทำให้ครอบครัวเจ้าถูกตัดสินว่ามีความผิดใช่ไหมล่ะ? ขอโทษด้วย วันนี้พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อจุดประสงค์นี้!
ปฏิกิริยาของอวิ๋นเจียวทำให้ชาวบ้านต่างก็สงสัย หรือว่าจะเป็นอย่างที่ผู้ดูแลคนนั้นพูด ตราประทับส่วนตัวของท่านนายอำเภอถูกเด็กน้อยคนนี้ขโมยไปจริงๆ?
โอ๊ย ใช่แน่ๆ ไม่งั้นเหตุใดนางต้องกลัวคนอื่นเห็นด้วยเล่า? เพราะแบบนี้ไง ถึงไม่ควรตามใจเด็กผู้หญิงมากเกินไป อีกหน่อยก็ต้องออกเรือนไป เป็นคนของบ้านคนอื่น ตามใจไปแล้วได้ประโยชน์อะไร?
ดูสิ ตามใจจนเสียคน ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ สร้างความเดือดร้อนใหญ่หลวงให้กับครอบครัว! นี่มันเคราะห์ร้ายที่ทำให้ครอบครัวล่มสลายเลยนะ!
น่าสงสารอวิ๋นโส่วจง ทำงานหนักเก็บหอมรอมริบอยู่ที่เมืองหลวงมาตั้งยี่สิบปี เพิ่งกลับมาบ้านเกิดมาเชิดชูวงศ์ตระกูลได้ไม่กี่วัน ก็ถูกบุตรสาวที่ตนเองเลี้ยงดูอย่างตามใจ ทำลายจนหมดสิ้นเช่นนี้หรือ?
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์หากไม่รู้สึกเสียดายและสงสาร ก็สะใจอยู่ลึกๆ บางคนที่สนิทสนมก็เป็นกังวลแทนพวกเขา
แต่อวิ๋นเจียวพูดประโยคนี้ออกมา กลับมีสองคนที่รู้สึกโล่งใจ คนหนึ่งคืออาจารย์ตั่ง ส่วนอีกคนคือจางหลิง อาจารย์ตั่งอยู่กับครอบครัวนี้มานาน จึงรู้จักนิสัยซุกซนของอวิ๋นเจียวเป็นอย่างดี ขณะที่อวิ๋นเจียวร้องไห้บอกว่าอย่าเปิดกล่อง เขาจึงไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นประกายแวบหนึ่งในแววตาของนาง
ส่วนจางหลิงก็เห็นประกายในแววตาแวบนั้นเช่นกัน เพียงแต่ที่เขาโล่งใจไม่ใช่เพราะเชื่อใจอวิ๋นเจียว แต่เป็นเพราะเชื่อมั่นในท่านโหวของพวกเขา เด็กสาวที่ท่านโหวเป็นห่วงเช่นนี้ ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดา
ผู้ดูแลจางมองอวิ๋นเจียวอย่างลำพองใจ ราวกับมองนางทะลุปรุโปร่ง เขาหัวเราะลั่น “ไม่ให้เปิดหรือ เจ้าฝันไปเสียเถิด! วันนี้ข้าจะให้ทุกคนได้เห็น จะเปิดโปงธาตุแท้ของโจรน้อยเช่นเจ้า!” กล่าวจบ เขาก็เปิดกล่องไม้ออกมา
ทันทีที่เปิดกล่อง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้าง เกือบจะในเวลาเดียวกัน เขาก็โยนกล่องทิ้งแล้วเอามือกุมตาไว้ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ทุกคนมองเห็นชัดเจน ในพริบตาที่เขาเปิดกล่องออก งูตัวเล็กสีเขียวมรกตก็พุ่งออกมา จากนั้นก็มีน้ำสีแดงพุ่งเข้าตาผู้ดูแลจาง ผู้ดูแลจางเอามือกุมตาไว้ กลิ้งไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
ใบหน้าของหัวหน้าและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ พลันดำคล้ำ ไอ้โง่! เจ้าไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว รับรองว่ามาถึงก็เจอคนร้ายกับของกลางเลยหรือไง?
อวิ๋นเจียวเอ่ยขึ้นอย่างใสซื่อ “ท่านลุง ข้าบอกท่านแล้วนะเจ้าคะ ว่าข้างในมีของอันตราย ท่านไม่เชื่อเอง!”
ตอนนี้กลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี? จับคนหรือ? ล้อกันเล่นหรือไง สิ่งที่เจอไม่ตรงกับของกลาง พวกเขาตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว นั่นไม่ใช่งูจริงๆ แต่ทำจากวัสดุบางอย่างที่ไม่รู้จัก ปากของงูปลอมยังมีน้ำพริกติดอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตาของผู้ดูแลจางที่บาดเจ็บต้องโดนน้ำพริกแน่ๆ
ตอนนี้ชาวบ้านต่างก็โวยวาย พากันรุมประณาม เจ้าหน้าที่จะมาจับเด็กน้อยเพียงเพราะนางแอบซ่อนของเล่นเอาไว้แกล้งคน นางทำผิดอะไรกัน?
หัวหน้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าตนเองทำให้ชาวบ้านโกรธ ก็เริ่มหวั่นใจ ตอนนี้เขาไม่กล้าจับอวิ๋นโส่วจงและครอบครัวไปแล้ว จึงได้แต่สั่งลูกน้อง “รีบพาเขาไปล้างตา แล้วถามเขาว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
“ขอรับ!” เจ้าหน้าที่สองนายรีบขานรับ แล้วพาผู้ดูแลจางไปล้างตา
อวิ๋นโส่วจู่กับภรรยาทำหน้าเหวอ หลิ่วซื่อแอบดึงแขนเสื้อของอวิ๋นโส่วจู่เบาๆ แล้วถามเสียงต่ำว่า “ท่านไม่ได้บอกว่าวันนี้บ้านพี่รองต้องซวยแน่ๆ หรือ? ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?”
ตอนนี้อวิ๋นโส่วจู่ยังคงมึนงงอยู่ เมื่อได้ยินหลิ่วซื่อถาม เขาจึงตบหน้านางฉาดใหญ่ หลิ่วซื่อถูกตบจนร้องไห้โฮ ชาวบ้านต่างก็มองมาด้วยความแปลกใจ
ตอนแรกที่มั่นใจว่าบ้านอวิ๋นโส่วจงมีความผิด อวิ๋นโส่วจู่กับภรรยาต่างก็มีสีหน้าเปี่ยมสุข ยิ้มจนแก้มแทบปริ ตอนนี้พอเห็นว่าสิ่งที่ขุดขึ้นมาเป็นเพียงของเล่นที่เด็กน้อยซ่อนเอาไว้แกล้งคน เขาก็มีสีหน้าเศร้าหมองราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญ คงยากที่จะไม่ให้คนสงสัย ว่าแท้จริงแล้วเขานั่นแหละที่เป็นคนเจ้าเล่ห์และใจดำที่สุด
หลิ่วซื่อต่อให้โง่แค่ไหน ก็ไม่กล้าพูดสิ่งที่อยากจะถามออกมาต่อหน้าคนมากมาย ได้แต่นั่งยองๆ ร้องไห้โฮอยู่บนพื้น ส่วนเถาซื่อกับอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ไม่รู้ความจริง เพียงแค่ไม่พอใจที่อวิ๋นโส่วจงรอดพ้นจากความผิดเท่านั้น
ส่วนลึกในใจผู้เฒ่าอวิ๋นก็โล่งใจ เขามองเถาซื่อที่แสดงสีหน้าไม่พอใจ จึงเอ่ยตำหนิเบาๆ ว่า “เจ้ารองส่งเงินให้เรายี่สิบตำลึงเงินทุกปี หากเขาเกิดเรื่องขึ้น เจ้าจะไปหาเงินยี่สิบตำลึงเงินจากที่ไหน? เจ้าห้าไปเรียนหนังสือจะยังเอาเงินอยู่หรือไม่?” ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเถาซื่อจึงดีขึ้นเล็กน้อย