ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 96 ตอผุด
ผู้ดูแลจางล้างตาอยู่พักใหญ่ ดวงตาจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ดวงตาที่ถูกพริกป่นเข้าไปแดงก่ำราวกับกระต่าย เบ้าตาก็แดงช้ำ
เมื่อเขากลับมาถึงหน้าบ้านตระกูลอวิ๋นพร้อมกับเหล่าเจ้าหน้าที่ทางการ ก็ชี้หน้าด่าอวิ๋นเจียวว่า “เป็นเจ้าแน่ๆ เจ้าต้องเป็นคนเอาตราประทับไปซ่อน!”
อวิ๋นเจียวทำท่าทางหวาดกลัว อวิ๋นหลานเอ๋อร์รีบเข้ามาบังนางไว้ อวิ๋นโส่วจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จับโจรต้องมีหลักฐาน ผู้ดูแลจางจะใส่ร้ายพวกเราด้วยปากเปล่าๆ คงไม่ได้! ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดผู้ดูแลจางถึงมั่นใจว่าในกล่องใบนั้นต้องเป็นตราประทับ? หรือว่าเจ้าเป็นคนเอาไปฝังเอง?”
สิ้นคำพูดของอวิ๋นโส่วจง ชาวบ้านก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน “ใช่ๆ นี่มันจงใจใส่ร้ายเขาชัดๆ เลยมิใช่หรือ?!”
“นั่นน่ะสิ มิเช่นนั้นเหตุใดเขาถึงยืนยันว่าข้างในเป็นตราประทับเล่า?”
“กล้าใส่ร้ายคนอื่นกลางวันแสกๆ ช่างใจกล้าเสียจริง!”
“นั่นสิ ไม่เจอของ แล้วยังยืนยันว่าเด็กคนนั้นขโมยไป ดูสิ เด็กคนนั้นหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว”
ขณะนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็ก้าวออกมา เขาประสานมือคำนับหัวหน้าเจ้าหน้าที่แล้วเอ่ยว่า “หัวหน้าเฉิน อวิ๋นโส่วจงพูดถูก จับโจรต้องมีหลักฐาน พวกท่านยังหาตราประทับของท่านนายอำเภอที่พวกท่านกล่าวอ้างไม่เจอ เช่นนั้นก็ไม่สามารถตัดสินว่าครอบครัวอวิ๋นโส่วจงมีความผิดได้!”
หัวหน้าเจ้าหน้าที่มีสีหน้าเคร่งขรึม เขาพยายามระงับโทสะ ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเรากลับกัน!”
อวิ๋นโส่วจงร้องห้าม “ช้าก่อน ข้าจำได้ว่าท่านหัวหน้าเคยพูดต่อหน้าชาวบ้านว่า หากหาของไม่เจอ จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับพวกเรา ข้าวของในบ้านของพวกข้าถูกพวกท่านทำพังเสียหายหมดแล้ว!”
สิ้นคำพูดของอวิ๋นโส่วจง ครอบครัวของอวิ๋นโส่วกวง อวิ๋นโส่วเย่ากับภรรยา และคนงานทั้งห้าคนก็มายืนขวางหัวหน้าเจ้าหน้าที่อยู่ด้านหน้า ชาวบ้านก็ไม่ยอมแยกย้ายกันไป ต่างก็ล้อมพวกเขาเอาไว้
“ถูกต้อง พวกเราได้ยินที่ท่านเจ้าหน้าที่พูด!”
“ใช่ๆ เหลือแค่รื้อถอนบ้านเท่านั้น ดูสิ แม้แต่ชามก็ยังถูกทุบจนแตก!”
“จะหากล่องก็หากล่องไปสิ ทุบชามทำไมเล่า หรือว่ากล่องใบใหญ่ขนาดนั้นจะซ่อนอยู่ในชามได้!”
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ เหล่าเจ้าหน้าที่ประเดี๋ยวหน้าดำหน้าแดง เมื่อถูกชาวบ้านรุมประณาม ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ที่มักจะวางอำนาจเหนือผู้อื่น แต่เมื่อถูกชาวบ้านรุมประณามเช่นนี้ ต่อให้เป็นนายอำเภอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เจ้าคงไม่มีทางจับกุมชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไปได้หรอก ใครจะกล้าทำเช่นนั้นกันล่ะ?
ผู้ดูแลจางร้อนใจ เขาตะโกนเสียงดังว่า “นี่มันเป็นกล่องที่ข้าใช้เก็บตราประทับชัดๆ แต่ของข้างในกลับเปลี่ยนไป ถ้าไม่ใช่ยัยเด็กนี่เอาของไปเปลี่ยน แล้วเหตุใดกล่องถึงยังคงเป็นกล่องใบเดิม?”
“เรื่องนี้ข้าสามารถไปตามช่างแกะสลักตราประทับมายืนยันได้ กล่องใบนี้ข้าเป็นคนเลือกเอง! กล่องดีๆ เช่นนี้ พวกเจ้าที่เป็นเพียงเจ้าของที่ดินจะมีได้อย่างไร? ต่อให้มี จะให้เด็กเอาไปเล่นได้อย่างไร?”
อวิ๋นเจียวโผล่หน้าออกมาจากหลังอวิ๋นหลานเอ๋อร์ แล้วเอ่ยว่า “ไม่ใช่ กล่องใบนี้เป็นของข้า ทางร้านฝูหรงเซวียนมอบให้ข้า”
เมื่อพูดถึงร้านฝูหรงเซวียน ชาวบ้านก็เชื่อทันที เพราะบ้านตระกูลอวิ๋นโส่วจงทำการค้าขายกับร้านฝูหรงเซวียน
หัวใจของหัวหน้าเจ้าหน้าที่กระตุกวูบ เบื้องหลังร้านฝูหรงเซวียนเป็นผู้ที่มีอำนาจมาก ต่อให้นายอำเภอของพวกเขาได้พบเจอหลงจู๊ของร้านฝูหรงเซวียน ก็ยังต้องสุภาพอ่อนน้อม อะไรกัน ครอบครัวนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับร้านฝูหรงเซวียนงั้นหรือ?
เขาครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เจ้าของที่ดินในชนบทอย่างพวกเขา อย่างมากก็แค่ซื้อของที่ร้านฝูหรงเซวียน อาจจะเป็นเพราะซื้อเยอะ ทางร้านเลยแถมของเล็กๆ น้อยๆ ให้เด็กผู้หญิงเอาไปเล่นก็อาจจะเป็นไปได้
แต่หากบอกว่าครอบครัวนี้มีความเกี่ยวข้องกับร้านฝูหรงเซวียน เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด เมื่อคิดได้เช่นนั้น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการก็สบายใจ
ด้านผู้ดูแลจางได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ “ถุ้ย ร้านฝูหรงเซวียนมอบให้หรือ ไยเจ้าไม่บอกว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ประทานให้เสียเลยเล่า? กล่องใบนี้เป็นกล่องที่ใช้เก็บตราประทับของท่านนายอำเภอชัดๆ ลายกิเลนน้อมส่งบุตรบนกล่องใบนี้ข้าเป็นคนเลือกเองกับมือ!”
อนุภรรยาของพวกเขากำลังตั้งครรภ์บุตรของนายอำเภอ เพื่อความเป็นสิริมงคล เขาจึงเลือกลายกิเลนน้อมส่งบุตรโดยเฉพาะ
อวิ๋นเจียวพูดว่า “บนกล่องของข้าสลักลายสาลิกาเริงร่า ไม่เชื่อท่านล้างให้สะอาดแล้วค่อยดูสิ”
“ฮึ ข้าจะให้เจ้าตายตาหลับ เอาน้ำมา!” ผู้ดูแลจางพูดด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาถูกอวิ๋นเจียวเล่นงานจนเกือบตาบอด ในใจอยากจะฉีกนางเป็นชิ้นๆ เสียเดี๋ยวนี้
ทันใดนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ทางการนำน้ำมาให้หนึ่งกะละมัง ผู้ดูแลจางโยนกล่องลงไปในน้ำ เจ้าหน้าที่ทางการล้างกล่องให้สะอาด ก่อนจะหยิบขึ้นมาดู ลายสาลิกาเริงร่า!
ผู้ดูแลจางตกตะลึงในทันที อวิ๋นโส่วจู่ก็ตกตะลึงเช่นกัน! เป็นแบบนี้ได้อย่างไร? เขาฝังเอาไว้ที่คอกวัวแท้ๆ…
หัวหน้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าเรื่องราวเริ่มควบคุมไม่ได้ จึงรีบสั่งการอย่างเด็ดขาด “จับคนที่แจ้งความเท็จ!” จากนั้นหันไปบอกอวิ๋นโส่วจง “ส่วนเรื่องค่าเสียหายของพวกเจ้า หลังจากที่ศาลาว่าการพิจารณาคดีนี้เสร็จสิ้นแล้ว จะให้คำตอบกับพวกเจ้าอย่างแน่นอน!”
รอจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น เรื่องนี้ก็คงจบลง ส่วนคำตอบ ก็รอกันต่อไปเถิด
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทางการนำกุญแจมือมาใส่ ผู้ดูแลจางที่กำลังตกตะลึงจึงได้สติ เขารีบตะโกนว่า “หัวหน้าเฉิน ตราประทับของท่านนายอำเภอหายไปจริงๆ ข้ามิได้แจ้งความเท็จ ส่วนเบาะแสนี้อวิ๋นโส่วจู่เป็นคนบอกข้ามา เขาบอกว่าตราประทับอยู่ที่คอกวัวในบ้านของอวิ๋นโส่วจง”
“ข้าเห็นว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน เขาคงต้องเห็นบ้านพวกเขาฝังของผิดกหมายไว้ถึงได้มาบอกข้า! ฉะนั้นข้าจึงรีบพาท่านมาที่นี่! ข้าไม่ได้แจ้งความเท็จนะ!”
สิ้นคำพูดของเขา ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ที่แท้เรื่องนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับอวิ๋นโส่วจู่จริงๆ! ไอ้หมอนี่ ใจคอโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจู่ก็ร้อนใจ “โกหก! ท่านหัวหน้า เขาโกหก! ไม่ใช่ข้านะขอรับ!”
ผู้ดูแลจางยืนกราน “เป็นเจ้านั่นแหละ! ไม่ใช่เจ้าแล้วข้าจะพาคนมาที่นี่ได้อย่างไร?” พูดไปก็ส่งสายตาให้อวิ๋นโส่วจู่ไปด้วย
ให้เบาะแสผิดพลาด ก็เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด ถึงตอนนั้นศาลาว่าการคงจะลงโทษสถานเบา ผลลัพธ์ย่อมดีกว่าการแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสี อย่างไรก็ตาม เขาประเมินสติปัญญาของอวิ๋นโส่วจู่สูงเกินไป
เมื่อเห็นผู้ดูแลจางไม่รับผิดชอบ อวิ๋นโส่วจู่ก็ไม่สนใจอะไรอีก เขาตะโกนเสียงดังว่า “โกหก ท่านโกหก ท่านสัญญาว่าจะให้เงินข้าหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ให้ข้าเอาของไปซ่อนที่บ้านอวิ๋นโส่วจง!”
“ท่านต้องใส่ร้ายข้าแน่ๆ ข้าบอกท่านเพียงคนเดียวว่าฝังของไว้ที่ไหน ท่านกับอวิ๋นโส่วจงร่วมมือกันใส่ร้ายข้า! มิเช่นนั้นพวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่ามีของอยู่ในคอกวัว จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องสับเปลี่ยนของ!”
ต้องเป็นแบบนี้ ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ!
“ท่านหัวหน้า ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้า ผู้ดูแลจางกับอวิ๋นโส่วจงร่วมมือกันใส่ร้ายข้า!”
ทุกคน: …
ใส่ร้ายพี่น้องของตัวเอง! ช่างเลวทรามยิ่งนัก!
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าอวิ๋นโส่วจู่ฉาดใหญ่ อวิ๋นโส่วจู่ถูกตบจนมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะได้สติกลับมา
เขาเอามือกุมใบหน้า ตะโกนด้วยความโกรธแค้นและไม่ยอมรับ “ท่านพ่อ ท่านตบข้าหรือ พี่รองร่วมมือกับคนนอกใส่ร้ายข้า ท่านยังมาตบข้าอีก!”