ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 133 บทพูดรอบที่สอง
ตอนที่ 133 บทพูดรอบที่สอง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลี่หรงทำโจ๊กหมู พร้อมกับนึ่งซาลาเปา แล้วนำไปที่โรงพยาบาล
โจ๊กหมูเธอทำมาให้อาจารย์หยวน แต่ตอนนี้เขายังไม่ตื่น
จ้าวชิงซงนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ เมื่อถูกลี่หรงสะกิดเบา ๆ เขาก็หันไปมอง เธอยกของในมือขึ้น แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “คุณกินข้าวก่อนสิคะ”
จ้าวชิงซงยกมือทั้งสองลูบหน้าแรง ๆ เพื่อให้ตื่น พลางลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำด้วยน้ำเย็น ก่อนจะกลับมากินมื้อเช้าของภรรยา
เขากินซาลาเปากับโจ๊กพร้อมกัน ด้วยดวงตาแดงก่ำ เหมือนว่าเขาจะนอนไม่หลับทั้งคืน ลี่หรงรู้สึกสงสาร จึงถามอีกฝ่ายว่าเขาอยากจะกลับบ้านไปนอนพักผ่อนก่อนไหม
จ้าวชิงซงส่ายหน้า “ผมต้องไปจุดขายส่งก่อนครับ มีหลายอย่างต้องทำ ถ้าผมไม่ไปอาจจะยุ่งได้ครับ”
ลี่หรงจึงบอกเพียงว่า “รีบไปรีบมานะคะ ไว้กลับมาแล้วคุณไปนอนพักที่ร้านก่อนก็ได้ค่ะ”
จ้าวชิงซงพยักหน้า แล้วชี้ไปที่โต๊ะข้างเตียง “มีขวดใส่น้ำร้อนตั้งอยู่ตรงนั้น คุณไปเอาน้ำร้อนได้ที่สุดทางเดินนะครับ เดี๋ยวอาจารย์หยวนต้องดื่มน้ำด้วย คุณจะยุ่งแค่ตอนเช้า พอตอนบ่ายก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วครับ”
ทันทีที่เขาจากไป ลี่หรงมองขวดใส่น้ำร้อน เห็นน้ำในนั้นเกือบจะหมดแล้ว เธอจึงลุกไปเติมน้ำร้อนมาใหม่
เมื่อกลับมาที่ห้องพักคนไข้อีกครั้ง อาจารย์หยวนก็ตื่นแล้ว
ลี่หรงเรียกเขา พลางแตะแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ทำให้รู้ว่าน้ำในแก้วเย็นลงแล้ว เธอจึงเทน้ำเดิมออกแล้วรินน้ำร้อนลงไปแทน
“มาแต่เช้าเลยเหรอ?” อาจารย์หยวนพยายามลุกขึ้นนั่ง
ลี่หรงเข้าไปช่วยพยุง “อาจารย์จะลุกเหรอคะ?”
“อืม จะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำแล้วแปรงฟันน่ะ” อาจารย์หยวนบ่น “คนแก่จะรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ ถ้าต้องนอนอยู่กับที่เฉย ๆ ตั้งสองวัน”
อาจารย์หยวนไม่มีปัญหากับการเดิน หลังจากที่ลุกจากเตียงได้แล้ว เขาก็เดินไปเองได้ ลี่หรงจึงเปิดกล่องอาหารกลางวัน แล้วหยิบโจ๊กที่อยู่ข้างในออกมา
ป้าคนหนึ่งที่นอนบนเตียงข้าง ๆ ถามลี่หรงด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “หนูเป็นลูกสาวของลุงหยวนเหรอจ๊ะ?”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “ฉันเป็นนักศึกษาของเขาค่ะ”
เมื่ออาจารย์หยวนออกมา ป้าคนนั้นก็เริ่มชมต่อหน้าลี่หรงว่า “เป็นอาจารย์นี่ดีจริง ๆ ลุงหยวน คุณโชคดีมากเลยนะ เมื่อวานคนเช่าบ้านก็มาดูแลคุณอย่างเต็มที่ และวันนี้ก็มีนักศึกษามาช่วยดูแลอีกคน”
อาจารย์หยวนยิ้มอย่างสดใส “คนนี้เป็นทั้งนักศึกษาและคนเช่าบ้านของผมด้วย ชายหนุ่มคนเมื่อคืนนี้เป็นสามีของเธอครับ”
“อ้าว!” ป้าคนนั้นแปลกใจมาก “มีแต่คนดี ๆ เข้ามาให้รู้จักทั้งนั้นเลย”
ลี่หรงยิ้มและไม่พูดอะไร เมื่ออาจารย์หยวนกินโจ๊กเสร็จ เธอก็หยิบกล่องข้าวไปล้าง
ประมาณแปดโมงเช้า คุณหมอก็เข้ามาตรวจที่ห้องพักคนไข้
ตรวจการเต้นของหัวใจอาจารย์หยวน แล้วถามคำถามเพียงสองถึงสามข้อ สักพักนางพยาบาลก็นำน้ำเกลือกับยามาให้
อาจารย์หยวนรู้สึกถึงยาที่ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่เส้นเลือดตัวเอง แล้วพึมพำ “บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังให้ยาผมอยู่ดี”
ลี่หรงปลอบใจเขา “เชื่อหมอเถอะค่ะ อาจารย์ทำใจให้สบายนะคะ”
“เอ่อ ว่าแต่…” อาจารย์หยวนถาม “ทำไมคุณไม่ไปเรียนล่ะ?”
“ช่วงเช้าไม่มีเรียน แต่ช่วงบ่ายมีเรียนแค่สองคาบค่ะ เอ๊ะ! ใช่แล้ว อาจารย์ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยนี่คะ แล้วได้ขอลาหยุดหรือยังคะ ตอนเช้าอาจารย์มีสอนหรือเปล่า?”
“มีสอนตอนสิบโมง ถ้าน้ำเกลือหมดแล้ว ผมจะโทรไปที่แผนกเอง” อาจารย์หยวนจิบน้ำร้อน แล้วพูดว่า “นั่นสินะ คุณช่วยโทรให้ผมก็ได้นะ แค่บอกว่าหยวนฮุยเหวินขอลา”
ลี่หรงได้รับหมายเลขโทรศัพท์ของแผนก แล้วลงไปชั้นล่างของโรงพยาบาล เพื่อหาสถานที่โทรขอลาหยุดให้กับอาจารย์หยวน
เสียงจากปลายสายฟังดูตื่นเต้นมาก จนลี่หรงฟังไม่ออกว่าเป็นอาจารย์คนไหน แต่เธอก็ขอลาให้อาจารย์หยวนอย่างสุภาพ
อีกฝ่ายถามชื่อโรงพยาบาล พร้อมหมายเลขห้องพักคนไข้อีกครั้ง แล้ววางสายไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ช่วงบ่ายไม่มีอะไรให้ทำมากนัก อาจารย์หยวนรู้ว่าลี่หรงมีเรียนก่อนที่จ้าวชิงซงจะกลับมา เขาจึงบอกให้ลี่หรงรีบไปมหาวิทยาลัย
ลี่หรงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะกลับมาใหม่หลังเลิกเรียนนะคะ”
เมื่อลี่หรงเรียนเสร็จแล้ว จึงกลับบ้านไปเตรียมอาหาร แล้วนำมาที่โรงพยาบาล แต่แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อเปิดประตูเข้าไป
มีอาจารย์สี่หรือห้าคนอยู่ในห้องด้วย
ทุกคนเป็นอาจารย์ที่สอนลี่หรง
และสำคัญที่สุดคือทุกคนรู้จักเธอ
ลี่หรงยืนนิ่ง กำลังคิดว่าจะเดินออกไปเงียบ ๆ แล้วอีกสักพักค่อยกลับมาดีกว่า ทว่า อาจารย์หยวนก็เรียกเธอไว้ “ลี่หรง มานี่สิ”
ลี่หรงยิ้มแห้ง รู้สึกเสียใจที่ไม่ยอมให้จ้าวชิงซงมาแทน
เธอเดินเข้าไปทักทายอาจารย์ทีละคนอย่างสุภาพ
พวกอาจารย์พยักหน้ารับ ทั้งอาจารย์ที่สอนลี่หรงในตอนบ่ายเองก็มาด้วย
แม้แต่อาจารย์ประจำชั้นโจวรุ่นหัวก็มา เขามองหน้าลี่หรงสลับกับหยวนฮุยเหวินด้วยความสับสน “อาจารย์หยวน คุณกับนักศึกษาลี่หรง… “
“โอ้!” อาจารย์หยวนหัวเราะ “มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ พอดีสามีของนักศึกษาลี่หรงมาเช่าบ้านที่ผมเปิดให้เช่าเท่านั้น คราวนี้ก็ต้องขอบคุณสามีของเธอด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงไม่รอดแล้วล่ะครับ”
ลี่หรงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ขณะฟังคำชื่นชมของพวกอาจารย์เงียบ ๆ เธอก็หยิบอาหารออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียงให้อาจารย์หยวน
เหล่าอาจารย์เห็นว่าอาจารย์หยวนจะกินข้าว พวกเขาจึงพูดคุยเพียงครู่หนึ่งก่อนจะออกไป
ลี่หรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเธอได้ยินอาจารย์หยวนเรียกเธอว่า “นี่” เธอก็ถามว่า “มีอะไรเหรอคะอาจารย์?”
“พวกเขาเอาขนมกับผลไม้มาฝากเยอะเลย คุณช่วยล้างผลไม้ แล้วเอาไปแบ่งให้ทุกคนกินบ้างเถอะ”
ทุกคนหมายถึงคนไข้อีกสามคนในห้องพักคนไข้ ลี่หรงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ได้ค่ะ”
เริ่มมืดแล้ว จ้าวชิงซงก็ปิดร้าน แล้วมาโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าไข้แทนลี่หรง
อาจารย์หยวนโบกมือ “คืนนี้ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก ผมดูแลตัวเองได้ พวกคุณกลับไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าผมที่นี่หรอก ความจริงผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วด้วยซ้ำ สามารถอยู่ที่นี่คนเดียวได้ไม่มีปัญหา”
“แต่ก็ยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นี่คะ เชื่อหมอเถอะค่ะ” ลี่หรงเก็บกล่องข้าวที่ว่างเปล่าแล้วพูดต่อ “ให้คนหนึ่งคอยเฝ้าเพื่อความสะดวกก่อนจะดีกว่านะคะ”
จ้าวชิงซงกล่าวว่า “ผมได้จัดเตรียมของที่จุดขายส่งไว้แล้ว พรุ่งนี้เลยไม่ต้องไปที่นั่น ส่วนคุณเองก็มีเรียนในตอนเช้า พออาจารย์หยวนรับยาเสร็จแล้ว ผมจะพากลับบ้านเองครับ”
ลี่หรงพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
วันนี้ลี่หรงไปเรียนทั้งวัน จากนั้นก็ตรงกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน แทนที่จะไปร้านขายผลไม้
เมื่อแม่จ้าวกลับบ้านมาเพื่อเตรียมทำอาหาร เธอก็พบว่าลี่หรงได้ทำไว้หมดแล้ว จึงถามลูกสะใภ้ว่าทำไมไม่ไปร้านขายผลไม้
“หนูคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่พวกแม่ต้องกลับมาแล้ว ก็เลยกลับมาทำอาหารก่อนค่ะ” ลี่หรงอุ้มอันอัน แล้วถามว่า “วันนี้อาจารย์หยวนกลับบ้านหรือยังคะ?”
“กลับแล้วจ้ะ” คุณแม่จ้าวตอบ “รู้สึกว่ามีกำลังใจที่ดีขึ้นเยอะเลยล่ะจ้ะ”
หลังจากจัดการเรื่องนี้แล้ว วันเวลาก็กลับมาน่าเบื่ออีกครั้ง
เสิ่นรั่วหนิงก็ผ่านเข้ารอบสองของการแข่งขันด้วย ลี่หรงช่วยแก้ไขบทพูดให้อีกฝ่าย แล้วทั้งสองต่างก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ลี่หรงรู้สึกขอบคุณอาจารย์หยวนมาก ที่ช่วยอ่านบทพูดให้เธอ อาจารย์หยวนชี้ให้เห็นทั้งรายละเอียดและข้อเสนอแนะมากมาย ทำให้เธอพบว่าเสิ่นรั่วหนิงก็มีจุดที่พลาดไปเหมือนกันด้วย ลี่หรงจึงช่วยปรับแก้ให้
เสิ่นรั่วหนิงแทบไม่อยากเชื่อเลย เมื่อรู้ว่าตัวเองผ่านเข้ารอบ หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอก็ตั้งใจเขียนบทพูดรอบที่สองมากขึ้น
ในการแข่งรอบนี้จะต้องส่งบทพูดให้อาจารย์ผู้เป็นคณะกรรมการตัดสิน เพื่อตรวจสอบและให้คะแนน
ซึ่งคะแนนนี้จะถูกนำไปรวมกับคะแนนการพูดสด ถือเป็นคะแนนสุดท้ายของการแข่งขันรอบนี้
ห้าอันดับแรกจะผ่านเข้าสู่รอบที่สาม
ไม่กี่วันหลังจากกล่าวนำเสนอแผนงาน
กำหนดการการแข่งขันทักษะรอบที่สองก็ถูกประกาศออกมา
ลี่หรงมีกำลังใจที่จะเตรียมเนื้อหาบทพูดให้ดีขึ้น
ยุคนี้ไม่มีโปรแกรมนำเสนอ เธอจึงต้องใช้ชอล์กกับกระดานดำแทน