ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 132 รีบพาไปส่งโรงพยาบาล
บทที่ 132 รีบพาไปส่งโรงพยาบาล
ทว่าตื่นมายังไม่บ่ายสองเลยด้วยซ้ำ
ลี่หรงเดินเข้าไปล้างหน้าในสวนหลังบ้าน แล้วออกมาช่วยดูแลร้าน ด้วยแม่จ้าวต้องตื่นมาทำอาหารแต่เช้า เสร็จแล้วก็ต้องออกมาดูแลร้านอีก ถือว่าทำงานหนักมาก เธอจึงขอให้ผู้เป็นแม่สามีไปงีบหลับสักพักก่อน
แม่จ้าวค่อนข้างง่วงนิดหน่อยเช่นกัน จึงไม่ปฏิเสธ เธอนวดเอวตัวเอง แล้วพูดว่า “แก่มากแล้วก็แบบนี้ ต้องพักผ่อนก่อนถึงจะมีแรงทำงาน”
ลี่หรงออกไปขายของให้ลูกค้าอยู่หลายคน สักพักจ้าวชิงซงก็กลับมา
สภาพอากาศเดือนพฤศจิกายน ในเมืองหลวงเริ่มหนาวแล้ว จ้าวชิงซงสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเนื้อบาง พร้อมกันนั้นริมฝีปากของชายหนุ่มก็แห้งแตกเล็กน้อยเพราะลมหนาว
ลี่หรงรินน้ำใส่แก้วให้เขา
จ้าวชิงซงจิบไปสองสามอึก แล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “น้ำร้อนนี่ชุ่มคอจริง ๆ เลยนะครับ”
“ฉันบอกให้คุณพกกาน้ำร้อนไปด้วยตอนออกไปข้างนอก แต่คุณก็ไม่ยอมเอาไปนี่คะ”
“ปกติจะมีน้ำร้อนที่จุดขายส่งสินค้า แต่วันนี้ถ่านหมดเลยต้มน้ำไม่ได้น่ะครับ คนที่นั่นคอแห้งกระหายน้ำกันเกือบทั้งวันเลยล่ะครับ” จ้าวชิงซงหันไปดูนาฬิกา “อาจารย์หยวนยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ?”
“ยังไม่เห็นลงมาเลยนะคะ”
จ้าวชิงซงเหลือบมองขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง “ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ นี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้ว อาจารย์หยวนไม่น่านอนหลับนานขนาดนั้น ตอนที่คุณกลับมา ได้เจออาจารย์หยวนหรือเปล่าครับ?”
“ไม่เจอค่ะ” ลี่หรงส่ายหน้า ทันใดนั้นก็เห็นว่าจ้าวชิงซงทำหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน
ไม่นานหลังจากนั้น ลี่หรงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วง ฟังดูรีบเร่ง เมื่อมองไปทางบันได ก็เห็นจ้าวชิงซงกำลังแบกอาจารย์หยวนลงมา
ม่านตาของลี่หรงพลันแคบลง รีบเดินเข้าไปถาม “เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“พอผมขึ้นไปก็เห็นเขานอนอยู่บนพรม เรียกยังไงก็ไม่ยอมตื่นเลยครับ!” จ้าวชิงซงรีบตอบ “ผมจะรีบพาเขาไปส่งที่โรงพยาบาล ฝากคุณดูบ้านให้หน่อยนะครับ”
ลี่หรงพยักหน้า “คุณรีบไปเถอะค่ะ!”
พูดจบ เธอก็รีบเปิดลิ้นชัก แล้วหยิบเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “เอาเงินไปด้วยค่ะ!”
จ้าวชิงซงวิ่งออกไป พร้อมกับตะโกนโดยไม่หันกลับมามอง “ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีอยู่ในกระเป๋าแล้ว”
ลี่หรงรีบวิ่งออกไปนอกร้าน แล้วตะโกนไล่หลังจ้าวชิงซง “ระวังเท้าของคุณด้วยนะคะ”
จ้าวชิงซงจึงเดินช้าลง หากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่ออกว่าเขาขาพิการ แต่หากเดินเร็ว จะเห็นได้ชัดว่าที่เท้าของชายหนุ่มมีความผิดปกติ
แล้วตอนนี้เขาก็กำลังแบกชายคนหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งร้อยจินไว้บนหลัง เมื่อต้องแบกของหนักแบบนี้ ลี่หรงจึงกลัวว่าเขาจะเจ็บเท้า
อาจารย์หยวนเป็นโรคโลหิตจางและน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่ออาการกำเริบจึงหมดสติไปกะทันหัน
โชคดีที่จ้าวชิงซงพาไปส่งที่โรงพยาบาลได้ทันเวลา จึงไม่มีเรื่องใหญ่โตเกิดขึ้น
แต่เนื่องจากเขาอายุห้าสิบแล้ว แพทย์จึงแนะนำให้เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สักสองถึงสามวันเพื่อสังเกตอาการเบื้องต้น
ก่อนที่อาจารย์หยวนจะฟื้น จ้าวชิงซงได้ช่วยดำเนินการตามขั้นตอนการรักษาในโรงพยาบาลให้อีกฝ่ายแล้ว หลังจากจัดการเสร็จสิ้น เมื่อเขากลับมาที่ห้องพักคนไข้ อาจารย์หยวนที่ถูกใส่สายน้ำเกลืออยู่ก็ฟื้นแล้ว
จ้าวชิงซงเดินเข้ามา “อาจารย์หยวนครับ …”
“อืม” สีหน้าของอาจารย์หยวนไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน เขาเหลือบมองไปทางจ้าวชิงซง “คุณพาผมมาที่นี่เหรอ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “ใช่ครับ โชคดีที่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ก็เลยรีบขึ้นไปดูครับ”
“ผมแก่มากแล้ว …” อาจารย์หยวนถอนหายใจ “ไม่มีประโยชน์เลยสักอย่าง ขอโทษที่รบกวนนะ เสี่ยวจ้าว”
“โธ่! พูดแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ คนกันเองทั้งนั้น ผมพาอาจารย์มาส่งโรงพยาบาลถือเป็นเรื่องปกติครับ อาจารย์ต้องอยู่เฝ้าสังเกตอาการที่นี่สักสองสามวันนะครับ”
“ได้สิ ขอโทษที่รบกวนนะ ไว้กลับไปแล้วผมจะเอาเงินให้ทีหลัง” อาจารย์หยวนยังคงรู้สึกเศร้าใจ ขณะพูดว่า “ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน ผมจะเอาเงินไปใช้กับใครได้ ก็มีแต่เอามาจ่ายค่ารักษาตัวเองเท่านั้นแหละ ใช่ไหมล่ะ?”
จ้าวชิงซงนิ่งเงียบ หลังจากได้ฟังคำพูดของชายตรงหน้าก็พลันรู้สึกกลุ้มใจ จึงเม้มปากแล้วเปลี่ยนเรื่อง “ผมจะไปเอาน้ำร้อนมาให้นะครับ ดื่มแล้วก็นอนพักผ่อนก่อน อย่าคิดมากเลยครับ”
ก่อนเดินออกมา เขาเห็นว่าน้ำเกลือใกล้หมดขวดแล้ว จึงกดกริ่งเรียกพยาบาล แล้วออกไปหาน้ำร้อนมาให้อาจารย์หยวน
พวกเขารีบมาที่นี่โดยไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย โชคดีที่มีคนมาขายของที่ทางเข้าโรงพยาบาล เขาจึงซื้อแก้วน้ำเคลือบกระเบื้องที่มีฝาปิด แล้วเอาไปใส่น้ำร้อนเดินกลับมายังห้องพักคนไข้
ทันทีที่เดินมาถึงประตู เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องพักคนไข้ “นั่นคือลูกชายของคุณเหรอคะ? รู้จักดูพ่อยามเจ็บไข้ด้วย”
จ้าวชิงซงหยุดเดิน แล้วได้ยินประโยคถัดไป ซึ่งเป็นเสียงของอาจารย์หยวน “ไม่ใช่ลูกของผมหรอกครับ แต่เป็นคนดีคนหนึ่ง”
“โอ้! อย่างนั้นเขาก็เป็นคนดีจริง ๆ ค่ะ เมื่อครู่ฉันเห็นเขาวิ่งไป ๆ มา ๆ เพื่อทำธุระให้ แล้วตอนนี้เขาก็ออกไปหาน้ำมาให้คุณอีก” น้ำเสียงนั้นฟังดูกระตือรือร้นมาก “เขาดูเด็กมาก มีคนรักหรือยังคะ?”
อาจารย์หยวนยิ้ม “เขาเป็นพ่อคนแล้วน่ะครับ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็น่าเสียดายจังเลยนะคะ”
เมื่อจบการสนทนาของสองคนในห้องแล้ว จ้าวชิงซงยิ้ม แล้วเดินเข้าไปวางน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง ราวกับว่าเขาเพิ่งกลับมา
หลังจากที่อาจารย์หยวนดื่มน้ำเสร็จแล้ว จ้าวชิงซงก็พูดว่า “ผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ในห้องน้ำมาให้อาจารย์นะครับ แล้วก็จะเอาอาหารจากบ้านมาให้ด้วย อาจารย์จะได้ไม่ต้องกินอาหารของโรงพยาบาลครับ”
“ได้ ๆ” อาจารย์หยวนพยักหน้า แล้วพูดว่า “ฝากขอโทษเสี่ยวหรงด้วยนะ ผมบอกให้เธอเขียนบทพูดมาให้ ผมอ่านมันเมื่อคืน และทำเครื่องหมายข้อที่เป็นปัญหาทั้งหมดไว้ แล้ววางไว้ในห้องนอนของผม มันอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้อง ช่วยเอาไปให้เธอดูหน่อยนะ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “ผมจะจัดการให้ครับ”
ระหว่างทางกลับ จ้าวชิงซงก็แวะซื้อผักระหว่างทาง
ณ ร้านขายผลไม้
ลี่หรงเห็นเพียงจ้าวชิงซง แต่ไม่เห็นอาจารย์หยวน จึงถามด้วยความกังวลว่า “อาจารย์หยวนล่ะคะ?”
“อยู่โรงพยาบาลครับ”
“ต้องนอนโรงพยาบาลเลยเหรอคะ? เป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่าคะ?”
“ก็ไม่ร้ายแรงหรอกครับ แค่โรคทั่วไปของผู้สูงอายุน่ะครับ เพียงแต่หมอบอกว่าให้นอนโรงพยาบาลสักสองสามวัน เพื่อสังเกตอาการจะดีกว่า ผมก็เลยจัดการให้เขานอนโรงพยาบาลครับ”
“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วค่ะ” ลี่หรงหยิบจานจากมือเขา “คุณกลับมาเอาของใช่ไหมคะ? รอฉันทำกับข้าวเสร็จก่อน คุณค่อยกลับมากินแล้วก็เอาอาหารไปให้อาจารย์หยวนด้วยเลยนะคะ เพราะอาหารในโรงพยาบาลไม่อร่อย มีอาหารอะไรที่อาจารย์หยวนควรหลีกเลี่ยงไหมคะ?”
“ไม่มีครับ”
ลี่หรงรีบไปทำกับข้าวที่สวนหลังร้านขายผลไม้ทันที
แม่จ้าวกับอันอันคอยเฝ้าอยู่หน้าร้าน ในขณะที่จ้าวชิงซงขึ้นไปชั้นบน เพื่อช่วยเก็บของให้อาจารย์หยวน รวมถึงหยิบบทพูดของลี่หรงลงมาด้วย
ทั้งสี่คนรวมตัวกันรอบโต๊ะกาแฟในร้าน เพื่อกินข้าวร่วมกัน
มีคนเข้ามาซื้อผลไม้ จ้าวชิงซงกำลังจะลุกไปรับลูกค้า แต่ลี่หรงจับเขาไว้เสียก่อน “คุณกินไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเองนะคะ”
ลี่หรงและคนอื่น ๆ รู้สถานการณ์ของอาจารย์หยวนดี ดังนั้นทันทีที่จ้าวชิงซงกินข้าวเสร็จ เธอก็หยิบกล่องอาหารกลางวันมาใส่ข้าว พร้อมหยิบผลไม้มาให้จ้าวชิงซงเอาไปส่งด้วย
จ้าวชิงซงชี้ไปที่โต๊ะด้านข้าง “นั่นคือบทพูดที่อาจารย์หยวนช่วยแนะนำให้คุณแล้วครับ เขาบอกว่าถ้าอ่านแล้วคุณจะเข้าใจ เลยฝากผมเอามาให้คุณครับ”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ว่าแต่คืนนี้คุณจะกลับมาไหมคะ?”
“ผมจะคอยเฝ้าอยู่ที่นั่นก่อน เพราะอาจารย์หยวนอยู่คนเดียวครับ”
“ใช่แล้ว พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียนตอนเช้า เดี๋ยวฉันไปเฝ้าแทนคุณตอนเช้านะคะ”
จ้าวชิงซงตบไหล่ลี่หรง ไม่ได้เอ่ยขัดอะไร
ตอนที่จ้าวชิงซงแบกอาจารย์หยวนออกไปในตอนบ่าย แม่จ้าวยังไม่ตื่น แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าอาจารย์หยวนเข้าโรงพยาบาล
แม่จ้าวจึงถามด้วยความสับสน “แล้วลูกของอาจารย์หยวนไม่มาดูแลเหรอจ๊ะ?”
ลี่หรงอธิบายสถานการณ์ของอาจารย์หยวนสั้น ๆ พลันใบหน้าของแม่จ้าวก็เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ “น่าสงสารจริง ทำไมคนดี ๆ มักจะเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้กันนะ”
“พูดยากค่ะ บางทีโชคชะตาก็ชอบเล่นตลก”
แม่จ้าวพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกลูกก็ช่วยดูเขาหน่อยเถอะจ้ะ ช่วยดูแลเขาสักหน่อย”
“ค่ะ คืนนี้จ้าวชิงซงจะไปเฝ้าที่โรงพยาบาล จะยังไม่กลับมานะคะ”