ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 138 กลับบ้าน
บทที่ 138 กลับบ้าน
ลี่หรงแทบจะรอประกาศผลการแข่งขันไม่ไหว เธอคิดถึงจ้าวชิงซงกับอันอันมาก วันต่อมาจึงตัดสินใจว่าจะไปซื้อตั๋วทันที
เธอกลับบ้านไปทำความสะอาด แล้วโทรหาจ้าวชิงซง เพื่อบอกเวลาที่จะไปถึงโดยประมาณ แล้วรีบไปที่สถานีรถไฟในวันรุ่งขึ้น
เมื่อต้องนั่งรถไฟคนเดียว ลี่หรงจึงเลือกเตียงด้านบนที่เป็นชั้นพิเศษ ทว่าก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี
รถไฟคนแน่นมาก แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอาของติดตัวมาด้วยเยอะ แต่หญิงสาวยังคงไม่กล้าหลับ
ในที่สุดการเดินทางด้วยรถไฟสามวันสองคืนก็ผ่านไปด้วยดี เมื่อลี่หรงลงจากรถไฟ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกพลันรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที
เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่จากเมืองแห่งนี้ไป จนสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
เปลี่ยนไปมากจนลี่หรงรู้สึกไม่คุ้นเลย คิดว่าตัวเองลงผิดสถานีเสียด้วยซ้ำ
นอกสถานีรถไฟ เดิมมีเพียงโรงแรมของรัฐและร้านสหกรณ์เท่านั้น แต่ตอนนี้มีร้านรวงทั้งใหญ่และเล็กอยู่มากมาย
นอกจากนี้ยังมีแผงขายอาหารจำนวนมาก พร้อมโต๊ะเล็ก ๆ สองสามโต๊ะ ตั้งอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังแผงด้วย บรรยากาศดูคึกคักมากทีเดียว
ลี่หรงเข้าไปนั่งอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง เมื่อได้ลองกินแล้ว เธอก็รู้สึกว่านี่เป็นแป้งอบกับก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยลิ้มลองมา
แน่นอนว่าขนมพื้นบ้านชนิดนี้ ต้องเป็นคนท้องถิ่นทำเท่านั้นถึงจะทำออกมาได้รสชาติอร่อยเช่นนี้
มณฑล H ตั้งอยู่ทางเหนือมากกว่าเมืองหลวง อากาศที่นี่จึงเย็นกว่าเมืองหลวงมาก และมีหิมะปกคลุมจนหนาทึบ
อากาศที่นี่หนาวมากจนลี่หรงตัวสั่น และหลังจากได้กินอาหารอุ่น ๆ สักชาม เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก
หลังจากอิ่มท้องแล้ว ลี่หรงก็หยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา แล้วมองหารถที่จะรับเธอกลับ
ลี่หรงหาสถานีขนส่งไม่เจอ แต่ดันหันไปเจอจ้าวชิงซงแทน
สามีที่เธอไม่ได้เจอมาหลายวัน ยังคงดูเหมือนเดิมในความทรงจำ เขาโบกมือทั้งสองข้างให้ เมื่อเขาเห็นลี่หรง ใบหน้าชายหนุ่มก็ไม่อาจเก็บซ่อนความสุขได้
เขายืนรออยู่ ลี่หรงจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาแน่น
ทั้งสองไม่สนใจว่ามีคนมองอยู่รอบตัวสักกี่คน เมื่อความรักและถวิลหาเกิดขึ้น ย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง
หลังจากกอดเธอได้สักพัก จ้าวชิงซงก็ปล่อยมือออก แล้วมองหน้าลี่หรง “คุณไม่ได้นอนบนรถไฟเลยใช่ไหมครับ? หน้าคุณดูโทรมมากเลย”
เขาพูดตามความจริง ลี่หรงเพียงตอบด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวคืนนี้จะได้นอนหลับสบายแล้วค่ะ”
“รีบกลับก่อนเถอะครับ ปีนี้หนาวมาก มีหิมะตกหนักอยู่หลายครั้งเลย”
“ทำไมคุณถึงมารับฉันที่นี่ล่ะคะ?”
จ้าวชิงซงไม่ได้ตอบ ลี่หรงจึงขยับเข้าไปใกล้ แล้วพูดว่า “เพราะว่าคุณคิดถึงฉันมาก จนแทบจะรอเจอฉันไม่ไหว ก็เลยรีบมารับใช่ไหมคะ?”
ลี่หรงถามอีกหลายครั้ง จ้าวชิงซงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าใช่ จากนั้นหญิงสาวจึงหยุดถาม
“ว่าแต่อันอันอยู่ไหนล่ะคะ?”
“เพราะอากาศหนาวเกินไปน่ะครับ เลยไม่ได้พาเขามาด้วยครับ” จ้าวชิงซงเอื้อมมือไปยกกระเป๋าเดินทางของลี่หรง แล้วแบกมันไว้บนหลัง “สถานีขนส่งได้ย้ายไปที่อื่นแล้ว พวกเราเลยต้องเดินไปสักพักนะครับ”
“อย่างนั้นเหรอคะ ว่าแล้วเชียวว่าทำไมเมื่อกี้ฉันถึงหาไม่เจอ”
หลังจากตอนที่เจอกันครั้งแรก ทั้งสองจึงไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากนัก เนื่องด้วยค่านิยมของยุคนี้ยังคงมีผลอยู่
ทั้งสองเพียงเดินเคียงข้างกัน เมื่อมีคนน้อยก็จะเดินจูงมือกันสักพัก
แต่เมื่อคนเยอะก็จะปล่อยมือออก
หลังจากเปลี่ยนที่ตั้ง สถานีขนส่งจึงได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งยังมีป้ายบอกทางที่เขียนด้วยสีแดง ทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ลี่หรงนั่งรออยู่ข้างนอก ขณะที่จ้าวชิงซงเข้าไปซื้อตั๋วข้างใน
นี่คือรถประจำทางกลับเข้าตัวอำเภอ ใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมง พวกเขาต้องซื้อตั๋วก่อน เพราะไม่สามารถขึ้นไปซื้อบนรถประจำทางได้
หลังจากกลับถึงอำเภอแล้ว ลี่หรงคิดจะนั่งรถประจำทางกลับไปที่หมู่บ้านต้าเจียงต่อ
แต่เมื่อลงจากรถ จ้าวชิงซงก็พาเธอไปยังเกวียนวัวที่เขาขับมาจอดไว้
เกวียนวัวเปิดระบายอากาศทุกด้าน จึงไม่อบอุ่นเท่ารถประจำทาง ลี่หรงรู้สึกประหลาดใจที่จ้าวชิงซงขับเกวียนออกมาจริง ๆ
จ้าวชิงซงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้ไม่มีรถประจำทางกลับไปที่หมู่บ้าน ก็เลยต้องขี่เกวียนวัวกลับน่ะครับ”
ระหว่างทางกลับ ทั้งสองนั่งเบียดกันอยู่บนเกวียนวัว
ลี่หรงโน้มตัวเข้าไปหาจ้าวชิงซง แล้วพูดว่า “สงสัยเป็นเพราะนั่งเกวียนวัวมานานแล้ว เลยไม่รู้สึกว่าโคลงเคลงอีกต่อไปแล้วค่ะ”
“คุณไม่สังเกตเหรอครับว่าถนนนี้เรียบขึ้นมาก? แถมหิมะก็ยังตกอยู่ด้วย ถนนเลยไม่ค่อยมีหลุมมีบ่อเยอะเท่าไหร่น่ะครับ”
อาจเป็นเพราะอากาศหนาวและเริ่มมืดแล้ว จึงไม่มีใครสัญจรบนถนนเลย จ้าวชิงซงจึงกอดลี่หรงไว้ในอ้อมแขน
เพื่อปกป้องภรรยาจากลมหนาว
“หนาวไหมครับ?”
“ตอนลงจากรถประจำทางก็หนาวนิดหน่อย แต่ตอนนี้ชินแล้วค่ะ”
จ้าวชิงซงจับมือภรรยามาลูบเพื่อแบ่งปันความอบอุ่น มือของเขาอยู่ข้างนอกเพราะต้องบังคับเกวียน แต่กลับอบอุ่นกว่ามือที่เย็นเฉียบของลี่หรงเสียอีก
ชายหนุ่มจับมือของลี่หรงไว้ด้วยความเป็นห่วง ขณะที่มืออีกข้างคอยบังคับเกวียนอยู่ เขาพลางยัดมือของลี่หรงไว้ในกระเป๋าของเขาเพื่อให้ความอบอุ่น
ไม่มีใครอื่นอยู่บนถนน ดังนั้นลี่หรงจึงไม่ขัดขืนและเอนตัวพิงจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมตัวเธอไว้ ลี่หรงเริ่มรู้สึกง่วง จนสุดท้ายเธอก็ผล็อยหลับไป
ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยมากจริง ๆ
จ้าวชิงซงช่วยจับผมออกจากหน้าผากของหญิงสาว แล้วจูบเธอด้วยความรัก
เมื่อใกล้จะถึงทางเข้าหมู่บ้าน จ้าวชิงซงจึงเขย่าตัวลี่หรง แล้วกระซิบปลุกเธอเบา ๆ
ลี่หรงขยี้ตาแล้วตื่นขึ้นมา “ถึงบ้านแล้วเหรอคะ?”
“เกือบจะถึงแล้วครับ ทางเข้าหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า”
“ฉันเผลอหลับไปจริง ๆ แปลกจังค่ะ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “เช็ดมุมปากหน่อยครับ”
ลี่หรงยกมือขึ้นเช็ดปากด้วยความเขินอาย แต่ก็พบว่าปากแห้งสนิท ไม่ได้มีคราบน้ำลายเลยแม้แต่น้อย
“คุณแกล้งฉันอีกแล้ว!” ลี่หรงตีหน้าอกจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงจับมือเธอไว้ “เอาล่ะ ๆ ใกล้ถึงบ้านแล้วครับ อย่าเพิ่งโกรธกันเลย กลับถึงบ้านแล้วผมจะให้คุณตีต่อนะครับ”
ที่บ้านไม่ได้ปิดบังเด็กน้อย ทุกคนบอกชัดเจนว่าพ่อของเขาออกไปรับแม่กลับมาบ้าน
เด็กน้อยอยากจะตามไปด้วย แต่หลังจากถูกจ้าวชิงซงเกลี้ยกล่อมไปไม่กี่คำ เขาก็เชื่อฟัง ไม่ร้องตามอีก
ทำได้เพียงรออยู่ที่บ้านเท่านั้น
แม่จ้าวบอกแล้วเขาก็ไม่ฟัง วิ่งไปยืนรออยู่ที่ประตูหลายรอบ
ไม่รู้ว่าเขาออกมากี่รอบแล้ว แต่ในที่สุดอันอันก็เห็นแม่ของเขา
เมื่อเห็นเกวียนวัวของจ้าวชิงซงจากระยะไกล เด็กน้อยก็กระโดดโลดเต้นออกไปนอกประตู
“แม่ครับ! แม่”
เขาตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง
แต่ละครั้งเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำเสียงออดอ้อน เต็มไปด้วยความรัก
ลี่หรงไม่รอให้จ้าวชิงซงขับเกวียนไปเก็บในบ้าน เธอแตะไหล่เขา “รีบจอดก่อนค่ะ”
ก่อนที่เกวียนวัวจะจอดนิ่ง ลี่หรงก็แทบรอไม่ไหวจึงกระโดดลงไป
จ้าวชิงซงจึงบอกให้เธอช้าลงหน่อย
แต่ลี่หรงไม่สนใจ ในเมื่อใจของเธอลอยไปอยู่ที่ลูกน้อยหมดแล้ว
เธออุ้มอันอันขึ้นมา แล้วหอมแก้มเขาเสียหลายครั้ง “ลูกรัก แม่คิดถึงแทบแย่! ลูกคิดถึงแม่บ้างไหมจ๊ะ?”
“คิดถึง! อันอันคิดถึงแม่ครับ!” เด็กน้อยกอดคอลี่หรง น้ำตาคลอเบ้า เมื่อพูดต่อ น้ำเสียงของเขาก็ฟังดูเศร้ามาก “ลุงที่อยู่ข้างนอกบอกว่าแม่ไม่อยากอยู่กับอันอันแล้วครับ”
เด็กน้อยที่ถูกผู้ใหญ่นอกบ้านยุแหย่ เมื่อเจอแม่ เขาก็บ่นกับเธอด้วยความเสียใจ
ลี่หรงใจอ่อน หอมแก้มอันอันอีกหลายครั้ง “แม่จะไม่อยากอยู่กับอันอันได้อย่างไรล่ะจ๊ะ แม่รักอันอันมากที่สุดเลย”
เด็กน้อยเปลี่ยนจากร้องไห้มาเป็นหัวเราะ แล้วกอดคอของลี่หรง “อันอันก็รักแม่เหมือนกันครับ”
จ้าวชิงซงจอดเกวียนวัว แล้วมองแม่ลูกบอกรักกัน ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ น้ำเสียงของเขาพลันอ่อนโยนลงด้วย “เข้าบ้านกันเถอะครับ ข้างนอกอากาศหนาว”
ลี่หรงอุ้มลูกน้อยเข้าไปในบ้าน ทุกคนในครอบครัวก็อยู่ที่นั่น รวมถึงจ้าวชิงหยางด้วย ตอนที่จ้าวชิงซงจัดการเรื่องก่อนหน้านี้เรียบร้อย เขาก็เล่าให้ลี่หรงฟังไปบ้างแล้ว ตอนที่โทรไปหาเธอ
การพาจ้าวชิงหยางออกมาไม่ใช่เรื่องยาก สามารถจัดการเสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่วัน หลังจากที่จ้าวชิงซงกลับมา