ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 17 จักรยานป้าย ‘เฟยเกอ’ เป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 17 จักรยานป้าย ‘เฟยเกอ’ เป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
บทที่ 17 จักรยานป้าย ‘เฟยเกอ’ เป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
“ผมปั่นไม่ได้หรอก” จ้าวชิงซงพูด “แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่จักรยานคันเดียว ผมสามารถไสมันให้คุณได้”
หลังจากนั้นจ้าวชิงซงก็ไสจักรยานป้าย ‘เฟยเกอ’ กลับมาคันหนึ่งจริง ๆ
วันนี้แดดกำลังดี สายลมอ่อนพัดโชย
ลี่หรงที่เพิ่งจะสระผมเสร็จ สางผมอยู่ในลาน ก่อนต้าหนิวพุ่งตัวเข้ามาเรียก “อาสะใภ้รอง ๆ อารองของเรากลับมาแล้ว!”
“กลับก็กลับสิ” ลี่หรงยิ้ม อารองของเธอตัวโตขนาดนั้นยังไม่รู้จักทางกลับบ้านอีกหรือไง “ทำไมต้องรีบร้อนวิ่งมาขนาดนั้นล่ะ?”
“ไม่ใช่ครับ” ต้าหนิวสูดหายใจลึก พลางหอบไปพูดไป “เขาไสจักรยานมา! คันใหญ่มาก! คนมุงตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้านเต็มไปหมด อารองเรียกให้อาสะใภ้ออกไปฝึกขี่จักรยานก่อนค่อยขี่กลับมาครับ!”
“จริงเหรอ?” สีหน้าลี่หรงพลันปลาบปลื้ม ตัวนั่งไม่ติดแล้ว
เมื่อวิ่งตามต้าหนิวออกไป ก็เห็นจ้าวชิงซงนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงทางเข้าหมู่บ้านอยู่ไกล ๆ ในมือจับหน้ารถจักรยานอยู่
คนนับสิบล้อมวงมองอย่างอิจฉา สมัยนี้คนที่ซื้อจักรยานได้มีน้อย ถ้าบ้านใครมีจักรยาน จะต้องกลายเป็นศูนย์กลางประเด็นสนทนาไปโดยปริยาย
คนแรกของชุมชนหมู่บ้านต้าเจียงที่มีจักรยานก็คือหัวหน้ากลุ่มยุวชน
คนที่สองก็คือจ้าวชิงซง
คนขาพิการที่ทำงานไม่ได้คนหนึ่งยังซื้อจักรยานได้ ยิ่งชวนให้ใจอิจฉากว่าเดิม
มีคนถามจ้าวชิงซง “จักรยานคันนี้ราคาเท่าไรเหรอ”
จ้าวชิงซงตอบ “ร้อยห้าสิบหยวนครับ แถมใช้ตั๋วอุตสาหกรรมด้วย” เขาบอกราคาของร้านสหกรณ์
“โอ้โฮ!”
เมื่อทุกคนได้ยินก็พลันประหลาดใจ “แพงขนาดนี้เลยเชียว!”
บางคนแอบถามแบบเหน็บแนม “ภรรยานายคงอยากได้ล่ะสิ?”
จ้าวชิงซงยิ้มไม่ตอบ
คนถามคล้ายรู้ว่าเขายอมรับ จึงพลันส่ายหน้าทำเสียงจุ๊ ๆ ใส่ “มือเติบขนาดนี้ ใช้เยอะกว่าที่หามา จะต้องลำบากในสักวันแน่”
“สะใภ้ชาวเมืองนี่ก็เคยตัว ไม่ทำงานแถมยังกินเนื้อทุกมื้อด้วย ไม่พอยังซื้อจักรยานอีก แต่งไม่ไหวหรอก!”
“หยุดพูดเลยไอ้สารเลวจ้าวหู่ คนเขาก็ไม่ชายตามองแกเหมือนกัน นี่ถ้ายกสะใภ้ชาวเมืองผิวขาวผ่องเป็นยองใยให้ แกจะเอาไม่เอาล่ะ?”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ หล่อนไม่ชายตามองเขาหรอก!”
ต่างคนก็ต่างพูด ในขณะที่ลี่หรงสะใภ้ชาวเมืองเดินเข้ามา
จ้าวชิงซงเห็นเธอ จึงโบกมือด้วยรอยยิ้ม “นี่ไง จักรยานที่คุณอยากได้”
“ซื้อจริงเหรอเนี่ย?” ลี่หรงตาเป็นประกายดุจดวงดาว
“อื้ม” จ้าวชิงซงพยักหน้า
“ขี่เป็นไหม? ผมไสมาให้คุณฝึกโดยเฉพาะเลยนะ”
ความกว้างขวางของทางเข้าหมู่บ้าน เหมาะเป็นสถานที่ฝึกขี่ได้ดีทีเดียว
แต่ลี่หรงกลับหัวเราะ ก่อนเชิดคางขึ้น “ไม่ต้องฝึกหรอก ฉันขี่จักรยานเป็นอยู่แล้ว”
เธอนั่งบนเบาะจักรยาน ปลายเท้าเขย่งจากพื้น แล้วพูดกับจ้าวชิงซงอย่างตื่นเต้น “รีบขึ้นมาเร็ว ฉันจะขี่จักรยานพาคุณไปเอง”
จ้าวชิงซงร่างสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร กลัวว่าลี่หรงจะทรงตัวไม่ได้ จึงประคองเบาะหลังก่อนพูด “ผมไม่ขึ้นดีกว่า คุณขี่ไปก่อนเถอะ ผมจะประคองคุณเอง”
“คุณขึ้นมาเลย อย่ามัวแต่พล่าม” ลี่หรงหันหน้ามาถลึงตาใส่เขา
จ้าวชิงซงกระตุกมุมปาก ก่อนจะขึ้นไปนั่ง สองเท้าห่างจากพื้นไม่มาก เผื่อว่าลี่หรงทรงตัวไม่ได้จะได้เตรียมพร้อมยันรถเอาไว้ทุกเมื่อ
ลี่หรงตะโกนอย่างเริงร่า “นั่งดีหรือยัง?”
จ้าวชิงซงตะโกนตาม “ดีแล้ว!”
ลี่หรงถีบเท้า โซ่จักรยานส่งเสียงดัง ‘แกรก ๆ ๆ’ ก่อนจะขี่ออกไป
ชาวบ้านที่มามุงดูยังไม่จากไปไหน เหล่าชายหญิงต่างกำลังมองอยู่ นึกไม่ถึงว่าลี่หรงจะขี่เป็น แค่ถีบเท้าก็ขี่ออกไปแล้ว พวกเขามองแผ่นหลังทั้งคู่ก่อนถอนใจอย่างอิจฉา
ระหว่างทางกลับบ้านก็พบคนบ้านแม่จ้าวเพิ่งเลิกงานและกำลังกลับบ้านเข้าพอดี ลี่หรงตะโกนเรียกเสียงดัง “แม่คะ”
แม่จ้าวยังไม่ทันได้เห็นว่าเป็นใคร ลี่หรงก็ขี่ไปไกลเสียแล้ว เห็นแค่แผ่นหลังของจ้าวชิงซง เธอขยี้ตาอย่างประหลาดใจ “อุ๊ยตาย! ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม? นั่นมันเจ้ารองกับภรรยาเขานี่?”
เหอซิ่งที่มองเห็นชัดพูดด้วยความอิจฉา “แม่ไม่ได้ตาฝาดหรอกค่ะ พวกเขานั่นแหละ น้องรองซื้อจักรยานมาค่ะ”
ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิววิ่งตามหลังมา คนพี่พูดกับคนน้องว่า “เร็วเข้า ตามไม่ทันแล้ว!”
เหอซิ่งขมวดคิ้ว พร้อมพูดกำชับ “วิ่งช้าลงหน่อย เดี๋ยวจะล้มเอา!”
ชายมีอายุด้านข้างพูดกับพ่อจ้าว “เหล่าจ้าว ลูกชายคนเล็กกับสะใภ้รองของนายนี่สุดยอดไปเลย มีเงินซื้อจักรยานได้ด้วย!”
พ่อจ้าวพลันรู้สึกภูมิใจขึ้นมา นึกถึงภาพตอนจ้าวชิงซงปลดประจำการกลับมาแล้วเจอสายตาเหยียดหยามกับคำติฉินนินทามากมายในตอนแรก มาตอนนี้ความโกรธเคืองที่เคยอัดแน่นก็สลายหมดเกลี้ยงในที่สุด
เขายิ้มอย่างสบายใจก่อนตอบกลับว่า “คนหนุ่มนี่ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย ซื้อจักรยานอะไร เปลืองเงินแถมไม่ได้ประโยชน์”
เมื่อใกล้ถึงประตูบ้าน ลี่หรงก็เบรกรถอย่างนิ่มนวล รถหยุดลงช้า ๆ จ้าวชิงซงลงจากรถ “คุณขี่นิ่งดีมาก เคยขี่ที่บ้านมาก่อนเหรอ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวชิงซงถามถึงครอบครัวของลี่หรง เธอทำเสียง ‘อ่า’ แล้วพูดอย่างขอไปที “ก็เคย”
ที่บ้านของลี่หรงมีจักรยานไม่ผิดแน่ แต่ลี่หรงร่างเดิมไม่เคยฝึกมาก่อน ย่อมขี่ไม่เป็นอยู่แล้ว มีแค่พี่ชายไม่กี่คนที่ขี่เป็น แต่เวลานี้ลี่หรงทำได้แค่พูดเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นคงอธิบายเรื่องที่เธอขี่จักรยานเป็นไม่ถูก
ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวตามทั้งสองทันในที่สุด ลี่หรงเห็นพวกเขาวิ่งจนเหงื่อซ่กไปทั้งตัว และสายตาที่เอาแต่จ้องจักรยาน หญิงสาวพลันเผยยิ้มทันที “ขึ้นมาสิ อาจะพาพวกเธอไปขี่วนเล่นสักรอบ”
“ได้เหรอครับ!”
“แน่นอน เร็วเข้า ใครจะขึ้นก่อน?” ลี่หรงมองร่างผอมเล็กของพวกเขาทั้งสองพร้อมพูด “ขึ้นมาพร้อมกันเลย ต้าหนิวนั่งข้างหลังอุ้มเอ้อร์หนิวไว้”
สองคนรวมกันไม่ได้หนักเท่าจ้าวชิงซง ลี่หรงคิดว่านั่งพร้อมกันได้ไม่มีปัญหา
จ้าวชิงซงอุ้มเอ้อร์หนิวขึ้นนั่งก่อน แล้วค่อยอุ้มต้าหนิวขึ้นไป พร้อมพูด “ต้าหนิวอุ้มน้องให้ดี ๆ ล่ะ อย่าโยกไปมา ถ้าหลานทำอาสะใภ้รองของหลานล้ม อาจะให้หลานกินปลากระบอง*[1]”
ทั้งสองใจเย็นเยียบ สำหรับจ้าวชิงซง อาสะใภ้รองจัดเป็นที่หนึ่ง เขาทั้งสองเทียบอาสะใภ้รองไม่ติดเลย
ลี่หรงรู้สึกสุขใจ ก่อนพาพวกเขาทั้งสองขี่ช้าลงกว่ารอบแรก
เอ้อร์หนิวนั่งตรงกลาง ไม่กลัวแม้แต่น้อย พลางกางสองมือออก “วู้ฮู้ว! บินไปเลย!”
ตลอดทางถ้ามองเห็นเด็กน้อยอายุเท่ากัน สองพี่น้องก็จะตะโกนทักทายเพื่อน โอ้อวดเสียงดังเหมือนกลัวพวกเขาจะมองไม่เห็น ลี่หรงไม่อึดอัดแม้แต่น้อย ควรขี่ยังไงก็ขี่อย่างนั้น
เด็กอายุน้อยบางคน เมื่อเห็นต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวนั่งจักรยาน ก็ส่งเสียงร้องไห้ งอแง กลับบ้านไปร้องจะเอาจักรยาน จึงกินปลากระบองจากผู้ใหญ่ไปตาม ๆ กัน
กำไรจากการขายหมูตุ๋นสูงมาก ไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงขายหมูตุ๋นยังไง ปริมาณหมูตุ๋นที่ลูกค้าสั่งในช่วงหลังก็เพิ่มขึ้น
ลี่หรงที่ทำเพียงคนเดียวไม่ไหวแล้ว ประกอบกับไม่อยากให้ชายหนุ่มลำบากตื่นมาส่งของทุกวัน เธอจึงโน้มน้าวให้จ้าวชิงซงออกจากงานส่งเนื้อ แล้วมาทำงานกับเธอ
จ้าวชิงซงยินดีเป็นอย่างยิ่ง แล้วแนะนำงานส่งของให้พี่น้องอีกคนอย่างรวดเร็ว
จ้าวชิงซงหาเกวียนกลับมาคันหนึ่ง หลังจากเขาปรึกษากับลี่หรงเรียบร้อย จึงตัดสินใจร่วมเป็นหุ้นส่วนกับจ้าวชิงหยางสองสามีภรรยา
เหอซิ่งได้ยินก็ตกใจ “นี่เรากำลังจะ ‘ทำการค้า’ นะ ถ้าถูกจับขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพียงแค่พี่สะใภ้ทำพะโล้กับฉันทุกวันก็พอ ที่เหลือก็ส่งต่อให้จ้าวชิงซง ตอนนี้เขาคุ้นเคยแล้ว พวกเราทำงานนี้มานาน ถ้าพี่ช่วยฉันทำพะโล้ทุกวัน ฉันจะให้วันละสองหยวน ครบเดือนหนึ่งจะสะสมได้หกสิบหยวน พนักงานร้านอาหารรัฐข้างนอกหนึ่งเดือนได้แค่สามสิบหยวนเอง นี่ไม่นับรวมที่พี่ใหญ่ส่งของกับจ้าวชิงซงด้วยนะ”
[1] ปลากระบองเป็นคำแสลง หมายถึงหยิบไม้กระบองตีก้น