ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 204 ลี่รุ่ยจือรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดออะไรออกไป
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 204 ลี่รุ่ยจือรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดออะไรออกไป
บทที่ 204 ลี่รุ่ยจือรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดออะไรออกไป
ลี่หรงยิ้มมุมปาก “ที่คุณพูดมาก็ถูกค่ะ แต่คนหนุ่มสาวก็ควรออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเอง ได้ลองใช้ชีวิตเองบ้าง ถ้ามัวแต่ฟังและทำตามคำพูดของคนอื่นหมด ก็เท่ากับว่าเขาไม่เคารพตัวเองเลย หากเก็บกดไว้เป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อเจ้าตัวได้นะคะ”
เสิ่นหย่วนเทามีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “เสี่ยวหรง ลุงชื่นชมหนูนะ แต่เรื่องนี้ลุงว่าหนูไม่ควรเข้ามายุ่งจะดีกว่า”
“ต้องขอโทษคุณลุงเสิ่นด้วยนะคะ ในฐานะที่รู้จักกับทั้งสองคนมานาน ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันลึกซึ้งที่ทั้งสองคนมีต่อกัน เขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของฉัน ส่วนรั่วหนิงก็เป็นเพื่อนของฉันมาหลายปี ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องได้จริง ๆ ค่ะ”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเสิ่นหย่วนเทาเคร่งขรึมลง ลี่หรงก็ถอนหายใจ “ฉันรู้ค่ะว่าเรื่องนี้พี่สามของฉันเป็นคนผิด แต่คุณลุงเสิ่นคะ ฉันขอร้องให้คุณให้โอกาสพี่ชายของฉันหน่อยได้ไหมคะ เขาเป็นคนที่ขยันและมีความรู้ ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทำให้ชีวิตของรั่วหนิงต้องลำบากอย่างแน่นอนค่ะ”
ลี่ข่ายจือเห็นด้วยกับคำพูดของลี่หรง “รุ่ยจืออาจดูเหมือนคนเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เรื่องนี้พวกเราก็จัดการกับเขาแล้ว คุณเสิ่นให้โอกาสคนหนุ่มสาวลองรับฟังความคิดของพวกเขาดูสักหน่อยเถอะครับ”
ริมฝีปากของเสิ่นหย่วนเทาเม้มเข้าหากัน สวีจิ้งเหอดึงแขนเสื้อของเขา เสิ่นหย่วนเทาเพิ่งจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็มีเสียงร้องตกใจดังมาจากชั้นบน “คุณหนู!”
คนด้านล่างลุกขึ้นยืนลี่รุ่ยจือตอบสนองเร็วที่สุด เขาไม่สนใจมารยาทวิ่งขึ้นบันไดไปทันที
จากเสียงที่ได้ยินเขาแน่ใจว่าเป็นห้องของเสิ่นรั่วหนิง เขาเปิดประตูอย่างแรง “หนิงหนิง! หนิงหนิง!”
“รุ่ยจือ ฉันอยู่ข้างใน!” เสียงของเสิ่นรั่วหนิงดังออกมาจากประตู “รีบเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
เสิ่นหย่วนเทาและคนอื่น ๆ ตามมาทีหลัง สวีจิ้งเหอได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกสาวอันเป็นที่รักของเธออย่างชัดเจน เธอกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับลูกสาว เธอจึงรีบพูดว่า “ป้าหง รีบเปิดประตูสิ!”
วินาทีต่อมาประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
ลี่รุ่ยจือผลักประตูเข้าไป เสิ่นรั่วหนิงเห็นเขาก็โยนมีดสั้นที่อยู่ในมือทิ้ง แล้ววิ่งเข้ามากอดลี่รุ่ยจือ ร้องไห้สะอื้นด้วยความดีใจ
ลี่รุ่ยจือกอดพร้อมกับลูบหัวเธอเบา ๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ พึมพำเบา ๆ “อย่าร้อง พี่อยู่นี่แล้ว”
สีหน้าของเสิ่นหย่วนเทาดูประหลาดใจ เสิ่นหมิงโจวขมวดคิ้วเข้าหากัน จ้องมองไปที่ลี่รุ่ยจือด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
ลี่หรงกับลี่ข่ายจือได้แต่มองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
แต่อันอันกลับเดินเข้าไปแล้วดึงเสื้อของเสิ่นรั่วหนิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก ๆ ว่า “คุณป้าอย่าร้องไห้เลยนะครับ”
หลังจากที่ได้เข้าเรียน อันอันก็จำคนเก่งมากขึ้น หลังจากที่เสิ่นรั่วหนิงล้างสมองเขาอยู่ตลอด เขาก็จำได้ว่าเธอเป็นคุณป้า แล้วก็เรียกแบบนี้ทุกครั้ง
ลี่รุ่ยจือสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมองไปทางว่าที่พ่อตาแม่ยายอย่างอ้อนวอน ฝ่ายแม่ยายก็ยังดีหน่อยแสดงสีหน้าตกใจ แต่ว่าที่พ่อตาน่ะสิ น่ากลัวสุด ๆ ใบหน้าเรียบเฉยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ลี่หรงตกใจจนพูดไม่ออก คิดไม่ถึงว่าอันอันจะพูดแบบนี้ เธอแอบมองเสิ่นหย่วนเทา แล้วก็เห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่สู้ดีเธอเลยกลืนน้ำลายลงคอแล้วก็หวังว่าอันอันคงไม่ได้ทำเรื่องแย่ ๆ ลงไป!
เสิ่นรั่วหนิงหัวเราะทั้งน้ำตา “ไม่ร้องไห้แล้วจ้ะ”
“พอได้แล้ว!” เสิ่นหย่วนเทา เอาหลังมือไพล่หลังแล้วพูดกับพวกเขาว่า
“ลงไปคุยกันข้างล่าง”
เดิมทีคนที่ดูแลเสิ่นรั่วหนิงอยู่ก็คือป้าหง เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ ต้องคอยดูแลเสิ่นรั่วหนิงต่อหรือไม่ สวีจิ้งเหอก็เลยสั่งให้เธอลงไปทำงานอย่างอื่นแทน
ใครจะรู้ว่าเมื่อครู่เธอตกใจจนแทบหัวใจวาย เธอไม่รู้ว่าคุณหนูเอามีดมาจากไหน แล้วยังเอาไปจ่อที่คอของตัวเอง ทำให้ป้าหงรู้สึกราวกับว่าฟ้าจะถล่มลงมา
หลังจากที่ถูกสั่งให้ลงไปทำอย่างอื่น ป้าหงก็โล่งใจพลางพยักหน้าแล้วลงไปทำงานต่อ
เสิ่นหย่วนเทาพูดจบก็เดินนำลงไปข้างล่างก่อน
ลี่ข่ายจือเป็นคนนอกไม่ควรยืนอยู่หน้าห้องของหญิงสาวคนอื่น จึงรีบเดินตามเสิ่นหย่วนเทาลงไปข้างล่าง
เสิ่นหมิงโจวชี้ไปทางลี่รุ่ยจือกำลังจะด่า แต่เห็นว่าสวีจิ้งเหอกำลังมองมาที่เขาอยู่ ถึงอยากจะด่าก็ด่าไม่ได้ เขาพูดอะไรบางอย่างออกมาเบา ๆ แล้วก็เดินจากไปอย่างไม่เต็มใจ
“อะแฮ่ม!” สวีจิ้งเหอกระแอม แล้วเสิ่นรั่วหนิงก็เรียกเธอเบา ๆ ว่า “คุณแม่”
“รีบลงไปเถอะ อย่าให้พ่อรอนาน”
เสิ่นรั่วหนิงรู้ว่าแม่ของเธอรักเธอที่สุด เธอเข้าใจทันทีว่าแม่อยู่ข้างเธอ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองลี่รุ่ยจือด้วยความดีใจ แล้วก็จับมือเขาแน่นขึ้น
ก่อนที่สวีจิ้งเหอจะหันหลังเดินจากไป ก็ได้ยินลี่รุ่ยจือถามว่า “หนาวไหม ใส่เสื้อเพิ่มอีกตัวไหม ข้างล่างน่าจะอากาศเย็นอยู่”
เสิ่นรั่วหนิงสวมเสื้อคลุมเพิ่มอีกตัว เมื่อลงมาก็เห็นทุกคนนั่งรออยู่แล้ว เหมือนจะรอพวกเขาโดยเฉพาะ
ลี่รุ่ยจือโอบเสิ่นรั่วหนิงเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เธอพิงอยู่ในอ้อมอกของเขา ทั้งสองแนบชิดกันเหมือนกับทากาวไว้
พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่รักกันแต่ยังไม่ได้รับการยินยอมจากครอบครัว แม้กระทั่งการพรากจากกันเพียงชั่วครู่ก็ยังไม่ยินดี พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแบบนั้น และคนที่นั่งอยู่บนโซฟานั่นก็คือคนที่ต้องการแยกพวกเขาออกจากกัน
เสิ่นหย่วนเทามองพวกเขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจ เห็นได้ชัดว่าพอเขานึกถึงเรื่องนี้แล้ว ใบหน้าพลันบึ้งตึงและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หนิงหนิง มาหาพ่อ!”
“ไม่!” เสิ่นรั่วหนิงกำแขนเสื้อของลี่รุ่ยจือแน่น
เสิ่นรั่วหนิงไม่ค่อยจะโต้แย้งเสิ่นหย่วนเทาแบบเปิดเผยนัก เขาวางถ้วยชาลงอย่างแรง “ดีจริง ๆ! ตอนนี้แม้แต่คำพูดของพ่อก็ไม่ฟังแล้วใช่ไหม!”
ลี่รุ่ยจือลุกขึ้นยืนไม่เป็นไร เขากังวลว่าเสิ่นรั่วหนิงยืนนานแล้วจะเมื่อย เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เขาจึงลูบหลังเสิ่นรั่วหนิง “ไปเถอะ”
เสิ่นรั่วหนิงส่ายหน้า “ฉัน…”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้เธอท้องอยู่ ยืนนาน ๆ เดี๋ยวจะเมื่อย”
“ก็ได้ค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงจึงเดินเข้าไปหาพ่อ แต่เธอตั้งใจนั่งลงข้าง ๆ สวีจิ้งเหอ และเรียกเบา ๆ ว่า “คุณแม่คะ”
สวีจิ้งเหอกุมมือเธอเพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยเธอยังมีแม่ที่เข้าใจ แต่ก็ทำเป็นพูดตำหนิลูกสาว “เรานี่เอาแต่ใจจนเคยตัว”
เสิ่นรั่วหนิงอ้อนเสียงหวานอีกครั้ง “คุณแม่คะ ช่วยพวกเราด้วยสิ”
สวีจิ้งเหอไม่ได้พูดอะไร
จู่ ๆ สวีจิ้งเหอก็พูดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว “มัวยืนอยู่ตรงนั้นทำไม หรือว่าพวกเราต้องเงยหน้ามองเวลาคุยกับเเธอ”
คนที่ยืนอยู่คนเดียวคือลี่รุ่ยจือ เขาไม่โง่หรอกได้ยินดังนั้นก็รีบขอบคุณทันที “ขอบคุณครับ”
แล้วก็มานั่งตรงข้ามกับเสิ่นหย่วนเทา
เสิ่นหย่วนเทาเห็นเขาแล้วก็รู้สึกขัดใจ แต่ภรรยาได้เชิญให้นั่งแล้วเขาก็ไม่กล้าขัด
เขากลับนึกถึงคำพูดของลี่หรง หากดื้อรั้นไม่ฟังคำพูดของผู้ที่เกี่ยวข้อง อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้
รวมถึงภาพที่เห็นตอนขึ้นไปเมื่อครู่ หนิงหนิงยังทิ้งมีดไว้ด้วย แม้จะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ในบ้านเกิดอะไรขึ้น แต่พอหวนนึกถึงเสียงร้องตกใจของป้าหงก็พอจะเดาออกได้บ้าง
เขาพูดเสียงแข็งว่า “ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคุณจะพูดแก้ตัวยังไง”
ลี่รุ่ยจือตกใจนิดหน่อย โดนลี่หรงเตะไปหนึ่งที “พูดสิ”
ลี่รุ่ยจือรีบตั้งสติแล้วพูดว่า “ผมกับหนิงหนิงเจอกันครั้งแรกที่นี่ ตอนนั้นผมกับพี่ใหญ่ไปร่วมงานวันเกิด จากนั้นก็ไปส่งเสี่ยวหรงกลับบ้าน หนิงหนิงก็ขึ้นรถมาด้วย ผมคิดว่าเธอคงจะไปส่งเสี่ยวหรงกลับบ้าน แต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่าเธอแอบชอบผมตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว และเธอแค่อยากหาโอกาสมาอยู่ด้วยกันกับผม”
ยิ่งพูดบรรยากาศก็ยิ่งเงียบ
ลี่หรงรู้สึกหน้ามืดไปหมด แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว ลี่รุ่ยจือรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกไปเนี่ย!