ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 203 ลี่ข่ายจือ ถูกน้องทำให้อับอายต่อหน้าคนตระกูลเสิ่น
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 203 ลี่ข่ายจือ ถูกน้องทำให้อับอายต่อหน้าคนตระกูลเสิ่น
บทที่ 203 ลี่ข่ายจือ ถูกน้องทำให้อับอายต่อหน้าคนตระกูลเสิ่น
หน้าประตูบ้านตระกูลเสิ่น
ทหารยามสองคนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู ลี่ข่ายจือนั่งที่เบาะข้างคนขับ ชะโงกหน้าออกไปพูดกับทหารยามที่เฝ้าประตูว่า “ผมคือลี่ข่ายจือครับ รบกวนไปบอกคุณเสิ่นด้วยครับ”
สีหน้าทหารยามไม่เปลี่ยน “คุณท่านสั่งไว้ว่าไม่ให้คนแซ่ลี่เข้าบ้าน”
ลี่หรงกับอันอันลงจากรถ “ฉันเป็นเพื่อนกับรั่วหนิง ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้ว คุณจำฉันได้ไหมคะ? ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”
ทหารยามจำหน้าลี่หรงได้ เธอมาบ้านตระกูลเสิ่นหลายครั้งแล้ว ทหารยามจึงขยิบตาแล้วส่ายหัว “คุณก็แซ่ลี่”
ลี่หรงดันอันอันออกไปข้างหน้า “เด็กคนนี้แซ่จ้าว เข้าไปได้ไหมคะ?”
ทหารยามก้มลงมองอันอันที่ตัวเล็ก สีหน้ามีแววชะงักอยู่ชั่วขณะ ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร ร่างของเสิ่นรั่วหนิงก็โผล่ออกมาจากหน้าต่างชั้นสองของคฤหาสน์ เธอตะโกนมาทางนี้ว่า “ให้พวกเขาเข้ามา ห้ามขวางพวกเขา!”
ทหารยามมีสีหน้าลำบากใจ คำพูดของคุณหนูไม่มีน้ำหนักพอ ถ้าปล่อยให้พวกเขาเข้าไป เมื่อถึงเวลานั้น คุณท่านกับคุณชายเสิ่นก็จะลงโทษพวกเขา
ขณะที่ลี่หรงคิดว่าเรื่องจะต้องยืดเยื้อต่อไป สตรีวัยกลางคนก็เดินออกมา “คุณท่านอนุญาตให้พวกเขาเข้าไป”
ทหารยามโล่งใจรีบเปิดประตู
เมื่อเข้ามาด้านใน ก็พบเสิ่นหย่วนเทากับคุณนายเสิ่นนั่งรออยู่บนโซฟา
เข้ามาในบ้านของตระกูลเสิ่นแล้ว ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดอย่างการถูกไล่กลับไปก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะถึงอย่างไรลี่ข่ายจือก็เป็นถึงผู้บัญชาการกองพล เขาจึงยิ้มอย่างสุภาพให้กับเสิ่นหย่วนเทาและคุณนายเสิ่น “เอ่อ สวัสดีครับคุณเสิ่น คุณนายเสิ่น”
ลี่หรงพูดตาม “สวัสดีค่ะคุณลุงเสิ่น ป้าสวี”
เธอเรียกทั้งสองคนแยกแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ
เสิ่นหย่วนเทาและสวีจิ้งเหอยังให้เกียรติพวกเขาอยู่ จึงพยักหน้ารับ
เสิ่นหมิงโจวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือผ้าและกำลังเช็ดมีดพกในมืออยู่ พลางเงยหน้ามองลี่รุ่ยจือด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
ลี่หรงหันมองลี่รุ่ยจือชายหนุ่มยิ้มรับแล้วอุ้มอันอันขึ้นมาบัง
ขี้ขลาดจริง ๆ ลี่หรงคิดในใจ
ลี่รุ่ยจือขี้ขลาดจริง ๆ ไม่ใช่กับเสิ่นหมิงโจวแต่เป็นกับพ่อแม่ของเสิ่นรั่วหนิงมากกว่า
ถึงจะขี้ขลาดแต่เขาก็ยังกัดฟันเดินเข้ามาทักทาย “สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า”
เสิ่นหย่วนเทากับสวีจิ้งเหอไม่ได้สนใจเขา
ลี่รุ่ยจือก็ไม่ได้รู้สึกอับอายแต่อย่างใด เขาคิดไว้แล้วจึงหันไปหาลี่หรงกับลี่ข่ายจือด้วยสายตาอ้อนวอน
เสิ่นหย่วนเทาหันไปทางลี่ข่ายจือ “ผู้บัญชาการลี่ เชิญนั่ง”
สวีจิ้งเหอก็ให้ลี่หรงนั่งลงเช่นกันแล้วกวักมือเรียกอันอันให้เข้ามาหาเธอ
อันอันที่อยู่ในอ้อมอกของลี่รุ่ยจือหันกลับไปมองลุงสามของตน ลี่รุ่ยจือจึงวางเจ้าหนูน้อยลง แล้วเขาก็เดินตรงไปหาสวีจิ้งเหอแล้วเรียกเธอว่าคุณยายด้วยเสียงอันน่ารัก
เฉพาะลี่รุ่ยจือเท่านั้นที่ไม่มีใครสนใจ
เขาไม่กล้านั่งด้วยซ้ำ ทำได้แค่ยืนตัวตรงอยู่ด้านหลังลี่ข่ายจือ
มีลี่ข่ายจืออยู่ บทสนทนาจึงต้องเริ่มจากเขาเป็นธรรมดา ดังนั้นก่อนที่เขาจะพูด ลี่หรงและคนอื่น ๆ จึงยังไม่มีใครคิดจะพูด
อันที่จริงลี่ข่ายจือเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไร เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน มันยากยิ่งกว่าการสั่งทหารรบเสียอีก เขาจึงรู้สึกกดดันและคิดว่าหลังจากเรื่องนี้จบลง เขาจะต้องซ้อมลี่รุ่ยจือสักครั้งให้หายแค้น
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเริ่มพูดเสิ่นหย่วนเทาก็ทำลายความเงียบ “ท่านผู้บัญชาการลี่ ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ได้?”
“เอ่อ วันนี้ผมแค่มาคุยเรื่องส่วนตัว คุณเสิ่นไม่ต้องให้เกียรติผมขนาดนั้นก็ได้ครับ เรียกผมว่าข่ายจือก็ได้ ผมอายุน้อยกว่าคุณตั้งหนึ่งรอบเลยนะครับ”
“พวกเราไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรต้องคุยกัน” เสิ่นหย่วนเทารินชาให้ลี่ข่ายจือและลี่หรง “นี่คือชาหินที่ได้รับมาจากแขกที่มาเยี่ยม ลองชิมดูสิว่าเป็นยังไงบ้าง”
ลี่ข่ายจือคลุกคลีในแวดวงคนมีอำนาจมานานหลายปี รู้ว่าเสิ่นหย่วนเทากำลังตีไทเก๊ก*[1]ใส่พวกเขาอยู่จึงตอบกลับอย่างใจเย็น “ชาดีมากครับ ผมเองเพิ่งจะได้ชิมชาหินเป็นครั้งแรก พวกเราเป็นทหาร เวลาดื่มชามีไม่มากนัก ความรู้เรื่องชาก็มีไม่มาก ผมเป็นคนหยาบ ๆ นอกจากจะบอกว่าดีแล้ว ผมก็ไม่รู้จะบอกว่าดีอย่างไร”
“เสี่ยวหรงล่ะ” เสิ่นหย่วนเทาเรียกลี่หรงว่าเสี่ยวหรงตามสวีจิ้งเหอมาตลอด
ลี่หรงตอบได้อย่างฉลาด เธอยิ้ม “เมื่อคุณลุงถามฉัน ฉันก็ตอบค่ะ ชาหินนี้ คงต้องเป็นของที่มีราคาแพงแน่นอน น้ำชานั้นมีสีเหลืองทองเหมือนน้ำซุปไก่ รสชาติหวานชุ่มคอและเย็นชื่นใจถือว่าเป็นชาที่ดีมากค่ะ”
แววตาของเสิ่นหย่วนเทาแสดงความชื่นชม “ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวหรงก็รู้เรื่องชากับเขาด้วย”
“ก็แค่รู้ผิวเผินนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ” ลี่หรงเปลี่ยนน้ำเสียง “ถึงจะเป็นชาที่ดีแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนดื่มด้วยว่าจะรู้จักชื่นชมคุณค่าของชาหรือไม่ อย่างพี่ใหญ่ของฉัน เขาอยู่กรมมาตลอดชาอะไรก็ไม่รู้จัก เขาเป็นคนหยาบ ๆ ถึงจะได้ดื่มชาดีแค่ไหนเขาก็คงจะบอกได้แค่ว่าอร่อย”
พูดถึงตรงนี้ลี่หรงก็อดรู้สึกผิดไม่ได้เธอเหลือบมองพี่ชายของตัวเอง ขอโทษนะคะพี่ใหญ่ เพื่อเรื่องแต่งงานของพี่สาม ฉันถึงได้เหยียบย่ำพี่ชายคนโต
ลี่หรงพูดต่อ “จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก แค่พูดตามความรู้สึกตัวเอง บางเรื่องก็ต้องให้เจ้าตัวได้สัมผัสด้วยตัวเองถึงจะพูดออกมาได้ ความคิดของคนในกับคนนอกย่อมไม่เหมือนกัน คนนอกอย่างเราควรให้คนในพูดความคิดของตัวเองออกมา”
ทุกคนในที่นั้นนอกจากอันอันแล้ว ไม่มีใครที่ไม่เข้าใจนัยแฝงในคำพูดของลี่หรง
ทุกคนต่างมองไปที่ลี่หรงแล้วจ้องเธอด้วยสายตาที่ชื่นชม
ลี่รุ่ยจือแทบอยากจะกราบขอบคุณลี่หรง ในใจยกนิ้วให้ลี่หรงรัว ๆ
เสิ่นหย่วนเทากำลังโต้เถียงกับพี่ชายของเขาโดยใช้ไทเก๊ก ทำให้ลี่รุ่ยจือเป็นกังวลใจไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่มากันเพื่อพูดเรื่องแต่งงาน ทำไมถึงได้มาพูดเรื่องชากัน
ยังดีที่ลี่หรงเปลี่ยนไปพูดเรื่องจริงจังซะที
คิดถูกจริง ๆ ที่ให้ลี่หรงมาด้วย
แต่อย่างไรก็ตามถ้าถามเขา เขาก็คงจะตอบว่าชานี้ดื่มแล้วอร่อยดี แล้วจะให้เขาตอบว่าอย่างไรได้ล่ะ
ชาก็คือชา แม้ว่าจะเป็นชาชั้นดีแต่ก็เป็นของที่ใช้ดื่ม ดื่มเข้าไปแล้วยังจะต้องให้เขากล่าวชื่นชมอยู่อีกหรือ
ลี่ข่ายจือแม้จะรู้ว่าลี่หรงกับเสิ่นรั่วหนิงสนิทกัน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ไท่เก๊กยังไม่ทันจะเข้าสู่ยกที่สองเลย
เขาเหลือบมองไปยังสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเสิ่นหย่วนเทา และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองอย่างไรต่อไป หวังว่าจะไม่ไล่พวกเขาออกไปก่อนนะ
ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงไม่มีหน้ากลับมาอีกแล้ว
ตั้งแต่เห็นลี่หรง สวีจิ้งเหอก็สัมผัสได้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้อีกแล้ว เดิมทีเธอและเสิ่นหย่วนเทาก็คิดกันไว้แล้วว่าจะเลื่อนเวลาไปก่อนแล้วค่อยให้ลี่รุ่ยจือมาคุยกันอีกที
ทั้งสวีจิ้งเหอและเสิ่นหย่วนเทาก็รู้เรื่องที่เสิ่นรั่วหนิงตั้งครรภ์พร้อมกัน
เมื่อซักถามจนรู้ว่าชายคนนั้นคือลี่รุ่ยจือที่มีพี่ชายชื่อลี่ข่ายจือ และมีน้องสาวชื่อลี่หรง สวีจิ้งเหอก็แทบจะไม่โกรธแล้ว
มีพี่ชายและน้องสาวที่ดีขนาดนี้คนคนนี้จะเป็นอะไรได้
ตอนนี้คนในบ้านที่ยังโกรธอยู่ก็คือเสิ่นหย่วนเทาและเสิ่นหมิงโจว
ลูกสาวสุดที่รักที่ทะนุถนอมมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี กับน้องสาวที่เลี้ยงมาแต่เล็ก!
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร
ทั้งที่เพิ่งจะเรียนจบ ก็ถูกหลอกให้ตั้งท้องเสียแล้ว!
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงราชาแห่งสวรรค์ เสิ่นหย่วนเทาและเสิ่นหมิงโจวก็อดไม่ได้ที่คิดอยากจะจับอีกฝ่ายมาทุบตีให้ตาย แล้วโยนทิ้งนอกเมือง ปล่อยให้หมาป่ากิน!
วันนี้ลี่รุ่ยจือให้ทั้งสองคนมาช่วยพูด เสิ่นหย่วนเทาเลยไม่สามารถสั่งให้ลูกชายซ้อมลี่รุ่ยจือได้ แต่จากท่าทีแล้วเขาก็ยังไม่มีสีหน้าที่ดีต่อลี่รุ่ยจือ
ถ้าหากลี่ข่ายจือและลี่หรงไม่อยู่ เสิ่นหย่วนเทาและลูกชายจะต้องจัดการให้ลี่รุ่ยจือเข้าโรงพยาบาลแล้วนอนอีกสักสิบวันหรือครึ่งเดือนแน่นอน!
แต่ว่าลี่หรง หญิงสาวผู้นี้กลับไม่เล่นด้วยตามแผนไท่เก๊กของเขา เธอจะต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่างออกมาให้จงได้
ครู่ต่อมาเสิ่นหย่วนเทาก็หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่า คนในมักมองข้าม แต่คนนอกกลับมองเห็นชัด เพราะว่าเขาเคยผ่านประสบการณ์มาก่อน และมองเห็นอะไรได้มากกว่าสินะ”
[1] ตีไทเก๊ก พูดอ้อม ๆ เลี่ยงที่จะตอบคำถามตรง ๆ