ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 25 ฆ่าหมูวันตรุษจีน เจอผู้ชายเฮงซวยอีกแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 25 ฆ่าหมูวันตรุษจีน เจอผู้ชายเฮงซวยอีกแล้ว
บทที่ 25 ฆ่าหมูวันตรุษจีน เจอผู้ชายเฮงซวยอีกแล้ว
ท่ามกลางการเฝ้ารอ ในที่สุดตรุษจีนก็มาถึง
สองวันก่อนตรุษจีน หิมะหยุดตกพอดี ที่ศาลาประชาคมจะฆ่าหมูแบ่งสรรปันส่วนเนื้อกันในวันตรุษจีน
กองการผลิตจะเลี้ยงหมูหรือฆ่าหมูต่างก็มีเป้า ถ้าหมูเกินหนึ่งร้อยสามสิบจินก็ถือว่าถึงเป้าแล้ว ต้องหมูที่หนักเท่านี้เท่านั้นถึงจะฆ่าแบ่งเนื้อได้
เหล่าสมาชิกทำงานหนักทั้งปีก็เพื่อฉลองปีแห่งความสมบูรณ์กับเนื้อนี้ ดังนั้นการเลี้ยงหมูเป็นหนึ่งในงานที่ในกลุ่มเน้นการดูแลมาโดยตลอด ถึงคนจะหิวก็ไม่ยอมให้หมูอด
โดยทั่วไปแล้วตราบใดที่ไม่ป่วยตาย หมูทั่วไปก็เลี้ยงจนน้ำหนักถึงเป้าได้
ทว่าถึงจะเยอะแค่ไหนก็ไม่มีหมูที่หนักเกินหนึ่งร้อยห้าสิบจิน หรือถ้ามี กองการผลิตนี้จะต้องถูกประเมินว่าเป็นกองการผลิตที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
จ้าวเจี้ยนผิงให้เหล่าสมาชิกชั่งน้ำหนักหมู ไม่มีตัวไหนหนักเกินหนึ่งร้อยห้าสิบจิน แม้จะน่าเสียดายอยู่เล็กน้อย ทว่าก็ยังเตรียมการฆ่าหมูแบ่งเนื้อกันอยู่ดี
ในคืนก่อนวันฆ่าหมู จะไม่ให้อาหารหมู
คนเฒ่าคนแก่คิดว่าหมูกำลังจะถูกฆ่าในวันรุ่งขึ้น ให้อาหารไปก็เสียเปล่า ลดอาหารหมูมื้อหนึ่งก็เท่ากับประหยัดได้หนึ่งมื้อ อีกสาเหตุก็คือความหิว ขณะที่ฆ่าหมูในวันรุ่งขึ้นมันก็จะไม่มีแรงขัดขืนมาก จะได้ไม่เปลืองแรง
จ้าวเจี้ยนผิงหาคนฆ่าหมู ต้มน้ำ และถอนขนได้นานแล้ว การฆ่าหมูแบ่งเนื้อเป็นเรื่องใหญ่ รายละเอียดอะไรก็ต้องจัดเตรียมให้พร้อม
นอกจากคนฆ่าหมูโดยเฉพาะ ยังมีแรงงานเกือบสิบคนถูกเรียกมาช่วยแบ่งเนื้อหมู
สมาชิกที่ถูกเรียกไปจะแบ่งเครื่องในหมูส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไปได้มากหน่อย จ้าวชิงหยางก็ถูกเรียกไป
การฆ่าหมูในวันนี้ จ้าวชิงซงกับจ้าวเจี้ยนกั๋วเร่งทำงานอยู่ที่บ้าน แม่จ้าวกำลังนึ่งบ๊ะจ่าง แรงงานทั้งสี่ของบ้านตระกูลจ้าวไปทำงาน แต้มงานตลอดหนึ่งปีจึงมีไม่น้อยเลย ก็เหมือนกับช่วงที่หมูอ้วน เนื้อหมูที่แบ่งได้ก็ไม่น้อยเช่นกัน
ดังนั้นถึงลี่หรงจะไม่มีแต้มงาน แต่เธอก็ไปเอาเนื้อหมูกับเหอซิ่งเช่นกัน
ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิด ท้ายหมู่บ้านพลันส่องสว่างเป็นวงกว้างด้วยแสงจากการเผาฟืน
ทันทีที่หมูร้อง ‘อู๊ด’ ทั้งคนที่รอแบ่งและไม่แบ่งเนื้อหมู หรือแม้แต่เด็กน้อยต่างก็เข้ามามุงดูตรงนั้นอย่างมีความสุข
เหอซิ่งถือถัง เข้าแถวรอแบ่งเนื้อหมู
ลี่หรงยืนถูมืออยู่อีกด้าน เป็นครั้งแรกที่เผชิญกับการฆ่าหมูครั้งใหญ่นี้ ตนไม่ได้กลัว กลับมองอย่างเพลิดเพลินเสียด้วยซ้ำ แทบจะแทะเมล็ดแตงโมไปพลางอยู่แล้ว
ก่อนคนฆ่าหมูจะลงมีดก็ตะโกน “คนที่จะเอาเลือดหมูให้มารับ!”
เลือดหมูไม่ใช่ของมีค่ามาก ใครจะรับก็ได้ทั้งนั้น คนในหมู่บ้านที่มาเอาเนื้อหมูไม่พลาดอาหารฟรีอยู่แล้ว
เหล่าคุณนายถือถังไม้ เตรียมพุ่งเข้าไป
ลี่หรงเห็นเหอซิ่งยืนตะลึง จึงเอื้อมมือหยิบถังถือเข้าไปรองใต้ตัวหมูเพื่อรอรับ
คนฆ่าหมูเห็นลี่หรงอายุน้อยก็ชะงักก่อนจะยิ้ม “แม่สาวน้อย ใจกล้าใช่เล่น เคลื่อนไหวก็รวดเร็ว ตอนนี้หลีกไปซะก่อน เดี๋ยวฉันจะลงมีดแล้ว”
ปกติเลือดหมูจะถูกคุณป้าในศาลาประชาคมแย่งไปอย่างรวดเร็ว ปีก่อนเหอซิ่งก็ไม่ได้รับเลือดหมู ปีนี้เธอก็ไม่คิดจะรับด้วย กลัวว่าจะถูกคนนินทา นึกไม่ถึงว่าลี่หรงจะมือไวเช่นนั้น
คุณป้าที่แย่งได้ไม่เร็วพอยืนอยู่ด้านข้างก็พูดจาเหน็บแนม “เหอซิ่งจ๊ะ น้องสะใภ้ของเธอแม้ไม่ได้ทำงาน แต่ทำอะไรได้รวดเร็วดีนะ”
เหอซิ่งยิ้มแหย ทว่าลี่หรงกลับไม่สนใจ ก่อนตอบกลับ “ฉันไม่ได้ทำงาน ก็เลยต้องรีบรับของที่ไม่ต้องใช้แต้มงาน คุณป้าก็ต้องรีบหน่อยนะคะ เดี๋ยวหมูตัวต่อไปจะมาแล้ว”
เธอทำคุณป้าคนนั้นชะงักเสียจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นสีตับหมู ปากอ้ำอึ้งแย้งไม่ออก
“เสี่ยวหรง… เธอก็มาปันเนื้อหมูเหรอ?”
ลี่หรงหันไปตามเสียง เห็นหลัวปิงกับยุวชนคนอื่น ประโยคก่อนหน้านี้คือหลัวปิงที่ทักทายลี่หรง
ทำไมถึงเจอหลัวปิงล่ะเนี่ย ลี่หรงคิดในใจว่าซวยจริง ๆ ตั้งแต่เก็บผักป่าครั้งก่อน ก็ไม่ได้เจอหน้าหลัวปิงอีก เธอกระตุกยิ้ม “ปิงปิงนี่เอง”
หลัวปิงเข้ามาควงแขนลี่หรงด้วยท่าทางสนิทสนม “ไม่เจอกันนานเลย ทำไมเธอไม่มาเล่นกับฉันที่หน่วยยุวชนบ้างล่ะ”
ลี่หรงพลันดึงมือออก “ก็ฉันยุ่งอยู่นี่ไง”
“เธอจะยุ่งอะไรกัน งานการก็ไม่ต้องทำ” หลัวปิงดึงลี่หรงมากระซิบ “เต๋อเป่าบอกว่าครอบครัวเธอเขียนจดหมายมาหา เดี๋ยวดึกหน่อยเธอไปที่หน่วยยุวชนก่อนได้ไหม?”
“จดหมายอะไร?” ลี่หรงกวาดมองก็ปะทะกับสายตาร้อนแรงของหยางเต๋อเป่าในกลุ่มยุวชน เธอนึกรังเกียจอยู่ในใจ บ้านตระกูลลี่มีอะไรถึงไม่พูดกับเธอตรง ๆ ทำไมต้องบอกผ่านหยางเต๋อเป่า
ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจวางแผนสกปรกอะไรอีก เห็นเพียงว่าเธอเป็นคนโง่ ลี่หรงปฏิเสธอย่างเฉยชา “ฉันยุ่งอยู่น่ะ มีอะไรก็พูดตอนนี้เลยดีกว่า ที่บ้านรอให้ฉันกลับไปทำกับข้าวอยู่”
หลัวปิงตะลึง ก่อนมองไปที่หยางเต๋อเป่า เมื่อสองคนสบตากัน เขาก็เดินเข้ามาโดยไม่สนใจฝูงชนรอบตัว
“เสี่ยวหรง แม่ของฉันรู้ว่าเธอแต่งงานกับชาวบ้านในชนบทแล้ว ท่านเสียใจมาก บอกว่าถ้าเธอต้องการหย่า ท่านจะหางานดี ๆ ในตัวเมืองให้เธอเอง”
พนันเลยว่าแม่ของลี่หรงไม่ได้บอกอะไร แต่เป็นแม่ของหยางเต๋อเป่าต่างหาก
ลี่หรงกลอกตา ไม่รู้ว่าทำไมแม่ของหยางเต๋อเป่าถึงพูดแบบนี้ ทำเหมือนเธอเป็นลูกสาวในไส้ คงไม่ใช่ว่าบ้านตระกูลหยางเกิดเรื่องบางอย่างแล้วต้องการความช่วยเหลือจากบ้านตระกูลลี่หรอกนะ เดี๋ยวจะเขียนจดหมายกลับไปถามแม่เธอทีหลัง
ตอนนี้เธอไม่ว่างมาสนใจหยางเต๋อเป่า จึงพูดว่า “ไม่ต้องให้คุณน้ามาเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ฉันมีชีวิตที่ดีแล้ว จ้าวชิงซงไม่ต้องการให้ภรรยาเขาทำงาน แถมยังซื้อเนื้อให้กินทุกมื้ออีก หากกระหายก็ชงนมมอลต์ให้ดื่ม ดูฉันสิอ้วนกลมไปหมดแล้ว”
ลี่หรงหน้าแดงเปล่งปลั่ง เป็นเพชรน้ำงามที่หาได้ยากในหมู่บ้าน แค่มองก็รู้ว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ใบหน้าที่ดูดีอยู่แล้วยิ่งน่าดึงดูดมากขึ้น หยางเต๋อเป่าที่มองอยู่พลันนึกเสียดายที่ไม่ได้นอนกับเธอในตอนแรกที่ลี่หรงมา ‘จีบ’ เขา
หยางเต๋อเป่าพลันมีสีหน้าเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง “จ้าวชิงซงเป็นเพียงชาวบ้านในชนบท ไม่รู้ว่าจะมีอนาคตต่อไปอย่างไรบ้าง”
สำหรับลี่หรงแล้วคนตรงหน้าผู้นี้สมองคงมีปัญหา ก่อนปรายตามองหลัวปิง แล้วเอ่ยปากพูด “ไม่อย่างนั้นฉันหย่ากับจ้าวชิงซงแล้วไปแต่งกับนายไหมล่ะ?”
หยางเต๋อเป่าทำหน้าดีใจ เขาพูด “งั้นฉันจะให้แม่เตรียมตัวให้พร้อมนะ”
เขาท่าจะบ้าไปแล้วจริง ๆ ลี่หรงหมดคำจะพูด
สีหน้าหลัวปิวพลันหม่นลง ตอนนี้ตนเองยังเป็นแฟนของหยางเต๋อเป่าอยู่นะ เธอพูด “พี่เต๋อเป่า ก่อนหน้านี้พี่ไม่ได้พูดแบบนี้นี่”
หยางเต๋าเป่าเม้มปาก “พวกเราเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ แม่ไม่ให้ฉันกับเธออยู่ด้วยกันน่ะ ขอโทษนะปิงปิง”
ลี่หรงเบะปาก ไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจสองคนนี้ เหอซิ่งเรียกเธอพอดี ลี่หรงตอบพร้อมรีบเดินไป
เหอซิ่งเอาเนื้อมาเรียบร้อย แล้วรอเนื้อหมูกับเครื่องในที่จ้าวชิงหยางได้ส่วนแบ่งในฐานะแรงงานฆ่าหมูมารวมกัน จากนั้นก็ถือกลับบ้านพร้อมลี่หรง
หลังจากกลับบ้าน ลี่หรงกับเหอซิ่งก็เก็บเนื้อหมูพวกนี้เรียบร้อย บางส่วนต้องทำกินวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เอาไปตุ๋น ที่เหลือก็ล้างให้สะอาดและวางไว้ในลาน โดยใช้หิมะคลุมไว้
อากาศหนาวจัด กองหิมะพวกนั้นจะเป็นตู้เย็นธรรมชาติรักษาความสดได้ดี
ลี่หรงและจ้าวชิงซงเริ่มกินข้าวพร้อมกับพวกแม่จ้าวตั้งแต่วันส่งท้ายแล้ว วางแผนว่าจะกินจนถึงฉลองวันตรุษจีนวันสุดท้ายคือวันที่เจ็ด
วันส่งท้ายในวันนี้ ทุกคนตื่นกันแต่เช้าตรู่
ตอนที่ลี่หรงตื่นขึ้นมา เหอซิ่งก็ทำอาหารเช้าเสร็จพอดี เธอจึงแปรงฟันก่อนจะเริ่มกินอาหารเช้า
“จ้าวชิงซงล่ะ?” ลี่หรงกินไปถามไป
“ทำคำขวัญมงคลอยู่ที่โถงน่ะ แม่ก็กำลังตัดกระดาษอยู่ เธอไม่ลองไปดูหน่อยล่ะ?”