ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 26 อาหารค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 26 อาหารค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
บทที่ 26 อาหารค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการติดบทกลอนอวยพรปีใหม่ ทว่าในปี 1970 ของตกแต่งนั้นหายาก ไม่ต้องพูดถึงบทกลอนอวยพรปีใหม่ที่ปิดทองอย่างสวยงาม มีคนน้อยมากที่เขียนบทกลอนอวยพรปีใหม่ด้วยหมึกสีดำ คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจะตัดกระดาษสีแดงที่ว่างเปล่าเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แล้วติดใต้ชายคาตามความเหมาะสม
มีกระดาษสี่เหลี่ยมสีแดงบนผนัง และมีกระดาษสีแดงติดไว้บนโต๊ะและเก้าอี้ด้วย ทั้งหมดนี้จ้าวชิงซงเป็นคนตัด โดยมีเพียงที่อยู่บนผนังเท่านั้น ที่แม่จ้าวตัดกระดาษที่ตัดไว้อย่างสวยงามติดเอาไว้
ลี่หรงยืนดูอยู่ข้างแม่จ้าว ฝีมือของเธอดีมาก เธอพับกระดาษสีแดงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วตัดด้วยกรรไกรสองสามครั้ง จากนั้นก็จะได้กระดาษที่ถูกตัดฉลุอย่างสวยงาม
“นี่คืออะไรเหรอคะ?” ลี่หรงถาม พลางชูกระดาษที่เพิ่งถูกตัดขึ้นมา
“นี่เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้ทุกปี จะเอาไปติดไว้ที่หน้าต่างห้องครัว” แม่จ้าวแบมือออก “ส่วนนี่เรียกว่าคิดสิ่งใดสมดังปรารถนา จะเอาไปติดไว้ที่ห้องโถง”
แม่จ้าวเห็นว่าลี่หรงสนใจการตัดกระดาษมาก จึงตัดอีกอันหนึ่งเพิ่ม แล้วพูดว่า “นี่คือกิเลนประทานบุตร”
ลี่หรงพยักหน้า โดยไม่รู้ว่าแม่จ้าวหมายถึงอะไร เธอถือ ‘กิเลนประทานบุตร’ แล้วมองด้วยความสนใจ
แม่จ้าวรีบตัดอีกอันหนึ่งให้เธอ แล้วพูดว่า “นี่เรียกว่าให้กำเนิดลูกชายที่ดีไว ๆ”
“อ้อ” ในที่สุดลี่หรงก็รู้แล้วว่าแม่จ้าวอยากจะสื่ออะไร ติดไว้เพื่อกระตุ้นให้เธอตั้งครรภ์นี่เอง เธอหัวเราะแห้งแล้ววิ่งหนีไป แต่กลับชนเข้ากับจ้าวชิงซงที่เดินเข้ามาพอดี
จ้าวชิงซงช่วยประคองเธอ “ทำไมต้องวิ่งเร็วขนาดนี้ด้วย?”
ลี่หรงไม่ได้ตอบ เม้มปากแล้วเดินจากไป
จ้าวชิงซงมองแม่จ้าวที่กำลังหัวเราะอยู่ในห้องด้วยใบหน้าสับสน แล้วถามว่า “แม่ครับ เธอเป็นอะไรไป?”
“เมียของลูกเป็นคนหน้าบางมาก ฮ่า ๆ ๆ”
“หืม?”
แม่จ้าวยื่นกระดาษที่ตัดแล้วสองแผ่นให้จ้าวชิงซง “เอากลับไปติดไว้ที่เตียงเตาและหน้าต่าง ปีหน้าจะได้ให้กำเนิดลูกชายที่ดี”
ปรากฏว่าเรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง จ้าวชิงซงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขากับเธอไม่ได้ทำอะไรกันเลย นอกจากจูบและกอดกัน แล้วลูกชายที่ดีจะมาจากไหน แต่ไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดเหล่านี้กับแม่จ้าว เขารีบกระดาษที่ตัดมาอย่างเรียบร้อย แล้วพูดว่า “ขอบคุณครับแม่”
จ้าวชิงซงใช้กาวแป้งเปียกติดบทกลอนอวยพรปีใหม่ด้านนอกเสร็จแล้ว ก็นำแป้งเปียกที่เหลือกลับไปที่บ้าน
ลี่หรงกำลังจัดเสื้อผ้าอยู่ในห้อง เมื่อเธอเห็นจ้าวชิงซงเข้ามา ก็ถามอย่างสบาย ๆ ว่า “ติดบทกลอนอวยพรปีใหม่เสร็จแล้วเหรอคะ?”
“ยังไม่เสร็จครับ ผมกำลังจะกลับมาติด”
มีอะไรที่ต้องนำมาติดในห้องด้วย ลี่หรงเงยหน้าขึ้นดูจ้าวชิงซงติด ‘ให้กำเนิดลูกชายที่ดีไว ๆ’ และ ‘กิเลนประทานบุตร’ ที่แม่จ้าวเพิ่งตัดลงบนผนังและเตียงเตา ด้วยสีหน้าจริงจัง
ใบหน้าของลี่หรงร้อนผ่าว เธอพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา “ทะลึ่งมาก”
จ้าวชิงซงอยู่ข้าง ๆ เตียงเตาเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาก็ไม่พอใจ จึงเดินเข้ามาหาเธอ “ทะลึ่งตรงไหนครับ?”
“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่อยากมีลูก”
จ้าวชิงซงเลิกคิ้วถาม “คุณคิดเรื่องมีลูกบ้างไหม?”
ลี่หรงรู้สึกว่าถ้าเธอพูดต่อไป ชายหนุ่มจะเริ่มพูดจาทะลึ่งกับเธอ ใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว ก่อนจะหันหน้าหนีขณะพูดว่า “ฉันไม่รู้! รีบติดให้เสร็จแล้วออกไปฆ่าไก่ได้แล้วค่ะ!”
จ้าวชิงซงจับหน้าของเธอหันมา แล้วแสร้งทำเป็นถามอย่างจริงจัง “ภรรยา เมื่อไหร่คุณจะทำให้ผมได้เป็นพ่อคนบ้างล่ะ?”
เสียงของลี่หรงไม่ชัดเจน “ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ มันขึ้นอยู่กับคุณ”
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ผมจะทำให้ได้เป็นพ่อคนนะ”
ลี่หรงหยิกแขนเขาด้วยความอับอาย “ฉันยังมีเรื่องต้องทำ รอไปก่อนเถอะ”
จ้าวชิงซงรู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว และโน้มตัวไปจูบลี่หรง ก่อนจะออกไปช่วยฆ่าไก่ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
ในวันส่งท้ายปีเก่า บ้านของทุกคนจะยุ่งวุ่นวายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่เป็นการยุ่งวุ่นวายที่มีความสุข
หลังจากที่ผู้ชายฆ่าไก่และเป็ดแล้ว พวกเขาก็ไปผ่าฟืนเพื่อก่อไฟ ส่วนผู้หญิงทำงานในครัวเกือบตลอดทั้งวัน
มีเครื่องโม่หินอยู่ในลานบ้าน ลี่หรงขอให้จ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ บดข้าวเพื่อทำแป้งข้าวเจ้า ในตอนบ่าย เธอใช้แม่พิมพ์ไม้นึ่งเค้กข้าวหลายชิ้น โดยมีทั้งไส้ถั่วแดงและไส้ถั่วเขียว
หากมีดอกหอมหมื่นลี้ ก็จะได้ขนมกุ้ยฮวาที่หอมหวานอร่อยกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่ลี่หรงไม่สามารถหาดอกหอมหมื่นลี้ได้ในฤดูหนาว
แม่จ้าวกัดคำแรก แล้วเอ่ยชมฝีมือของลี่หรงว่า “ขนมนี้เนื้อนุ่มมาก ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ได้ลองชิม”
เหอซิ่งกล่าวว่า “เป็นเพราะน้องสะใภ้เลย ขนมแบบนี้ต้องมาจากเมือง นั่นหมายความว่าที่พวกเราได้กิน ก็ต้องขอบคุณน้องสะใภ้เท่านั้น”
ลี่หรงยอมรับคำชมด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับเธอ เค้กข้าวนี้ทำง่ายที่สุด ถ้าวัตถุดิบเอื้ออำนวย เธอก็สามารถทำขนมที่ซับซ้อนกว่านี้ให้พวกเขากินได้
ต้าหนิวและเอ้อร์หนิวกำลังแย่งกันเผาฟืน ส่วนผู้ใหญ่ก็ช่วยกันเทผัดผักออกจากหม้อ
ขณะที่แม่จ้าวและคนอื่น ๆ คุยกันไปไม่กี่คำ สองพี่น้องก็กินเค้กข้าวหมดไปคนละสองชิ้นแล้ว แม่จ้าวยิ้ม แล้วพูดว่า “สองคนนี้อย่าเพิ่งกินอิ่มนะ คืนนี้มีอาหารค่ำมื้อใหญ่”
ต้าหนิวหยิบขนมเข้าปากเคี้ยว เมื่อกลืนหมดแล้วก็พูดว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมชื่อต้าหนิว ท้องของผมใหญ่เท่าวัว คืนนี้ผมจะกินข้าวสามชามไปเลย!”
เอ้อร์หนิวเลียนแบบ “ผมก็เป็นวัวเหมือนกัน ผมก็กินไหว!”
ลี่หรงและคนอื่น ๆ รู้สึกขบขันกับคำพูดของเด็ก ๆ พากันหัวเราะครื้นเครง
ลี่หรงหยุดหัวเราะ “กินไปเถอะ ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ เอาถาดนี่ออกไปข้างนอก แบ่งให้กลุ่มพ่อของหลานกินด้วย”
ต้าหนิวยัดครึ่งชิ้นที่เหลือเข้าไปในปาก แล้วพูดขณะที่ขนมเต็มปากว่า “ที่สำคัญคือต้องมอบให้อารอง!”
แม่จ้าวและเหอซิ่งหัวเราะดังขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ”
ลี่หรงรู้สึกเขินอายมากจนต้องเร่งต้าหนิวให้ออกไป เมื่อเห็นรอยยิ้มของต้าหนิว เธอก็อยากจะเขกหัวเขาจริง ๆ ต้าหนิวคนนี้เริ่ม ‘ไม่น่ารัก’ มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ครอบครัวจ้าวทำอาหารมากกว่าสิบจาน สำหรับอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีซุปสามชนิด แบบแรกตุ๋นเครื่องในไก่และเครื่องในเป็ด พร้อมกับเลือดลงในน้ำที่ใช้ต้มเป็ดไก่ อีกแบบทำจากกระดูกวัวเคี่ยว และแบบสุดท้ายเป็นซุปมังสวิรัติที่ทำจากแตงกวาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
นอกบ้านยังคงสว่างไสว แต่ตระกูลจ้าวมานั่งรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว
ครอบครัวจ้าวมองอาหารมื้ออร่อย แล้วรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว
พวกเขาประสบกับความอดอยาก และใช้ชีวิตแค่ทำงานและเลิกงานเป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลย พวกเด็ก ๆ ยังไม่เคยฉลองส่งท้ายปีเก่าที่ใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน
ไม่เคยคิดฝันเลย
ลี่หรงเห็นว่าทุกคนกำลังเหม่อลอย และเด็กน้อยทั้งสองก็ไม่กล้าขยับตัว จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “กินเลยค่ะ อย่ามัวรอช้า ปีใหม่กำลังจะมาถึง!”
ในฐานะหัวหน้าครอบครัว คุณพ่อจ้าวกระแอม แล้วพูดว่า “กินเลย กินเลย ในที่สุดก็จะผ่านวันนี้ไปได้”
ลี่หรงกล่าวว่า “มาดื่มกันก่อนเถอะค่ะ”
จ้าวชิงซงหยิบถ้วยสุราขึ้นมา แล้วพูดว่า “มา เอาเลยครับ”
ทั้งสามคนต่างก็มีถ้วยสุราที่เต็มไปด้วยเหล้าขาวอยู่ข้างหน้า
เหอซิ่งตกตะลึง แล้วถามลี่หรงว่า “เราต้องทำอะไรก่อนเหรอ? ต้องทำยังไง”
ลี่หรงหยิบชามซุปขึ้นมา “ซุปก็เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือต้องชน ‘ถ้วย’ กันเพื่อเฉลิมฉลอง”
ทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะ หลังจากชน ‘ถ้วย’ กันแล้ว ทุกคนก็เริ่มขยับตะเกียบ
เมื่อรับประทานอาหารไปได้ครึ่งหนึ่ง เสียงประทัดก็ดังมาจากด้านนอก
ลี่หรงยักไหล่ แล้วพูดว่า “เฮ้ บ้านไหนกินข้าวเสร็จเร็ว แล้วเริ่มจุดประทัดแล้วเนี่ย?”
“มันคือประทัดของกองพล ใครจะมีเงินเหลือเฟือพอจุดประทัดเร็วขนาดนี้” แม่จ้าวกล่าว “ซื้อประทัดไว้แล้วก็ต้องจุดตอนเที่ยงคืนสิ”
แม่จ้าวบอกว่า “หลังอาหารเย็น เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ ไม่รู้ว่าจะมีคณะงิ้วมาในหมู่บ้านรึเปล่า”
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่นี่จะมีคณะงิ้วมาทำการแสดง โดยจะแต่งกายตามเทศกาล และร้องเพลงแสดงความยินดี อีกทั้งยังกลายเป็นความบันเทิงให้สำหรับชาวบ้านหลังอาหารเย็นอีกด้วย
ต้าหนิวที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการกิน เงยหน้าขึ้นมาถาม “แม่ครับ ขอใส่ชุดใหม่ได้ไหมครับ?”