ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 263 ต้อนหมู
บทที่ 263 ต้อนหมู
ปกติแล้วตอนนี้ซ่งเสี่ยวซานควรจะอยู่ที่ฟาร์มสุกร แต่จ้าวชิงซงสงสัย “วันนี้ฟาร์มสุกรไม่ส่งเนื้อหมูเหรอ?”
ซ่งเสี่ยวซานอุทานเสียงหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็พูดเสียงแผ่วเบาว่า “พี่ ตอนนี้ผมไม่อยู่ที่ฟาร์มสุกรแล้วละ”
นี่มันไม่ค่อยถูกต้องนัก ไม่ว่าซ่งเสี่ยวซานเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นจะนิ่งขรึมแค่ไหน แต่ต่อหน้าจ้าวชิงซง เขาก็เหมือนน้องชายคนหนึ่งเสมอ อยากจะพูดอะไรกับจ้าวชิงซงก็พูดปากก็พล่ามไม่หยุด
ตอนนี้เขาเงียบเกินไปแล้ว
จ้าวชิงซงตกใจไปชั่วครู่ “ที่บ้านเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก” ซ่งเสี่ยวซานแววตาเลื่อนลอย
จ้าวชิงซงหรี่ตาแล้วถีบซ่งเสี่ยวซาน “ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ซ่งเสี่ยวซานเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก พี่ พี่รู้ไหมว่าฟาร์มสุกรมีรถไถแล้ว”
“รู้” เรื่องนี้จ้าวชิงซงเป็นคนไปเสนอเอง รถไถนั้นเร็วกว่าเกวียน วิ่งได้ทีละเยอะ ๆ กินแต่น้ำมัน ไม่เหมือนวัวที่ต้องกินหญ้า
ซ่งเสี่ยวซานฟาดแส้ลงบนตัววัว วัวตัวนี้ยังเป็นตัวเก่าของเขา แก่แล้ว บางครั้งมันก็เดินช้า ปกติแล้วซ่งเสี่ยวซานจะไม่ตีมัน แต่วันนี้ห้ามใจไม่ไหวเลยฟาดลงไป “เถ้าแก่ซ่งบอกว่าผมขับรถไถไม่เป็น ฟาร์มสุกรก็ไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสำหรับผม บอกว่าจะให้ผมสามสิบหยวน ให้เป็นค่าชดเชย ผมรู้ว่าเขาไม่อยากให้ผมทำงานที่นั่นแล้ว ผมก็เลยออก”
“เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแค่ไหนแล้ว ทำไมไม่บอกฉัน?” จ้าวชิงซงไม่ค่อยพอใจ
“นานแล้วละ ตอนนั้นผมยังบอกเขาอยู่เลยว่าผมจะไปเรียนขับรถไถ”
“แต่หลังจากนั้น ผมถึงรู้ว่าเขาไม่ได้รังเกียจที่ผมขับรถไถไม่เป็น เขาจะเอาลูกพี่ลูกน้องของเขามาทำงานแทน พี่ เรื่องนี้ผมไม่อยากบอกพี่ แต่ตอนนี้บอกแล้ว ก็ไม่ต้องให้พี่ช่วยกู้หน้าให้หรอก ออกก็ออกเถอะตอนนี้ผมรับงานอิสระยังไงก็ได้เงิน”
ตอนที่จ้าวชิงซงจัดการให้ซ่งเสี่ยวซานเข้าไปทำงาน ซ่งเซียนผิงไม่รู้ว่าพวกเขารู้จักและสนิทกัน เขาคิดเพียงว่าคนนี้จ้าวชิงซงเป็นคนหามา
ในฟาร์มสุกรซ่งเสี่ยวซานไม่ได้แสดงออกว่าสนิทกับจ้าวชิงซง คนอื่น ๆ จึงไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา
งานขนส่งเนื้อหมู พูดว่ายากก็ไม่ยาก พูดว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ก็ยังแอบเกียจคร้านได้เยอะ ทุกวันแค่ขนของออกไป ส่วนช่วงกลางวันจะไปทำอะไรก็ไม่มีใครรู้
งานนี้เหมาะมากกับลูกพี่ลูกน้องสุดขี้เกียจของซ่งเซียนผิง เขาเลยจัดแจงให้ลูกพี่ลูกน้องเข้ามาทำงาน แล้วใช้ข้ออ้างว่าซ่งเสี่ยวซานขับรถไถไม่เป็น เพื่อไล่เขาออกจากงาน
จ้าวชิงซงเงียบ ซ่งเซียนผิงไม่ใช่เพิ่งเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก
คนในฟาร์มสุกรหลายคนล้วนแต่เป็นญาติของซ่งเซียนผิง
แต่เนื่องจากการดำเนินงานของฟาร์มสุกรยังปกติอยู่เสมอ จ้าวชิงซงจึงโอนสิทธิ์การจัดการออกไป เมื่อเป็นแค่ผู้ถือหุ้นที่รับเงินปันผล เขาก็ไม่สามารถจะเข้าไปยุ่งเรื่องมากมายได้
แต่ตอนนี้เมื่อเรื่องมาถึงซ่งเสี่ยวซาน จ้าวชิงซงก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจแล้ว
เขาคิดว่าซ่งเสี่ยวซานเป็นเหมือนพี่น้องแท้ ๆ ซ่งเซียนผิงดูแลลูกพี่ลูกน้องของเขาเองได้ แล้วเขาจะดูแลน้องชายของตัวเองไม่ได้หรือไง?
แต่ในตอนนี้เขาก็ไม่สามารถรีบกลับไปที่ฟาร์มสุกรเพื่อไล่ลูกพี่ลูกน้องของซ่งเซียนผิงออกแล้วจัดให้ซ่งเสี่ยวซานกลับไปทำงานแทนได้ทันที มันเป็นไปไม่ได้
“ลูกพี่ลูกน้องเขาเป็นยังไงบ้าง?” จ้าวชิงซงถาม
“ผมได้ยินมาว่าขี้เกียจจะตาย แถมยังขี้เมาและติดการพนันอีกด้วย” ซ่งเสี่ยวซานโกรธแค้น “คนแบบนี้คงจะฉกเงินค่าหมูไปไม่รู้เท่าไรแล้วมั้ง”
การส่งหมูจะต้องจดบัญชีและเก็บเงิน ซ่งเสี่ยวซานเคยทำหน้าที่นี้มาก่อน เขาจึงรู้ดีว่างานนี้แอบเอาเปรียบได้ง่ายมากแค่ไหน แต่เขาไม่คิดจะไปฉกเงินเหล่านั้น เพราะกลัวจะทำให้จ้าวชิงซงเสื่อมเสียชื่อเสียง
“อย่างนั้นเหรอ?” จ้าวชิงซงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างฉับพลัน “เสี่ยวซาน วัวของนายแก่แล้วนะ”
ซ่งเสี่ยวซานอึ้งไป เขาไม่คิดว่าจ้าวชิงซงจะเปลี่ยนหัวข้อได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่เขาก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ก็ใช่น่ะสิครับ ใช้มาหลายปีแล้ว เป็นเพื่อนเก่าเลยละ”
“หลังจากนี้นายยังจะทำงานส่งของอีกไหม?”
“ก็ต้องทำสิครับ งานนี้ไม่ต้องใช้สมอง ทำธุรกิจอย่างอื่นเมียผมบอกว่าผมน่ะออกไปทำอะไรก็คงโดนเขาหลอกเอาเงินไปจนหมดแน่”
“เมื่อวัวตัวนี้เกษียณแล้ว นายยังคิดจะซื้อวัวตัวใหม่มาลากเกวียนอยู่เหรอ?”
ซ่งเสี่ยวซานพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดมากขนาดนั้น “แต่ถ้าไม่ซื้อวัว ผมจะใช้ขนส่งของยังไงล่ะครับ?”
“ก็ไปเรียนขับรถสิ!” จ้าวชิงซงพูด เขามองดูสีหน้ามึนงงของซ่งเสี่ยวซาน แล้วพูดต่อ “ฉันไม่ได้ให้นายกลับไปขนหมู นายก็ซื้อรถไถสักคัน ในอนาคตจะขนของได้มากและเร็วกว่านี้ ตอนนี้คนส่วนใหญ่ใช้รถไถขนของ ซื้อมาไว้สักคันธุรกิจของนายก็จะขยายขึ้นเรื่อย ๆ”
ซ่งเสี่ยวซานไม่ได้คิดอะไรที่ไกลขนาดนั้น เขารู้แต่ว่าตอนนี้มีงานให้ทำก็พอ
เมื่อได้ยินจ้าวชิงซงพูด เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่า ตอนนี้งานขนส่งสินค้าโดยเกวียนเริ่มมีน้อยลงแล้ว
รถไถขนของได้เยอะกว่า คิดค่าขนส่งถูกกว่าก็ยังมีกำไร แต่เกวียนวิ่งช้า แต่ละครั้งขนของได้ในปริมาณจำกัด เพื่อหารายได้ สินค้าปริมาณน้อยจึงต้องคิดค่าขนส่งราคาแพง
ซ่งเสี่ยวซานคิดทบทวนดูแล้วก็เข้าใจ แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ แม่ของเขาล้มป่วย ต้องใช้เงินจำนวนมาก ภรรยาของเขาก็เพิ่งตั้งท้อง ค่าใช้จ่ายในครอบครัวในอนาคตจะมากขึ้น เขาก็เลยไม่กล้าใช้จ่ายเงินโดยไม่จำเป็น
การซื้อรถไถไม่ใช่เรื่องถูก ๆ เขายังต้องเสียเงินจ้างคนมาสอนอีก
“ขาดเงินใช่ไหม?” จ้าวชิงซงเห็นท่าทีที่ลังเลใจของเขา แล้วก็เดาได้
ซ่งเสี่ยวซานพยักหน้า
“ไม่ต้องคิดมากเลย ฉันจะออกเงินให้นายไปเรียนก่อน”
“แบบนี้ไม่ได้นะ” ซ่งเสี่ยวซานรีบปฏิเสธ ตลอดหลายปีที่จ้าวชิงซงปลูกต้นแพร์มา เขาไม่เคยเห็นว่าจะได้ขายผลไม้ ไม่รู้ว่าลงทุนไปเท่าไรแล้ว ซ่งเสี่ยวซานไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เขาเคยตามจ้าวชิงซงไปซื้อปุ๋ย แต่ละครั้งใช้เงินจำนวนมาก
ซ่งเสี่ยวซานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่ชิงซง ผมรู้แล้ว ผมจะหาเวลาจัดการเอง”
หลังจากขนปุ๋ยไปแล้ว จ้าวชิงซงก็ให้คนงานขนของเสร็จ แล้วก็ไปที่ฟาร์มสุกร
คนงานที่จ้าวชิงซงจ้างมาเป็นชาวบ้านแถวนั้น ทั้งจากหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านอื่น
ชาวบ้านบางคนทำงานกับจ้าวชิงซงมาตั้งแต่แรก เห็นว่าต้นไม้ของจ้าวชิงซงกินปุ๋ยเป็นจำนวนมากทุกปี นอกจากจะสูงขึ้นแล้ว ก็ไม่เห็นจะให้ผลผลิตเลย แม้แต่ผลผลิตก็ยังมีแค่ไม่กี่ลูก
มีประโยชน์อะไร?
แต่จ้าวชิงซงให้ค่าจ้าง แบบทำงานไม่กี่วันก็รับเงิน พวกเขาก็ยินดีไม่คิดอะไรมาก
บางคนก็รับเงินจากจ้าวชิงซงไปพลาง รอดูสถานการณ์ไปพลาง
จ้าวชิงซงก็ไม่มีเวลาสนใจคนพวกนี้ เขาเดินมาที่ฟาร์มสุกร แต่ไม่ตรงไปหาซ่งเซียนผิง เขาเดินไปดูที่คอกหมูก่อน
จ้าวชิงซงได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาแต่ไกล เหมือนกำลังสั่งการอยู่ “รีบ ๆ หน่อย เอาของมาไว้ตรงนี้ซะ เฮ้ย! หมูที่ตายนี่ เย็นนี้เอาไปตุ๋นดีกว่าว่ะ…”
เสียงนี้แปลกหู แต่จ้าวชิงซงไม่ได้อยู่ที่ฟาร์มสุกรเป็นประจำ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจ เขาเดินตรงเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและหวีผมมันยืนอยู่บนรถแทรกเตอร์ กำลังสั่งการเสียงดัง
ในฟาร์มสุกรมีแต่ลูกจ้างทั่วไปไม่มีใครแต่งตัวแบบนั้นเลย
ดูตลกดี
พวกเขากำลังขนหมูที่ยังเป็น ๆ ขึ้นรถไถ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟาร์มสุกรแห่งนี้ได้ขยายพื้นที่มากขึ้น ธุรกิจหมูก็ต้องส่งไปที่อื่น ๆ เพราะในอำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ จะบริโภคได้สักกี่ตัว
หมูที่ส่งไปที่อื่น ไม่ได้ฆ่า แต่จะส่งไปก่อนหนึ่งวันเพื่อให้ที่อื่นฆ่าเอง
ก็เหมือนกับว่าฟาร์มสุกรเป็นผู้จัดหาให้
จ้าวชิงซงยืนดูอยู่ข้าง ๆ สักพัก ชายที่หวีผมมันยืนอยู่บนรถไถที่กำลังสั่งการอยู่ คนอื่น ๆ ก็ต่างกำลังขนหมูกันอยู่ เมื่อชายคนนั้นเห็นจ้าวชิงซงยืนอยู่เฉย ๆ ก็ตะโกนสั่ง “เฮ้ย! ยืนอยู่เฉย ๆ ทำไม เข้ามาช่วยขนสิขี้เกียจรึไง? ระวังฉันจะบอกพี่ชายฉันนะ!”