ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 265 เปิดเผย
บทที่ 265 เปิดเผย
รถนั้นเป็นรถขนหมู กลิ่นขี้หมูบนรถเหม็นมาก แต่เพื่อนร่วมวงเหล้าไม่รังเกียจเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าการได้นั่งบนรถไถแล้วขับออกไปเสียงดังนั้น มันเท่สุด ๆ ไปเลย!
แน่นอนว่า การนั่งรถไถนั้นดึงดูดสายตาคนเป็นอย่างมาก
เดิมทีคิดว่าเดี๋ยวค่อยเอาเงินไปจ่ายให้ทีหลังก็จะไม่มีใครรู้
แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้ เจิ้งซื่อเผิงจะคิดผิด!
เมื่อทุกคนดื่มกันจนเมามาย พวกเขาก็ไปเล่นการพนันกันที่เดิมอีก!
เจิ้งซื่อเผิงเล่นพนันจนแพ้หมดตัว!
จู่ ๆ สติของเขาก็กลับคืนมาเกือบหมด เขาไม่กล้าที่จะอยู่ที่นั่นต่อ รีบโบกมือลาเพื่อนพ้องแล้วขับรถไถออกไป
เขาไม่กล้าขับกลับไปที่ฟาร์มสุกร จึงขับกลับบ้านทันทีแล้วบอกแม่ของเขาว่าเงินที่ได้จากการขายหมูหายไป ขอให้แม่ช่วยจ่ายก่อน
แม่ของเจิ้งซื่อเผิงคือป้าของซ่งเซียนผิง
เมื่อได้ยินว่าเงินหายไป หวังฉยงก็ไม่อยากจะควักเงินมาจ่าย “หรือว่ามีคนไม่จ่ายเงิน ตัวแกเหม็นเหล้าแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเมาจนหลงลืมไปแล้วรึไง?”
“ไม่ใช่นะ” เจิ้งซื่อเผิงยืนกรานว่าเงินหาย
เงินหายก็ต้องหามาจ่ายคืนเอง แต่พอถามกลับกลายเป็นว่าจำนวนเงินสามร้อยกว่าหยวน!
สวรรค์!
เงินไม่กี่ร้อยหยวนก็สามารถสร้างบ้านได้สักหนึ่งหรือสองหลังแล้ว!
หวังฉยงกินอยู่อย่างประหยัด มัธยัสถ์ ตลอดทั้งปีก็ยังเก็บเงินได้ไม่ถึงสามร้อยหยวนเลย!
เจิ้งซื่อเผิงทำงานที่ฟาร์มสุกรก็ไม่ได้สามร้อยหยวน!
หวังฉยงก็ไม่อยากเสียเงินจำนวนมาก “เรื่องนี้แกไปขอโทษลูกพี่ลูกน้องของแกซะ แล้วก็รับปากว่าครั้งต่อไปจะรอบคอบมากกว่านี้ ให้ปล่อยไปก่อน ก็ถือว่าได้คืนเงินนี้แล้ว!”
“อะไรกัน!” เจิ้งซื่อเผิงเริ่มโมโห “เงินแค่ไม่กี่ร้อยเอง ครอบครัวเราไม่ได้ไม่มีซะหน่อย! และฟาร์มสุกรไม่ใช่ของเขาคนเดียวนะ ถึงตอนนั้นหุ้นส่วนของเขามาตรวจบัญชีหากพบเข้า ผมก็ทำงานที่ฟาร์มสุกรไม่ได้อีกแล้ว!”
หวังฉยงกัดฟัน “ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกนะ นี่มันเงินสามร้อยหยวน ไม่ใช่สามเหมา!”
“แม่!” เจิ้งซื่อเผิงเห็นว่าครั้งนี้หวังฉยงไม่ยอมให้เงินเขาจริง ๆ เดิมทีเขาตั้งใจจะอาละวาดอยู่ แต่ก็อดทนไว้ ทันใดนั้นเขาก็พูดกับแม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “แม่ครับ ผมอยากกินไข่ตุ๋น”
มีลูกชายอยู่คนเดียว เมื่อเขาไม่เอาเงินแล้ว แค่ไข่ตุ๋นเธอให้ได้อย่างเต็มที่ เธอถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าครัวไป
เจิ้งซื่อเผิงชะโงกหน้าไปดูเห็นว่าหวังฉยงไม่อยู่แล้ว เขาถึงได้หันหลังกลับไปที่ห้อง
เขารีบวิ่งไปที่ห้องของพ่อแม่ พึมพำในปากว่า “ขอเงินแค่นี้ยังไม่ให้ งั้นฉันก็หาเอง!”
เขาควานหาเงินจนทั่วห้อง เจิ้งซื่อเผิงนับแล้ว ยังขาดอีกสามสิบกว่าหยวน
วันรุ่งขึ้นเขาก็ไปฟาร์มสุกร เจิ้งซื่อเผิงวิ่งไปหาซ่งเซียนผิงพูดว่า “พี่ครับ เมื่อวานนี้เพื่อนผมคนหนึ่งไม่สบาย เจอกันระหว่างทางผมเลยยืมเงินจากค่าหมูให้เขาไปสามสิบ นี่ครับที่เหลือ”
เขารีบพูดก่อนที่ซ่งเซียนผิงจะเอ่ยปาก “เอ่อ..พี่ ผมเองก็ออกมาทำงานแล้ว ไม่อยากขอเงินแม่ สามสิบหยวนนั้นพี่ให้ผมยืมก่อนได้ไหม เอาไว้จ่ายค่าหมูนี้ก่อน พอผมได้เงินเดือนแล้วจะรีบคืนให้ หรือหักจากเงินเดือนผมก็ได้ครับ”
ซ่งเซียนผิงมองเจิ้งซื่อเผิงด้วยความประหลาดใจจึงเอื้อมมือไปตบไหล่เขาด้วยความปลื้มใจ “ดีมาก รู้จักคิดถึงแม่แล้ว เรื่องนี้ฉันช่วยได้ แต่ว่าต่อไปนี้จะไปยืมเงินจากค่าหมูอีกไม่ได้นะ คราวนี้ถือว่ายกเว้น!”
“มันแน่อยู่แล้วครับ!”
“เอามาให้คนยืมหรือเอาไปเล่นพนันกันแน่?” จ้าวชิงซงเดินเข้ามาจากข้างนอก
เจิ้งซื่อเผิงชะงักไป เขาไม่น่ารู้เรื่องนี้ได้ เพื่อนของเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเอาเงินจากค่าหมูไปเล่นพนัน ไม่น่ามีใครไปฟ้องหรอก
เขาแน่ใจว่าจ้าวชิงซงไม่รู้ จึงหัวเราะเยาะ “พี่จ้าว ขอโทษด้วยนะครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ว่าเป็นพี่ ก็เลยเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไปบ้าง ปากผมเนี้ยมันไม่มีหูรูดจริง ๆ” เขายกมือตีปากตัวเองหลายครั้ง “พี่เองก็เป็นผู้ใหญ่มีเมตตา อย่ามาใส่ใจกับผมลยครับ”
จ้าวชิงซงครุ่นคิดสักครู่ “นายหมายถึงเรื่องเมื่อก่อนหน้านั้นใช่ไหม ที่นายพูดว่าอะไรนะ ฉันขาเป๋ ขี้เกียจทำงานแอบอู้งานอยู่ข้างหลัง หรือที่นายบอกว่านายเป็นลูกพี่ลูกน้องของเหล่าซ่งให้ฉันทำตัวดี ๆ”
ซ่งเซียนผิงเบิกตากว้าง แล้วตบไปที่เจิ้งซื่อเผิง “แกพูดบ้าอะไรเนี่ยฮะ!”
เขากลับไปยิ้มให้จ้าวชิงซง “เหล่าจ้าว ลูกพี่ลูกน้องของฉันยังเด็กพูดจาอะไรไม่ระวังปาก อย่าถือสาเลยนะ”
“ผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก แต่ก็นะ” จ้าวชิงซงหยุดพูด “เรื่องที่เอาเงินจากการขายหมูไปเล่นพนันน่ะ เหล่าซ่ง คุณคิดว่าคนแบบนี้ยังจะให้ทำงานในฟาร์มสุกรได้อีกเหรอ?”
ไม่รอให้ซ่งเซียนผิงพูด จ้าวชิงซงวางแผนจะลงมือทำก่อน “เหล่าซ่ง คุณเลือกใช้แต่คนใกล้ชิด ผมไม่ว่าอะไรเพราะฟาร์มสุกรก็ธุรกิจของคุณ แต่คนคนนี้มันไม่น่าไว้ใจ วันนี้กล้าเอาเงินค่าหมูไปเล่นพนัน ใครจะรู้ว่าวันหลังจะทำอะไร”
“เปล่านะ พี่จ้าว พี่พูดอะไรน่ะ?” เจิ้งซื่อเผิงหัวเราะ “ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด”
เขาไม่เชื่อว่าจ้าวชิงซงมีหลักฐานว่าเขาไปเล่นพนัน
ถึงแม้ว่าเขาจะไปเล่นพนันจริง แล้วไง?
เงินเขาก็คืนให้ครบแล้ว อย่างมากก็แค่รู้ว่าเขาไปเล่นพนัน
แล้วใครจะพิสูจน์ได้ว่าเขาเอาเงินค่าขายหมูไป
ดังนั้นเจิ้งซื่อเผิงจึงสบายใจมาก
จ้าวชิงซงเลิกคิ้ว ไม่รอให้เขาพูด ก็มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านนอก
“เจิ้งซื่อเผิง!” หวังฉยงหยิกหูของเจิ้งซื่อเผิงแน่น “เงินของบ้านหายไปแกเป็นคนเอาไปใช่ไหม?”
“เงินอะไรเหรอ?” เจิ้งซื่อเผิงทำเป็นไม่รู้เรื่อง “โอ๊ย! เจ็บจะตายแล้ว แม่เบา ๆ หน่อย ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าแม่พูดถึงเงินอะไร”
“ฉันซ่อนเงินไว้ที่เตียงสองร้อยกว่าหยวน มันเป็นเงินทั้งหมดของครอบครัวเรา!” สีหน้าหวังฉยงไม่ดีนัก “แกเอาไปจ่ายค่าหมูรึเปล่า?”
“จ่ายค่าหมูอะไร?” จ้าวชิงซงถาม
หวังฉยงโกรธจนสติแตก เพราะเงินเก็บของทั้งครอบครัวหายไป เธอไม่ได้สังเกตว่าใครเป็นคนถาม เธอเดินไปหาซ่งเซียนผิง “เซียนผิง ซื่อเผิงบอกว่าเงินค่าหมูหายไประหว่างทาง ขอให้ป้าเอาเงินมาจ่ายให้ก่อน แต่บ้านเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น เขาได้เอาเงินมาให้เธอหรือเปล่า? ถ้ามี เธอต้องไม่รับนะ นั่นคือเงินเก็บทั้งหมดของบ้านป้า!”
“แม่!” เจิ้งซื่อเผิงร้องเสียงดัง จู่ ๆ ก็เห็นสายตาที่คาดคั้นของจ้าวชิงซง เขาเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด เพราเรื่องที่โกหกถูกเปิดเผยแล้ว
ซ่งเซียนผิงดูแลฟาร์มสุกรมาหลายปี เขาเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เพียงแค่ขบคิด ก็รู้ทันที เขาหันไปมองเจิ้งซื่อเผิง ส่งถุงผ้าในมือให้หวังฉยง “คุณป้าลองดูสิครับ เงินนี้เป็นของคุณป้าหรือเปล่า?”
หวังฉยงไม่ต้องเปิดดู แค่เห็นถุงผ้าก็รู้แล้ว เธอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วรีบรับมา “ใช่ ใช่แล้ว! หลานชาย เงินนี้สำคัญกับป้าที่สุด ไม่ว่าซื่อเผิงจะพูดยังไง เธอก็ต้องไม่รับ”
“คุณป้า เจิ้งซื่อเผิงบอกว่าเงินหายเหรอ?”
“ใช่แล้วละ คงเป็นเพราะกางเกงขาด เรื่องนี้เธอช่วยผ่อนผันให้ลูกพี่ลูกน้องเธอหน่อยได้ไหม?” หวังฉยงไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ หลานชายคนนี้เก่งที่สุดแล้ว ทั้งบ้านหลังใหญ่ที่ครอบครัวอาศัยอยู่ ฟาร์มสุกรแห่งนี้ หลานชายก็จัดการเรื่องงานให้ญาติหลายคน พูดกับใครก็ล้วนมีหน้ามีตา
หวังฉยงสังเกตสีหน้าที่ไม่สู้ดีของซ่งเซียนผิง “เรื่องนี้ก็โทษลูกพี่ลูกน้องไม่ได้หรอก ใครบ้างอยากจะทำเงินหาย”
จ้าวชิงซงมองอยู่ข้าง ๆ ซ่งเซียนผิงรู้สึกอับอายมาก เขาจัดการให้คนเข้ามาทำงานที่ฟาร์มสุกร แต่ก็ไม่ได้ปิดบังจ้าวชิงซงกับคนอื่น ๆ เป็นพิเศษ
แต่ก็ไม่ได้ทำเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าพวกเขา โดยเฉพาะคำพูดที่หวังฉยงพูดเมื่อกี้
ซ่งเซียนผิงรู้สึกโกรธจัด เธอช่างโง่จริง ๆ ยังกล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาต่อหน้าคนอื่น พอเขากำลังจะห้าม
เขาก็ได้ยินจ้าวชิงซงถาม “ตกลงว่าทำเงินหาย หรือคนอื่นยืมไป?”