ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 27 สวมเสื้อผ้าใหม่
บทที่ 27 สวมเสื้อผ้าใหม่
เหอซิ่งพยักหน้า “หลังกินข้าวอาบน้ำเสร็จค่อยใส่”
เหอซิ่งได้ทำเสื้อผ้าใหม่ให้กับลูกทั้งสองคนเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อให้เด็กทั้งสองคนไว้ใส่ในช่วงปีใหม่ และพวกเขารู้ว่าต้องเก็บไว้สำหรับปีใหม่ จึงทนไม่ใส่มันมาจนถึงตอนนี้
เมื่อแม่ของพวกเขาบอกว่าจะให้ใส่เสื้อผ้าใหม่ได้ เด็กน้อยทั้งสองก็ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ แล้วรีบกินข้าวเร็วขึ้น
ทุกคนพอใจกับอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าอันหรูหรานี้
สองพี่น้องต้าหนิวไม่จำเป็นต้องเก็บโต๊ะ เมื่ออิ่มแล้ว พวกเขาจึงใช้หม้อไปตักน้ำใส่ในถัง แล้วรีบอาบน้ำกันอย่างมีความสุข
ในวันที่อากาศหนาว การอาบน้ำของเด็กน้อยก็เหมือนกับการไปทำสงคราม หลังจากอาบไปสักพัก ก็หนาวจนฟันเริ่มสั่นกระทบกัน เมื่อเริ่มตัวสั่นก็วิ่งกลับไปที่หน้าเตาฟืน เพื่อสวมเสื้อผ้า
เหอซิ่งกำลังล้างจาน เธอกลัวว่าลูกน้อยจะเป็นหวัด จึงล้างมือแล้วไปช่วยเอ้อร์หนิวสวมเสื้อผ้า “อาบน้ำนานจัง ดูสิ พวกลูกเกือบจะตัวแข็งตายอยู่แล้วน่ะ”
แม่จ้าวรีบพูดขึ้นมา “เพ้ย ๆ ๆ ช่วงปีใหม่อย่าพูดคำอัปมงคลสิ”
เหอซิ่งตบปากตัวเอง แล้วพูดว่า “พูดผิดไปแล้วค่ะ เพ้ย ๆ ๆ ลูกชายจะต้องเติบโตมาตัวสูงใหญ่และฉลาดแน่ ๆ ต้าหนิวแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็มาอบอุ่นร่างกายข้างกองไฟด้วยกันเถอะ”
หลังจากที่ลี่หรงเก็บโต๊ะอาหารเสร็จแล้ว แม่จ้าวก็บอกให้เธอรีบไปอาบน้ำ “งานล้างจานไม่มีอะไรมาก แม่กับพี่สะใภ้จะทำเอง รีบไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวออกไปดูงิ้วด้วยกัน”
เนื่องจากไม่สามารถสระผมในวันปีใหม่ได้ ลี่หรงจึงสระผมในคืนวันส่งท้ายปีเก่าคืนนี้ หลังจากอาบน้ำอุ่นแล้ว เธอก็รู้สึกสบายตัวมาก
พออาบน้ำเสร็จ เธอก็มานั่งผึ่งผมอยู่หน้าเตาไฟในห้อง
จ้าวชิงซงออกมาจากห้องอาบน้ำ และยกมือขึ้นขยี้ผม ในช่วงที่เริ่มหนาว เขาไปตัดผม ตอนนี้ผมของเขายาวขึ้นถึงครึ่งนิ้วแล้ว
ลี่หรงกำลังผึ่งผมอยู่ เมื่อเห็นเขาก็พูดว่า “มานั่งผึ่งผมให้แห้งตรงนี้สิคะ จะได้ไม่เป็นหวัด”
“อืม”
หลังจากนั่งผึ่งผมไปสักพัก ผมของลี่หรงก็เกือบแห้ง จึงลูบไล้แล้วหวีด้วยหวีไม้ จากนั้นยื่นมือไปรับความอบอุ่นที่หน้าเตา
จ้าวชิงซงเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมทหารมาสวมใส่ เขามักจะสวมเสื้อคลุมทหารบ่อยครั้ง แม้ว่ามันจะไม่ขาด แต่ก็ดูเก่าไปหน่อย
ลี่หรงเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างได้ จึงตบหน้าผากตัวเอง “เฮ้ ดูความจำของฉันสิ เสื้อผ้าที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณพร้อมแล้ว ใส่ตอนนี้เลย ฉันจะเอามันออกมาให้ค่ะ”
จ้าวชิงซงหยุดใส่เสื้อ วางเสื้อคลุมทหารลง แล้วหันไปมองลี่หรงที่กำลังหาบางอย่างในกล่องด้วยสายตาคาดหวัง
ก่อนถึงวันปีใหม่เธอคิดจะทำเสื้อผ้าให้กับจ้าวชิงซงไว้แล้ว และก็ไม่ได้ทำแค่สองสามตัว จ้าวชิงซงซื้อจักรเย็บผ้าให้ ลี่หรงจึงทำทั้งเสื้อเชิ้ต กางเกง และเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวยาวให้เขาด้วย
ลี่หรงยินดีทุ่มเงินซื้อผ้าสำหรับทำชุดผู้ชาย เสื้อเชิ้ตสีขาวทำจากผ้า ‘เชวี่ยเหลียง’ ส่วนกางเกงทำจากผ้าฝ้ายธรรมดาเนื้อหนา ซึ่งเป็นผ้าแบบเดียวกับ ‘ชุดทหารหกห้า’ ที่มีราคาแพงแต่ทนทาน
จ้าวชิงซงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมา ชุดคุณภาพดีอย่างนี้เขาเคยเห็นจากกลุ่มคนที่มาซื้อกุนเชียง เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ใส่มันเช่นกัน
เขากอดลี่หรง แล้วหอมแก้มเธออย่างแรง “ภรรยาของผมใจดีมาก! น่ารักที่สุด!”
“ปากหวานจังนะคะ” ลี่หรงเร่งเขา “รีบเปลี่ยนเลยสิคะ”
“ได้เลยครับ คุณภรรยา”
จ้าวชิงซงถอดเสื้อถักสีน้ำตาลเทาออก พร้อมเสื้อกั๊กสีขาวที่อยู่ด้านในด้วย จากนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ลี่หรงก็เข้ามาช่วยติดกระดุมให้เขา แล้วช่วยจัดเสื้อให้เป็นระเบียบ จากนั้นตบไหล่ชายหนุ่ม “ไม่เลว เข้ามากเลยค่ะ”
หลังจากสวมกางเกงแล้ว เขาก็จัดชายเสื้อเข้าไปในกางเกง แล้วรัดเข็มขัดสีดำ เพื่อรัดเอวให้แน่น
เมื่อสวมชุดนี้ จ้าวชิงซงก็ดูเหมือนนายแบบในยุคใหม่ เขาหล่อมาก จนลี่หรงไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย
จ้าวชิงซงมองสายตาเหม่อลอยของเธอ พร้อมกับยิ้มอ่อน ปล่อยให้ลี่หรงมองโดยไม่ว่าอะไรเลย
ลี่หรงเดาะลิ้น แล้วมองออกไปที่อื่น ขณะคิดว่าสามีของตัวเองหล่อมาก
เธอหันไปหยิบเสื้อกันหนาวถักตัวใหม่ แล้วยื่นให้จ้าวชิงซง “ลองใส่เสื้อกันหนาวถักไว้อีกชั้น แล้วสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ทับหน่อยค่ะ”
“ไม่ต้องใส่แล้วครับ ใส่เท่านี้ก็ดีแล้ว” จ้าวชิงซงหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ขึ้นมา พาดไว้บนบ่า จากนั้นก็ลองจับมาเทียบใกล้หน้าอกของเขา “เข้ากันมาก”
“ถ้าคุณไม่ใส่จะหนาวนะ” ลี่หรงยิ้ม เมื่อมองความคิดของชายหนุ่มออก เมื่อเขาออกไปข้างนอก เขาก็อยากอวดเสื้อผ้าใหม่ให้คนอื่นเห็น จึงไม่อยากสวมเสื้อนอกทับนั่นเอง
คาดไม่ถึงว่าจ้าวชิงซงจะทำตัวเหมือนเด็กขนาดนี้ ปกติเขาดูมั่นคงในทุกการกระทำมาก แต่ตอนนี้เขาทำตัวเหมือนเด็ก เขามีความคิดเหมือนกับต้าหนิว แต่เขาไม่ใช่เด็กแล้วนี่นา
จ้าวชิงซงไม่พูดอะไร เพียงแค่ลูบเสื้อผ้าบนร่างกาย ดูเหมือนว่าจะไม่อยากถอดเลย
แม่จ้าวเคาะประตู “เจ้ารอง ลูกสองคนอาบน้ำเสร็จหรือยัง ออกไปเดินเล่นด้วยกันเถอะ”
“ได้ครับแม่” จ้าวชิงซงรีบตอบ “ไปกันเถอะครับ”
ลี่หรงก็สวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีแดงสดที่เธอทำเองด้วย เป็นสีประจำเทศกาลตรุษจีน
ทันทีที่ทั้งสองคนเดินออกจากบ้าน คนในครอบครัวจ้าวที่รออยู่ในลานบ้านก็ตกตะลึง
ใบหน้าของแม่จ้าวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ดูดีมาก สวยหล่อกันจริง ๆ ดูเหมือนคนเมืองเลย”
เหอซิ่งหัวเราะเบา ๆ “ก็น้องสะใภ้มาจากในเมืองนี่คะ”
“เฮ้อ ก็ใช่ ดูแม่สิเนี่ย” แม่จ้าวพูดต่อ “เจ้ารองก็ดูเหมือนคนในเมืองเหมือนกัน”
ทุกคนในครอบครัวจ้าวมีเสื้อผ้าใหม่สวมใส่ในปีนี้ เหอซิ่งทำเสื้อผ้าใหม่สำหรับลูกชายของเธอ รวมถึงตัวเธอเองกับสามีด้วย แม้ว่าคุณภาพของผ้าจะไม่ดีเท่ากับผ้าที่ลี่หรงซื้อ แต่ก็ยังใหม่อยู่
ดังนั้น เมื่อเธอเห็นลี่หรงแต่งตัวดี เธอก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย ขณะเก็บมือไว้ในกระเป๋าเสื้ออันอบอุ่น แล้วคลี่ยิ้มบนใบหน้า
ต้าหนิวพูดว่า “เมื่อผมโตขึ้น ผมอยากจะหล่อเหมือนอารองครับ”
“ผม” เอ้อร์หนิวกลอกตา แล้วพูดว่า “ผมอยากสวยเหมือนอาสะใภ้รองครับ”
“เดี๋ยวก่อน อาสะใภ้รองเป็นผู้หญิงนะ” ลี่หรงยิ้ม แล้วหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋า มอบให้เด็กน้อยทั้งสอง
เอ้อร์หนิวกล่าวว่า “งั้นผมก็อยากหล่อเหมือนอารองด้วยครับ”
ต้าหนิวไม่พอใจ “ฉันเหมือนก่อน”
เมื่อเห็นว่าสองพี่น้องกำลังจะทะเลาะกันเรื่องหน้าตา จ้าวชิงหยางก็อุ้มเอ้อร์หนิวขึ้นมา แล้วพูดว่า “ไม่อยากเหมือนพ่อกันบ้างเหรอ? ไปได้แล้ว ไปดูงิ้วกันเถอะ”
แม่จ้าว “ใช่ ๆ รีบไปเถอะ อย่ามัวช้าเลย ประเดี๋ยวจะหาที่นั่งดี ๆ ไม่ได้นะ”
มีกองไฟขนาดใหญ่กำลังลุกไหม้อยู่หน้าหมู่บ้าน ส่องแสงสว่างไปทั่วทางเข้าหมู่บ้าน
ไม่นานลี่หรงและคนอื่น ๆ ก็มาถึง มีผู้คนมากมายในหมู่บ้าน รวมทั้งเด็ก ๆ หลายคน ที่กำลังวิ่งไล่กันไปมา และกระโดดโลดเต้น มีชีวิตชีวามาก
ต้าหนิวเห็นเพื่อนตัวน้อยของเขาจากระยะไกล และทนไม่ได้อีกต่อไป จึงรีบวิ่งเหมือนม้าป่าไปเข้าร่วมกลุ่มเด็ก ๆ
คณะงิ้วมาถึงแล้ว มีคนยืนอยู่ในพื้นที่โล่งตรงทางเข้าหมู่บ้าน แต่งองค์ทรงเครื่องเตรียมพร้อมทำการแสดง
นี่เป็นครั้งแรกที่ลี่หรงได้เห็นภาพเช่นนี้ เธอโน้มตัวไปดูงิ้วด้วยความสนใจ
เมื่อเห็นว่าเธอสนใจ แม่จ้าวจึงไม่เรียกเธอ แต่หันไปคุยกับคนวัยเดียวกันที่คุ้นเคย ส่วนพ่อจ้าวก็ไปสูบยาเส้นคุยกับเพื่อนเก่า
เหอซิ่งกับสามีก็หาที่นั่งด้วยกัน ส่วนจ้าวชิงซงอยู่ข้าง ๆ ลี่หรง คนหนึ่งดูเวที อีกคนดูผู้คน
ในบรรดาผู้หญิงที่กำลังคุยกับแม่จ้าว มีคนหนึ่งเหลือบไปเห็นจ้าวชิงซงและภรรยา จึงพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “ฟางหง ลูกชายคนรองของเธอกับภรรยา มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันดีจริง เห็นอยู่ตัวติดกันตลอดเลย”