ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 29 ขออั่งเปาเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่
บทที่ 29 ขออั่งเปาเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่
นี่เป็นปีที่จ้าวชิงซงมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เขากอดลี่หรงไว้ในอ้อมแขน แล้วหอมแก้มเธอเป็นเวลานาน ก่อนจะพูดว่า “ภรรยา คุณดีมากเลย”
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ วันนี้พูดไปแปดร้อยครั้งแล้วมั้งคะ” ลี่หรงพ่นลมหายใจเบา ๆ แต่หัวใจกลับหวานชื่นเพราะคำพูดของจ้าวชิงซง ลี่หรงขยับตัวออกห่าง แล้วกล่าวว่า “น่ารำคาญ”
จ้าวชิงซงหอมแก้มเธอแรง ๆ ลมหายใจเริ่มไม่ค่อยเป็นจังหวะ “สามีของคุณอายุยี่สิบต้น ๆ เลือดลมไหลเวียนดี สุขภาพแข็งแรง ช่วยไม่ได้”
ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เธอตื่นขึ้นมา ด้วยอาการปวดประจำเดือนกลางดึก ลี่หรงก็นอนบนเตียงเดียวกับชายหนุ่ม ที่นอนและผ้าห่มที่เปื้อนก็ถูกซักในวันรุ่งขึ้น แต่ทั้งสองก็ไม่มีใครบอกว่าอยากนอนแยกกัน
โต๊ะที่แต่เดิมใช้กั้นผ้านวมสองผืนบนเตียงเตา ก็ถูกย้ายออกไปแล้วด้วย ตอนนี้คนทั้งสองจึงนอนบนผ้านวมผืนเดียวกันบนเตียงเตา
จ้าวชิงซงยังหนุ่มแน่นและแข็งแรง เขามีผู้หญิงที่รักอยู่ในอ้อมแขน เขาจะสงบสติอารมณ์นอนเฉย ๆ ได้อย่างไร เป็นเรื่องปกติที่จะตอบสนอง
ตอนนี้ลี่หรงจัดการเรื่องประจำเดือนแล้ว เธอจึงกล้าขึ้นมาก ไม่กลัวผู้ชายเลย
เธอยื่นมือออกไปจับกล้ามหน้าท้องของชายหนุ่ม “อืม ร่างกายของคุณแข็งแรงดี กล้ามหน้าท้องนี่แน่นจริง ๆ”
จ้าวชิงซงมีอารมณ์อยู่แล้ว เมื่อถูกลี่หรงลูบไล้ อารมณ์ของเขาก็ยิ่งเร่าร้อนมากขึ้น เขาหายใจแรง ขณะคว้ามือซุกซนของลี่หรงไว้ “อย่าซนสิครับ คุณกระตุ้นอารมณ์อีกแล้ว รอจนกว่าทุกอย่างจะชัดเจน คุณรอหน่อยเถอะนะครับ”
ใบหน้าของลี่หรงร้อนผ่าวเหมือนกำลังไหม้ เธอแสร้งทำเป็นหาว “นอนแล้ว นอนแล้ว ง่วงมากค่ะ”
จ้าวชิงซงกอดหญิงสาวในอ้อมแขนไว้แน่น แล้วพูดว่า “นอนกันครับ”
ความคึกคักของวันส่งท้ายปีเก่าค่อย ๆ สงบลง ดวงจันทร์เหนือยอดไม้ส่องสว่างต้อนรับเทศกาลปีใหม่
“อารอง อาสะใภ้รอง ตื่นได้แล้วครับ!” ลี่หรงได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก ก่อนที่จะตื่นขึ้นมา
ในวันแรกของปีใหม่ เด็ก ๆ จะตื่นเช้าเพื่อไปหาผู้ใหญ่ เมื่อพูดว่า ‘ขอให้ร่ำรวย’ ก็จะได้รับอั่งเปาปีใหม่
คนในยุคนี้มีเงินไม่เยอะ แต่ในช่วงปีใหม่ ถึงแม้จะแจกอั่งเปาไม่ได้ แต่ก็ยังเตรียมถุงขนมและลูกอมเพื่อแบ่งปัน ซึ่งก็เป็นมงคลเช่นกัน
ลูก ๆ ของครอบครัวนี้กล้าหาญมาก จนกล้าปลุกผู้ใหญ่ที่ยังไม่ตื่น ตัวอย่างเช่นต้าหนิวและเอ้อร์หนิว ที่มาเรียกลี่หรงกับสามีในตอนนี้
ลี่หรงตื่นขึ้นมาอย่างสบาย ๆ โดยไม่โกรธที่ต้าหนิวกับน้องชายมาปลุกให้ตื่น เธอสะกิดจ้าวชิงซง แล้วพูดว่า “ตื่นได้แล้วค่ะ”
“หืม?” จ้าวชิงซงยื่นมือออกไปกอดลี่หรง โดยไม่ลืมตา “ไม่ต้องสนใจเจ้าเด็กดื้อสองคนนั้นหรอกครับ เดี๋ยวค่อยลุก”
ลี่หรงมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว แล้วเธอก็ได้ยินเหอซิ่งดุเด็กทั้งสองที่วุ่นวายตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี
แต่ในวันแรกของปีใหม่ ลี่หรงไม่อยากอยู่บนเตียงอีกต่อไป เมื่อเธอตื่นขึ้นมาแล้ว หลังจากนอนลงสักพัก เธอก็หันไปเห็นจ้าวชิงซงที่หลับตานอนต่อ หญิงสาวยิ้มและนึกอยากหยอกล้อเขา จึงบีบจมูกของจ้าวชิงซง เพื่อไม่ให้เขาหายใจ
จ้าวชิงซงส่ายหน้า แล้วพูดว่า “อย่าซนสิครับ”
เขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องลืมตามองลี่หรง
“ฮิฮิ ตื่นได้แล้ว อั่งเปาพร้อมแล้วหรือยังคะ? อย่ามัวช้า ไม่งั้นถ้าเด็กสองคนนั้นเข้ามาแล้ว คุณก็จะไม่มีอะไรเตรียมไว้เลย”
“เตรียมไว้พร้อมแล้วครับ” จ้าวชิงซงไม่นอนต่อแล้ว ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับลี่หรง เขาสวมเสื้อผ้าใหม่ที่ลี่หรงมอบให้เมื่อวานนี้
ลี่หรงมองเขากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เธอขมวดคิ้วพูดว่า “ใส่เสื้อกันหนาวถักข้างในด้วยสิคะ ข้างนอกอากาศหนาว”
ทันทีที่ทั้งสองออกจากบ้าน ต้าหนิวและเอ้อร์หนิวก็รีบวิ่งมาหา ประสานมือโค้งคำนับ จากนั้นพูดอวยพรมากมายกับพวกเขา แล้วขออั่งเปา
พวกเขาค่อนข้างทำได้น่าประทับใจ ลี่หรงยิ้ม หยิบซองอั่งเปาที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋า แจกให้แต่ละคน ลูบหัวพวกเขา แล้วพูดว่า “ขอให้โตไว ๆ เฉลียวฉลาด”
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าอย่างแรง “ขอบคุณอาสะใภ้รองครับ” จากนั้นพวกเขาก็มองจ้าวชิงซงด้วยสายตาคาดหวัง แล้วพูดอวยพรซ้ำแบบเดิมที่พวกเขาเพิ่งพูดไป แต่เปลี่ยนคำเรียกจาก ‘อาสะใภ้รอง’ เป็น ‘อารอง’
จ้าวชิงซงหยิบซองอั่งเปาออกมา แต่ไม่ได้มอบให้พวกเขาทันที เขาถกแขนเสื้อขึ้น แล้วนั่งยอง ๆ บอกให้พวกเขาพูดอวยพรแบบไม่ซ้ำอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะไม่มอบอั่งเปาให้
ต้าหนิวเอามือลูบหัว แล้วคิดอย่างจริงจัง แต่คิดไปสักพักก็ยังคิดไม่ออกว่าจะอวยพรว่าอะไรดี คำอวยพรก่อนหน้านี้ใช้กับปู่และย่าก็ไม่มีปัญหาเลย แล้วทำไมอารองถึงต้องให้พูดอวยพรแบบอื่น
นี่ทำให้สมองของเด็กน้อยอย่างพวกเขาทำงานหนัก
แม่จ้าวกำลังจะออกมาเทน้ำ เมื่อเห็นเด็กสองคนถูกอารองแกล้งอยู่ เธอจึงพูดว่า “เด็กน้อยโง่เขลา บอกไปสิว่าขอให้อารองได้ลูกชายที่ดีในปีนี้”
“อุ๊ย~” ต้าหนิวตะโกนเสียงดัง “ปีนี้ขอให้อารองได้ลูกชายที่ดีครับ”
“ได้ลูกสองคนไปเลยครับ” เอ้อร์หนิวพูดต่อทันที
ลี่หรง “!!!“
จ้าวชิงซงมีรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วหยุดแกล้งพวกเขา รีบแบ่งซองอั่งเปาให้ทันที
เด็กทั้งสองรับซองอั่งเปาแล้ววิ่งหนีไป จ้าวชิงซงจับแขนของลี่หรงแล้วถามว่า “ได้ยินไหมครับ?”
ลี่หรงกลอกตา แล้วยื่นมือออกไป “อั่งเปาของฉันอยู่ไหนล่ะคะ”
เธอแค่ล้อเล่น แต่เธอไม่คาดคิดว่าจ้าวชิงซงจะนำซองอั่งเปามาให้เธอจริง ๆ ลี่หรงลองบีบมัน แล้วเห็นว่าซองอั่งเปาค่อนข้างหนา หญิงสาวจึงเปิดมันออกดูทันที
คิดว่าได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาก็ดีแล้ว
หนึ่งร้อยหยวน!
ลี่หรงมีความสุขมาก เธอเก็บซองอั่งเปากลับเข้าไปในกระเป๋า กระแอมก่อนมองจ้าวชิงซงด้วยความแปลกใจ “ทำไมคุณถึงมีเงินเยอะ แอบซ่อนเงินส่วนตัวไว้เหรอคะ?”
“ฮะ?” จ้าวชิงซงกะพริบตา “มีไม่เยอะหรอกครับ ผมใส่ในอั่งเปาให้คุณหมดแล้ว”
อาหารเช้าประกอบด้วยอาหารที่เหลือจากเมื่อคืน ก่อนกินข้าว แม่จ้าวได้มอบซองอั่งเปาให้ลี่หรง
ลี่หรงรู้สึกดีใจ แต่ก็ส่งคืนไป “แม่คะ ถึงเวลาที่พวกหนูจะเป็นฝ่ายมอบให้แม่บ้างแล้ว หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
“รับไปเถอะ” แม่จ้าวยัดมันไว้ในมือเธอ “มอบให้ลูกสะใภ้คนใหม่ในปีแรกที่แต่งเข้าบ้าน”
ลี่หรงจึงยอมรับไว้
หลังจากกลับเข้ามาในห้องหลังกินข้าวเสร็จ ลี่หรงก็เปิดซองอั่งเปา และเห็นว่ามีเงินห้าหยวนอยู่ในนั้น
ลี่หรงมีความสุขมาก เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ขณะมองจ้าวชิงซงอย่างภาคภูมิใจ แล้วยกซองอั่งเปาในมือขึ้น “อิจฉาไหมคะ คุณไม่ได้นี่นา”
จ้าวชิงซงยกยิ้มมุมปาก ไม่ได้พูดอะไร
ลี่หรงไม่ได้กังวลเลย ว่าหากแม่จ้าวมอบอั่งเปาซองใหญ่ให้เธอ แล้วจะไม่มีเงิน เพราะก่อนวันปีใหม่ เธอกับจ้าวชิงซงมอบเงินให้ผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลจ้าวคนละยี่สิบหยวน เพื่อแสดงความกตัญญู
ไม่มีใครในหมู่บ้านที่ลี่หรงต้องเดินทางไปเยี่ยม และเธอก็ไม่ชอบเที่ยวอยู่แล้ว จึงอยู่ที่บ้านตลอด
ในช่วงบ่าย ลี่หรงตื่นขึ้นมาเห็นเด็กหลายคนในหมู่บ้าน มาเล่นกับต้าหนิวอยู่ที่หน้าประตู
เด็ก ๆ เหล่านั้นฉลาดมาก เมื่อเห็นลี่หรงก็กล่าวทักทาย ลี่หรงยิ้มให้ แล้วกลับไปหยิบลูกอมในห้องออกมาหนึ่งกำมือ เพื่อแบ่งให้พวกเขา
ต่อมาก็แจกอั่งเปาให้คนละซอง แต่ข้างในมีเงินไม่เยอะ แต่ละซองอั่งเปามีเพียงหนึ่งเฟินเท่านั้น
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว ต้าหนิวก็พูดกับลี่หรงราวกับกำลังบ่นว่า “อาสะใภ้รองให้ลูกอมพวกเขาก็พอแล้ว ทำไมต้องให้อั่งเปาพวกเขาด้วยล่ะ พ่อแม่ของพวกเขาก็คงให้”
ลี่หรงลูบหัวเด็กน้อย แล้วพูดว่า “ไม่เป็นอะไรหรอก อาสะใภ้รองแค่ให้เป็นมงคล มีเพียงหนึ่งเฟินในซองอั่งเปาของพวกเขา ไม่ได้มากมายอะไร”
ในซองอั่งเปาของต้าหนิวมีหนึ่งหยวน ในขณะที่พวกเขามีเพียงหนึ่งเฟิน ต้าหนิวพลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา