ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 30 ตรุษจีนวันที่สองกลับบ้านแม่ จ้าวชิงหลิ่ว
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 30 ตรุษจีนวันที่สองกลับบ้านแม่ จ้าวชิงหลิ่ว
บทที่ 30 ตรุษจีนวันที่สองกลับบ้านแม่ จ้าวชิงหลิ่ว
ตรุษจีนวันที่สอง ลูกสาวที่ออกเรือนกลับบ้านแม่ไปเยี่ยมครอบครัว
เหอซิ่งพาลูกชายทั้งสองทำตระกร้าของขวัญตรุษจีน ในขณะเดียวกันแม่จ้าวกำลังพยายามยัดไก่หนึ่งตัวให้เธอนำกลับไปด้วย
มีแม่สามีบ้านไหนจะใจกว้างเช่นนี้อีก ไม่ยุให้สะใภ้กลับไปรีดไถบ้านตัวเอง แถมยังยอมให้เอาไก่หนึ่งตัวกลับไปด้วย ขอบตาเหอซิ่งร้อนผ่าว สุดท้ายก็ยอมถือไก่กลับบ้านไป
ครอบครัวของเหอซิ่งเป็นอย่างไร ลี่หรงไม่รู้เพราะตนไม่เคยถามด้วย แต่เห็นเหอซิ่งกลับบ้านแม่แล้ว ในใจพลันคิดถึงคนบ้านตระกูลลี่ ถ้ากลับบ้านได้สะดวก เธอก็อยากกลับไปเยี่ยมครอบครัวหน่อย
แม่จ้าวอายุปูนนี้แล้ว เคยพบเจอคนมามากมาย ประกอบกับที่เหอซิ่งกลับบ้านเช่นนี้ เธอย่อมเดาความคิดที่ฉายอยู่บนหน้าลี่หรงได้
แม่จ้าวพูด “คิดถึงบ้านแล้วล่ะสิ?”
ลี่หรงพยักหน้าน้อย ๆ
“โถ่! เด็กดี” แม่จ้าวพูด “อีกสักพักช่วยเรียกเจ้ารองให้ไปหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แล้วเขียนหนังสือแนะนำตัวให้เธอกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวนะ”
“จริงเหรอคะ?” ลี่หรงตาเป็นประกาย
“อืม” แม่จ้าวกระซิบกับเธอ “ยุวชนกลับบ้านไม่ค่อยสะดวกนัก แต่เธอแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านต้าเจียง จะกลับบ้านแค่ต้องออกจดหมายแนะนำตัวเท่านั้น”
ครอบครัวของเหอซิ่งเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน ภรรยาตามหลังด้วยสามีพร้อมด้วยลูกทั้งสองคน ก่อนเดินตรงเข้าลานบ้านตระกูลจ้าว
ลี่หรงตากเสื้อผ้าอยู่ในลานบ้านพอดี เมื่อเห็นว่ามีคนมาก็ชะงัก ไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไรดี พอเห็นใบหน้าของหญิงสาวดูคุ้น ๆ ก็นึกถึงในต้นฉบับ จ้าวชิงซงยังมีพี่สาวอีกหนึ่งคน ก็พอจะปะติดปะต่อได้
เธอเรียกหยั่งเชิง “พี่สาว?”
จ้าวชิงหลิ่วพยักหน้า แล้วส่งยิ้มให้เธอ “เธอเป็นภรรยาของเจ้ารองใช่ไหม?”
ลี่หรงพยักหน้า แล้วตะโกนเข้าไปในบ้าน “แม่คะ พี่สาวกลับมาแล้ว”
แม่จ้าวแทบวิ่งออกมาจากในครัว ในมือยังถือตะหลิวค้างไว้อยู่เลย เมื่อเห็นลูกสาวที่ไม่พบกันนาน แม่จ้าวพลันคอแห้ง แล้วพูด “กลับมาแล้วเหรอ แม่ก็เดาว่าลูกจะกลับมาวันนี้ ลูกเขยกับหลานก็มาด้วย พวกลูกรีบเข้าไปนั่งในบ้านเร็ว”
ผู้ชายที่ตามหลังจ้าวชิงหลิ่วคือสามีของเธอ ชื่อว่าหลี่ต้าไห่ เป็นคนจากหมู่บ้านข้าง ๆ สูงกว่าจ้าวชิงหลิ่วหนึ่งศีรษะ รูปร่างผอมคล้ำ ดูไม่ค่อยชอบพูดนัก แต่ดูท่าแล้วซื่อสัตย์น่าเชื่อถือ เขาก็เรียกว่าแม่จ้าวว่า ‘แม่’ เป็นการทักทายเช่นกัน
ลูกทั้งสองของจ้าวชิงหลิ่ว ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง เด็กทั้งสองต่างก็ผอมคล้ำ ดูเหมือนไม่ได้ทานอะไรบำรุงร่างกายนัก เสื้อผ้าบนตัวแม้จะสะอาดแต่ก็ดูเก่ามาก
เด็กผู้หญิงโตกว่า ดูอายุราว ๆ ห้าหกขวบ จับกางเกงของจ้าวชิงหลิ่วหลบอยู่ข้างหลังเธอด้วยสายตาเหนียมอาย
ลูกชายก็อายุเพียงสองสามขวบ ถูกหลี่ต้าไห่อุ้มอยู่
จ้าวชิงหลิ่วให้เด็กทั้งสองทักทาย พวกเขาจึงเรียก ‘คุณยาย’ แล้วสอนให้เรียกลี่หรงว่า ‘น้าสะใภ้’
ลี่หรงยิ้ม “แหม ช่างว่าง่ายเสียจริง”
เมื่อเธอตากเสื้อผ้าเสร็จ ก็ไปช่วยงานครัวต่อ ครอบครัวจ้าวชิงหลิ่วต้องอยู่กินอาหารที่บ้านตระกูลจ้าวแน่นอน ต้องทำอาหารเพิ่มสักหน่อยแล้ว
จ้าวชิงซงกลับมาจากข้างนอก เมื่อรู้ว่าพี่สาวกลับบ้าน ก็เข้าไปพูดคุยกับพี่เขยที่โถง ไม่นานนัก จ้าวชิงหลิ่วก็มาช่วยที่ครัว
เธอถกแขนเสื้อขึ้น หางานในครัวทำเองได้ทันที ไม่ค่อยพูดนัก ลี่หรงก็ไม่รู้ว่าพี่สาวสามีคนนี้เดิมทีมีนิสัยพูดน้อยหรือว่ามีบางอย่างในใจกันแน่ แม่จ้าวก็อยู่ที่นี่ด้วย คงไม่เหมาะที่จะทักทายน้องสะใภ้
ยิ่งไปกว่านั้น ลี่หรงไม่เคยติดต่อกับพี่สาวสามีคนนี้ ไม่ทำหน้าใหญ่ไปถามจะดีที่สุด
ลี่หรงออกตัวรับเป็นหัวหน้าคนครัวในมื้อนี้ เพราะเธอทำอาหารอร่อย แม่จ้าวครุ่นคิดบางอย่างในใจ ก่อนปล่อยให้เธอทำ ลี่หรงจึงผัดข้าวอย่างเงียบ ๆ
คำพังเพยกล่าวว่า แม่ย่อมรู้จักลูกสาวดีที่สุด แม่จ้าวเห็นแวบเดียวก็มองออกว่าจ้าวชิงหลิ่วมีบางอย่างในใจ
สบโอกาสลูกเขยกับหลานไม่อยู่ที่นี่ เธอจึงถามจ้าวชิงหลิ่ว “ชิงหลิ่ว เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมลูกดูไม่สบายใจแบบนั้น บอกแม่หน่อยเถิด บ้านตระกูลหลี่รังแกอีกแล้วใช่ไหม?”
จ้าวชิงหลิ่วถอนหายใจ ก่อนพยักหน้า
แม่จ้าวขมวดคิ้ว “บ้านตระกูลหลี่ชาติชั่วเสียจริง ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?”
ลี่หรงแอบชำเลืองมอง พบว่าขอบตาจ้าวชิงหลิ่วแดงระเรื่อ พลางได้ยินเธอพูดเสียงสะอื้น “น้องสามีของหนูถึงวัยออกเรือนแล้ว แม่สามีอยากจับคู่แต่งงานให้เธอ มาตอนนี้กลับต้องการไล่ครอบครัวหนูออกไป บอกว่าจะทำเรือนหอให้น้องสามี ทั้งที่เดิมทีห้องที่พวกเราสี่คนนอนอยู่ก็ไม่ได้กินพื้นที่มากมายนัก เธอเพียงแค่อยากบีบพวกเราออกจากบ้านไปเท่านั้น”
“แม่สามีบ้านนั้นก็ไม่ได้น่าคบหาเท่าไร แม่ไม่ได้อยากให้ลูกแต่งงานตั้งแต่แรก กลัวว่าจะลำบาก แต่เพราะที่ผ่านมาลูกกับต้าไห่ไม่ยอมแพ้ แม่เลยปล่อยไป” แม่จ้าวโกรธจนทนไม่ไหว
“เอาเป็นว่าเรื่องแม่สามีนั่น แม่จะไม่พูดถึงแล้ว เพราะเดิมทีเธอก็เป็นแม่เลี้ยง คงหวังให้เธอปฏิบัติกับพวกลูกจากใจจริงไม่ได้หรอก แต่พ่อสามีของลูกก็ไม่รู้ความเอาเสียเลย ต้าไห่ก็เป็นลูกชายของเขา ทำไมไม่ออกมาสนใจบ้าง”
จ้าวชิงหลิ่วพูด “พ่อสามีของหนูก็ไม่อยากยุ่ง ตอนที่แม่สามีพูด เขาก็เอาแต่ก้มหน้าเหมือนคนหูหนวก ทุกอย่างในบ้านผู้หญิงคนนั้นถือเป็นคำขาด”
“รังแกกันเกินไปจริง ๆ เห็นว่าพวกเราตระกูลจ้าวไม่มีใครแล้วเหรอ? เดี๋ยวรอพี่ใหญ่ของลูกกลับมา ให้พ่อของลูกพาพี่ใหญ่แล้วก็เจ้ารองไปคุยกับบ้านตระกูลหลี่สักหน่อย”
ลี่หรงฟังพวกเธอคุยกันเงียบ ๆ จากบทสนทนาเมื่อครู่ก็พอจะเดาสถานการณ์ปัจจุบันของจ้าวชิงหลิ่วออก
เธอนึกถึงจ้าวชิงหลิ่วในต้นฉบับอีกครั้ง ที่จริงมีบทบรรยายเกี่ยวกับเธอไม่เยอะ ทว่าก็มองออกว่าอีกฝ่ายเป็นหญิงสาวมุมานะเรียบง่ายจากในบทบรรยายแต่ละครั้ง ทว่าชีวิตของเธอดูท่าจะลำบากไม่น้อย
ตอนหลังเธอก็จะมีลูกอีกหนึ่งคน แต่ถูกแม่สามีผลักเธอล้มจนแท้งไป ต่อมาหลี่ต้าไห่ไปขุดถ่านหินก็เกิดอุบัติเหตุ จึงเหลือเพียงแค่เธอเลี้ยงลูกทั้งสองจนเติบใหญ่ตามลำพัง
โชคดีที่จ้าวชิงซงคอยช่วยเหลือ จึงไม่ยากสำหรับเธอเท่าไหร่ แต่แล้วนางเอกในต้นฉบับกลับเอาแต่สร้างปัญหาอยู่ตลอด จ้าวชิงหลิ่วกลัวว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์สามีภรรยาของพวกเขา จึงไม่ค่อยกล้ารับความช่วยเหลือจากจ้าวชิงซง
ภายหลังจ้าวชิงหลิ่วได้ทำธุรกิจเล็กน้อยแล้ว นับว่าหาเลี้ยงชีพได้ เนื้อหาเกี่ยวกับเธอในหนังสือจึงหยุดเพียงเท่านี้
ไม่ใช่ว่าแม่สามีทุกคนจะดีเหมือนแม่จ้าวจริง ๆ
ทว่าแม่สามีของจ้าวชิงหลิ่วเป็นแค่แม่เลี้ยง ลี่หรงก็เพิ่งรู้ตอนนี้ เพราะในหนังสือไม่เคยกล่าวถึง เธออดรำพึงรำพันไม่ได้
“ไม่ต้องไปหรอกแม่” จ้าวชิงหลิ่วเช็ดน้ำตา ก่อนกัดฟันพูดอย่างหนักแน่น “ฉันปรึกษากับต้าไห่เรียบร้อยแล้ว หากพวกเขาต้องการบ้านหลังนั้นก็เอาไปเลย ต้าไห่เองก็ผิดหวังจากพ่อแท้ ๆ จึงเตรียมไปหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ออกหลักฐานว่าพวกเราตัดขาดกับบ้านตระกูลหลี่แล้ว ต่อไปเมื่อพวกเขาแก่ตัวลง พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูอีก”
“ทำดีมาก!” แม่จ้าวตบเข่าฉาด “ไม่ว่าที่ทำไปจะดีหรือไม่ อย่างน้อยก็รู้สึกสบายใจ จริงสิ งั้นลูกจะย้ายออกมาอยู่ที่ไหนล่ะ?”
จ้าวชิงหลิ่วเงียบไป แค่แม่จ้าวเห็นก็รู้ว่าเธอไม่ได้หาที่อยู่เอาไว้ จึงพูดอย่างร้อนใจ “ไม่อย่างนั้นลูกก็พาต้าไห่กับหลานกลับมาอยู่บ้านเสียเถิด ในบ้านยังมีห้องว่างนะ”
จ้าวชิงหลิ่วปฏิเสธ “ถึงตอนนั้นพวกเราจะยื่นหนังสือขอที่ดินกับหมู่บ้าน สร้างบ้านหลังเล็กอยู่ด้วยกันไปก่อน” เธอปรายตามองลี่หรงด้วยกลัวว่าแม่จ้าวโน้มน้าวให้เธอกลับมาอยู่ แล้วน้องสะใภ้จะไม่มีความสุข
ลี่หรงยิ้ม “นี่เป็นบ้านของพี่นะ หากอยากกลับมาอยู่ก็กลับมาเถิด”
หลังจากฉลองตรุษจีนจบ เธอจะกลับไปทำอาหารที่ครัวเล็กของตัวเอง จะไม่ได้กินอาหารร่วมกับบ้านตระกูลจ้าวเช่นนี้แล้ว ดังนั้นถึงแม้จ้าวชิงหลิ่วจะหอบทั้งครอบครัวกลับมา ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเธอ