ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 302 คลื่นลูกใหญ่
บทที่ 302 คลื่นลูกใหญ่
มีของเหมือนกันมากขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญธรรมดาแล้ว
หลังจากฟังสิ่งที่เฉาเหลียงอวี้พูดจบ ลี่หรงไม่ได้พูดอะไรทันที เธอครุ่นคิดสักพักแล้วถามว่า “เธอได้จดไว้ไหมว่าเป็นแบบไหน หรือเป็นของคำสั่งซื้อไหนบ้าง”
คำสั่งซื้อของลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน แบบที่ลอกเลียนนั้น ต้องมีต้นฉบับแน่ ๆ
เฉาเหลียงอวี้ลำบากใจ “มีทั้งหมดเลยค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าช่างคนไหนรับผิดชอบคำสั่งซื้อไหนโดยเฉพาะ เลยไม่รู้ด้วยว่าเป็นใคร”
เธอเข้าใจความหมายของลี่หรง คำสั่งซื้อของร้านฝูหรงเกือบจะเป็นช่างคนหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนพวกที่ต้องปักลวดลายจะมีคนเพิ่มมาอีกหนึ่งถึงสองคน คนพวกนี้ล้วนแต่เห็นแบบร่างได้ทั้งนั้น
แต่ใครรับผิดชอบทำชิ้นไหนก็มีบันทึกไว้หมด ถ้าร้านของหวังอ้ายเจินเป็นช่างกลุ่มเดียวกัน ขอบเขตที่น่าสงสัยก็จะแคบลงบ้าง
ถึงแม้จะมีคนกินบนกินล่าง ตอนนี้คงยากที่จะยืนยันได้ว่าเป็นใคร
เฉาเหลียงอวี้ร้องอี๋ แล้วพูดว่า “แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ชิ้นแรกสุดนั่นเป็นชิ้นที่ภรรยาคนนั้นผิดสัญญาก่อนที่คุณจะไปเมืองหยาง ฉันยังเห็นผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดที่คุณทำก่อนหน้านี้ เนื้อผ้ากับรายละเอียดไม่ค่อยเหมือนกัน แต่ภาพรวมดูแล้วเหมือนกันเป๊ะ!”
ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ต้องวางแผนมานานแล้วแน่ ๆ
ตอนนี้ลี่หรงไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง เธอคิด ๆ ดูแล้ว ก่อนอื่นตัดหลี่เสี่ยวอ้ายกับเฉาเหลียงอวี้ออกไปก่อน คนแรกมีความเป็นไปได้น้อย ถ้าเป็นคนหลัง เธอต้องไม่มาบอกลี่หรงอย่างร้อนรนแน่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ร้านนั้นเป็นของหวังอ้ายเจิน เฉาเหลียงอวี้กับเธอผูกใจเจ็บกันมาก่อน ต้องไม่ใช่เฉาเหลียงอวี้แน่นอน
เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยาก
ลี่หรงเคยอยู่ในโลกอนาคต แบบของมหาวิทยาลัยมักถูกลอกเลียนแบบบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปเกทับ เพราะของเลียนแบบกับแบรนด์ใหญ่มีความแตกต่างกันมาก คนจำนวนมากซื้อเพราะชื่อเสียงของแบรนด์ ถึงแม้จะมีของเลียนแบบออกมา ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขาย
แต่ลี่หรงตอนนี้ไม่เหมือนกัน เพราะแบบร่างได้รั่วไหลออกไปแล้ว
คนอื่นไปซื้อของเลียนแบบก็จะไม่มาซื้อที่ร้านของเธออีก ลูกค้าที่หายไปช่วงนี้ล้วนชี้ให้เห็นปัญหานี้
คุณต้องหาคนที่คายความลับออกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นลูกค้าของร้านฝูหรงจะหายไปเรื่อย ๆ ในระหว่างนี้ยังจะเสียเวลาและพลังงานของคนงานกับนักออกแบบไปโดยเปล่าประโยชน์ สองสามครั้งยังพอไหว แต่ถ้ามากกว่านั้นเหมือนกับการทำงานฟรีทุกครั้ง เธอรับไม่ไหวจริง ๆ
แต่จะหายังไงดี นี่คือปัญหา
เธอยังไม่ทันคิดหาวิธีก็ได้ยินเสียงหดหู่ของเฉาเหลียงอวี้ “ขอโทษนะพี่ลี่หรง ที่คุณไว้ใจให้ฉันดูแลร้าน แต่ฉันกลับไม่ได้ดูแลมันให้ดี…”
“อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย” ลี่หรงรู้สึกรำคาญใจ แต่ยังปลอบใจเฉาเหลียงอวี้สองสามประโยค “เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันยังอยู่เมืองหลวงก็มีคนผิดสัญญาใช่ไหม? เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก”
ตั้งแต่ร้านก่อตั้งจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้ว ตลอดหนึ่งปีนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนที่ร้านจ้างมานั้นมีคุณสมบัติที่ดีมาโดยตลอด
ค่าจ้างที่จ่าก็สูงกว่าคู่แข่งข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารหรือซองอั่งเปาในช่วงเทศกาล ลี่หรงจึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนทำเรื่องแบบนี้
แต่ตอนนี้ลี่หรงไม่ได้อยู่เมืองหลวง อีกทั้งโรงงานที่เมืองหยางก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เธอจึงไปไหนไม่ได้
คนที่ทำเรื่องแบบนี้ ต้องทำเพื่อเงินแน่ ๆ
“เธอทำแบบนี้นะ…” ลี่หรงมอบหมายงานบางอย่างให้เฉาเหลียงอวี้ “ทำได้ใช่ไหม?”
แม้เฉาเหลียงอวี้จะไม่รู้ว่าทำไมลี่หรงถึงให้เธอทำเรื่องพวกนี้ แต่เธอก็ไม่ค่อยตั้งคำถาม เฉาเหลียงอวี้จึงพยักหน้า แล้วนึกขึ้นได้ว่าลี่หรงมองไม่เห็น เธอจึงพูดตอบไปว่า “ฉันจะทำค่ะ!”
ฝั่งนี้สั่งการเสร็จแล้ว ลี่หรงก็เริ่มยุ่งกับเรื่องของโรงงานอีกครั้ง
โรงงานทำการผลิตต่อเนื่องกันหลายวัน ล็อตแรกผลิตออกมาแล้ว สวีจิ้งตานรับผิดชอบในการติดต่อคนที่สั่งของไว้ก่อนหน้านี้ให้มารับของ
บางคนมารับเองไม่ได้ สวีจิ้งตานจึงขับรถเก๋งไปส่งให้ ทั้งด้านในและด้านนอกมีรถเต็มไปหมด วิ่งไปกลับหลายรอบ แต่เธอไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด
ส่งเองก็เสียเวลามาก ลี่หรงจึงพูดว่า “พวกเราควรจ้างคนส่งของสักสองคนไหม?”
สวีจิ้งตานพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของลี่หรง “แต่ตอนนี้คงยังไม่ต้อง ถึงแม้ว่าเงินกู้ที่เหลือจะยังมีอีกไม่น้อย แต่ตอนนี้คำสั่งซื้อยังไม่มากขนาดนั้น ยังไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”
ลี่หรงกล่าวอย่างมั่นใจว่า “รอให้สินค้าชุดนี้ออกสู่ตลาด บริษัทของเราต้องดังแน่ ๆ พอถึงตอนนั้นเมื่อมีคำสั่งซื้อเยอะก็จะไม่ทันแล้ว”
แต่เดิมที่ไม่มีลี่หรง ประวัติศาสตร์การออกแบบได้บันทึกเสื้อผ้าจากหนังเรื่อง Romance on Lushan Mountain ไว้ว่าโ่งดังไปทั่วประเทศ และตอนนี้ลี่หรงทำมันออกมาแล้ว เธอควรจะเป็นคนแรกที่ได้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้
ด้วยวิสัยทัศน์ของคนในวงการแฟชั่น ลี่หรงคิดว่าเสื้อผ้าชุดนี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Romance on Lushan Mountain จะต้องสร้างกระแสในตลาดได้อย่างแน่นอน
ลี่หรงยังพูดอีกว่า “พวกเราต้องไม่จ้องแต่ตลาดขายส่งในเมืองหยางอย่างเดียว ฉันคิดว่าถ้าเรามีรถบรรทุกของตัวเองแล้ว เราสามารถส่งของไปขายที่เขตปกครองพิเศษได้ ที่นั่นก็มีคนมีเงินไม่น้อยเหมือนกันค่ะ!”
สวีจิ้งตานคิดว่าทำได้ จึงพูดว่า “ฉันมีคนที่เหมาะสม คุณยังจำเย่เหลยที่มารับพวกเราที่สนามบินตอนนั้นได้ไหม? เขาขับรถได้นะ”
ลี่หรงจำเขาได้ แต่ว่า… “เขาจะกล้าขับรถทางไกลคนเดียวหรือเปล่าคะ?”
พูดจบ เธอก็สบตากับสวีจิ้งตาน แล้วอดหัวเราะไม่ได้
รถบรรทุกต้องซื้อแน่นอน ถึงแม้ภายหลังจะไม่ไปขายที่เขตปกครองพิเศษ แต่ในเมืองหยางเอง การมีรถบรรทุกส่งของให้พ่อค้าขายส่งย่อมสะดวกกว่า
ตอนนี้โรงงานเสื้อผ้าของโรงงานบลูโอเชี่ยนแฟชั่นยังไม่ใหญ่มาก ยังจัดอยู่ในประเภทโรงงานขนาดเล็ก ถ้าเป็นอย่างที่ลี่หรงคาดการณ์ไว้ เมื่อเสื้อผ้าวางตลาดแล้วจะได้รับการตอบรับอย่างดี โรงงานจะยุ่งกับการจัดหาสินค้าให้ตลาดในท้องถิ่นจนไม่มีเวลาว่าง
ไม่นานนัก โรงงานบลูโอเชี่ยนแฟชั่นก็มีรถบรรทุกขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอีกคัน
ล็อตแรกส่งออกไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็เริ่มมีคำสั่งซื้อสั่งซื้อกลับมาเป็นจำนวนมาก
โจวผิงดีใจมาก แล้วบอกพวกเธอว่า “ตอนแรกที่เสื้อผ้าออกมา ทุกคนไม่กล้าสั่งเยอะ เอาไปแค่ไม่กี่ตัว แต่วันรุ่งขึ้นก็มาเอาไปเยอะมาก ของที่ฉันรับมาขายหมดแล้ว ที่โรงงานพวกคุณยังมีเหลืออยู่ไหม? ฉันจะให้พนักงานไปเอาตอนนี้เลย!”
ช่วงเวลานี้เป็นไปตามที่ลี่หรงคาดการณ์ไว้พอดี วันที่ส่งของให้ร้านค้าขายส่งก็ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งถึงสองวันกว่าจะถึงมือร้านขายปลีก ร้านค้าขายปลีกก็เอาไปขายให้คนอื่นต่อ คนที่ใส่เป็นกลุ่มแรกดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง ทุกคนจึงไปเลือกซื้อที่ตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูป ถามหาแบบเดียวกับที่คนอื่นใส่ว่ามีไหม?
พอคนที่ไปถามเยอะขึ้น ทุกคนจึงรู้ว่าขายดี เมื่อเจ้าของร้านค้าขายปลีกไปหาร้านค้าขายส่ง เจ้าของร้านขายส่งก็มาหาโรงงาน!
นี่คือการตอบรับจากตลาด!
ลี่หรงรู้ดีว่าเสื้อผ้าที่พวกเธอทำนั้นใช้ได้ ช่วงนี้โรงงานจึงไม่ได้หยุดการผลิต ก่อนที่แบบใหม่จะออกมา คนงานก็ยังคงทำแบบเดิมอยู่
ตอนนี้ที่โรงงานพอมีสินค้าอยู่!
โจวผิงได้ยินว่ามีสินค้า เธอจึงอย่างละเจ็ดร้อยชิ้น แล้วบอกว่าจะให้คนจากร้านมารับทันที
สวีจิ้งตานพูดว่า “คุณรอก่อนนะ ฉันซื้อรถบรรทุกมาแล้ว เดี๋ยวจะให้เขาบรรทุกสินค้าส่งไปให้คุณเลย”