ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 303 พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
บทที่ 303 พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้คนที่ยังคงขับรถขนส่งสินค้าคือเย่เหลย ในการจัดส่งสินค้าในท้องถิ่นไม่น่ามีปัญหาใหญ่อะไร
สวีจิ้งตานเองก็ตามไปด้วย
ในภายหลังมีเจ้าของร้านขายส่งหลายรายทยอยเข้ามาซื้อสินค้า และสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ละรายต้องการหลายร้อยชิ้น!
แต่ห่างจากการส่งสินค้าครั้งที่แล้วไม่กี่วัน สินค้าในโรงงานเหลือไม่มีมากขนาดนั้น
ลี่หรงจึงบอกความจริงกับร้านขายส่งเหล่านั้น ถึงแม้พวกเขาจะเร่งรีบ แต่ไม่มีทางเลือก ต่างก็เสียใจที่ก่อนหน้านี้สั่งปริมาณน้อยเกินไป ตอนนี้มีร้านค้าปลีกมาถามมากมาย แต่พวกเขาไม่มีสินค้าในมือ!
เมื่อพ่อค้าส่งได้ยินว่าที่นี่ของลี่หรงไม่มีสินค้าพร้อมส่ง พวกเขาจึงจำใจสั่งซื้อและขอให้โรงงานของลี่หรงผลิตให้เร็วขึ้น ทุกคนอยากให้ลี่หรงส่งสินค้าที่ผลิตออกมาให้พวกเขาเป็นอันดับแรก
สินค้าพร้อมส่งถูกนำออกไปจนหมดแล้ว ลี่หรงประมาณระยะเวลาการผลิตคร่าว ๆ และรับประกันว่าจะส่งสินค้าให้เสร็จภายในระยะเวลานั้น
ร้านค้าขายส่งจึงวางสายโทรศัพท์อย่างไม่เต็มใจ
คนงานในโรงงานทำงานกับแบบเสื้อเหล่านั้น ฝีมือของพวกเขาจึงชำนาญ และทำได้เร็วขึ้นมาก ลี่หรงสั่งให้ผู้จัดการโรงงานออกกฎเพิ่มเติมอีกข้อหนึ่งคือ ค่าแรงต่อชิ้นของเสื้อผ้าที่ทำเสร็จภายในวันที่ xx จะเพิ่มขึ้นอีกสองเฟิน!
เดิมทีค่าแรงของคนงานเย็บผ้าก็คิดตามจำนวนชิ้นอยู่แล้ว ตอนนี้ปรับเพิ่มขึ้นอีกสองเฟิน
ลี่หรงเพิ่มค่าแรงในช่วงเวลาที่กำหนด ดังนั้น คนงานเย็บผ้าในโรงงานจึงทำงานราวกับได้กินยาบำรุงกำลัง เหยียบจักรเย็บผ้าจนส่งเสียงดังสนั่น
แต่ก่อนในโรงงานยังมีคนคุยกัน เพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ แต่ตอนนี้แทบไม่มีแล้ว ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น ถึงอย่างไรก็เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ได้ค่าแรงมากขนาดนี้อีกแล้ว
คุยกันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นมีแค่ช่วงนี้เท่านั้น
คนงานต่างเลือกที่จะทำงานอย่างเงียบ ๆ
ค่าแรงของคนงานเย็บผ้าเพิ่มขึ้น ส่วนการตัดผ้าและการผลิตด้วยเครื่องจักรต้องเพิ่มเช่นกัน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิตสินค้าสำเร็จรูป
เกือบทุกคนในโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเสื้อผ้าได้รับการเพิ่มเงินเดือนในระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่มีใครคอยถ่วงกัน!
เมื่อสวีจิ้งตานส่งสินค้าเสร็จแล้วกลับมา เธอรู้ว่าลี่หรงให้กำหนดการส่งสินค้าจำนวนมากโดยไม่ได้ให้เวลามากนัก ตามประสิทธิภาพการผลิตเดิม สวีจิ้งตานค่อนข้างกังวลว่าจะส่งสินค้าไม่ทันเวลา
เมื่อถึงวันนัดหมาย สินค้าทั้งหมดถูกส่งมอบเรียบร้อย!
สวีจิ้งตานแปลกประหลาดใจ “เก่งจริง ๆ สามารถผลิตออกมาได้ ประสิทธิภาพการผลิตเป็นสามเท่าของก่อนหน้านี้! คุณทำได้เยี่ยมมาก!”
ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย “ไม่ใช่ฉันทำได้หรอกค่ะ แต่เป็นคนงานที่ทำได้ อืม… แต่พูดได้ว่าเป็นพลังของเงินมากกว่า!”
สวีจิ้งตานรู้ว่าลี่หรงปรับเงินเดือนให้
แน่นอนว่าใต้หล้านี้วุ่นวายเพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น
มีเงินก็สามารถใช้ผีโม่แป้งได้
นี่ไม่ใช่การสร้างปาฏิหาริย์หรอกหรือ?
ก่อนหน้านี้ส่งสินค้าเสร็จแล้ว แต่ต่อมามีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากได้สินค้ามาหาถึงที่ ในหมู่คนเหล่านั้นมีหลายคนที่ลี่หรงเคยไปขายให้ ตอนนั้นพวกเขายังไม่กล้าซื้อ และเป็นเพราะพลาดโอกาสไปก่อน จึงเสียใจอย่างมาก
แต่ยังไม่สายเกินไป ตอนนี้มีคนอยากซื้อเยอะ และยังมีตลาดอีกมาก ตราบใดที่มีสินค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายแล้ว!
พวกเขารีบสั่งซื้อกับลี่หรงเช่นกัน ลี่หรงจึงนัดหมายวันส่งสินค้าให้
บางคนที่อยู่ท้าย ๆ ก็บ่นว่า ลี่หรงให้เวลานานเกินไป ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้สั่งซื้อกับลี่หรง แต่ไปสั่งกับโรงงานอื่นแทน!
ลี่หรงได้รับผลตอบรับจากตลาดในเวลาเดียวกัน ผู้จัดหาเสื้อผ้าในประเทศรายอื่น ๆ ก็ได้กลิ่นความตื่นตัวของตลาดเช่นกัน
การให้พวกเขาออกแบบสร้างสรรค์อาจทำไม่ได้ แม้แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคิดจะทำตาม Romance on Lushan Mountain แต่เมื่อตอนนี้ในตลาดมีสินค้าชนิดเดียวกันปรากฏขึ้น และผลตอบรับจากตลาดก็ไม่เลว พวกเขาจึงรีบตามทำทันที!
งานแบบนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็ลอกเลยได้ไหม?
ดังนั้น เมื่อโรงงานบลูโอเชี่ยนส่งสินค้าออกไปรอบที่สอง โรงงานอื่น ๆ ก็ผลิตแบบเดียวกันออกมา แต่บอกว่ากระบวนการผลิตบางส่วนไม่เหมือนกันทั้งหมด เช่น ลวดลายดอกไม้ ซึ่งแตกต่างจากของลี่หรงมาก
แต่นั่นไม่ส่งผลกระทบ พวกเขาแค่ขายถูกลงหน่อยก็พอ
เมื่อราคาของโรงงานอื่น ๆ ลดลง ก็มีพ่อค้าขายส่งไปสั่งซื้อไม่น้อย
นอกจากนี้ ยังมีคนที่เคยพูดจาไม่ดีกับสวีจิ้งตาน รวมถึงคนที่เคยถูกลี่หรงเสียดสีกลับไปที่ถนนเกาตี้ พวกเขารู้ว่าต้นกำเนิดของสินค้าขายดีนี้มาจากโรงงานของสวีจิ้งตาน
ในตอนแรกก็อิจฉา ทำไมสวีจิ้งตานถึงทำเสื้อผ้าสวยขนาดนั้นได้
คนที่เคยรอดูเรื่องสนุกต่างผิดหวังอย่างมาก!
แต่พวกเขาก็ไม่อยากพลาดส่วนแบ่งนี้!
ลูกค้าไปซื้อสินค้าขายดีกันหมด สินค้าที่พวกเขามีอยู่ในมือต้องขายไม่ออกแน่นอน!
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าไปสั่งซื้อจากโรงงานบลูโอเชี่ยน เพราะจะต้องติดต่อกับสวีจิ้งตานอย่างแน่นอน การไปสั่งซื้อสินค้าจากคนที่ตัวเองเคยดูถูก เท่ากับยอมรับว่าอีกฝ่ายเก่งกว่า พวกเขาไม่อยากทำเรื่องขายหน้าแบบนี้หรอก!
คิดไปคิดมา พวกเขาก็ไปหาพ่อค้าส่งรายอื่นเพื่อซื้อสินค้าแทน!
ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาอ้อม ๆ
พ่อค้าส่งเหล่านั้นไม่สนใจว่าจะขายให้ใคร เพราะยังไงพวกเขาก็ได้กำไร ขายให้ใครย่อมเหมือนกัน
ต่อมาเมื่อโรงงานอื่นมีสินค้าแบบเดียวกัน คนเหล่านี้ต่างวิ่งไปเอาสินค้าจากโรงงานเหล่านั้นแทน เพราะราคาถูกกว่าไปเอาจากพ่อค้าส่งมาก
สวีจิ้งตาน “โรงงานอื่นผลิตออกมาได้เร็วเหมือนกันนะ พวกเราเพิ่งส่งออกรอบที่สองเอง”
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “ปกติค่ะ แต่พวกเราจะขายเพิ่มอีกช่วงหนึ่ง แล้วออกอีกสองสามรุ่น จากนั้นพวกเราจะทำแบบใหม่กัน”
ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในอนาคตร้านเสื้อผ้าจำนวนมากจะมีสินค้าใหม่ทุกสัปดาห์ บางแห่งอาจมีสินค้าใหม่มากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันด้วยซ้ำ ลี่หรงจึงไม่เคยคาดหวังว่าเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นนี้จะทำให้โรงงานของพวกเธอร่ำรวยได้
เพราะตอนนี้เองก็ถูกลอกเลียนแบบแล้วไม่ใช่หรือ?
หากต้องการให้โรงงานก้าวไปได้ไกลกว่านี้ ต้องทำให้ความเร็วในการออกแบบของตัวเองทิ้งห่างความเร็วในการลอกเลียนแบบของคนอื่น
ดังนั้น ลี่หรงจึงต้องพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
“เธอออกแบบใหม่เสร็จแล้วเหรอ?” สวีจิ้งตานถามด้วยความประหลาดใจ ช่วงนี้เธอกำลังจับตาดูการผลิต ยุ่งอยู่กับการจัดส่งสินค้าและเก็บเงิน
ตอนนี้ในโรงงานนอกจากคนงานแล้ว ก็แทบไม่มีพนักงานธุรการคนอื่นเลย ทั้งการจัดซื้อวัตถุดิบ การขาย การเงิน…
ทั้งหมดนี้ ลี่หรงและสวีจิ้งตาน ต้องยุ่งอยู่กับมันตลอด!
“ค่ะ” ลี่หรงหยิบแบบของเธอออกมาให้สวีจิ้งตานดู
แบบใหม่ยังไม่มีกางเกง ยังคงผลิตกางเกงยีนส์แบบเดิมต่อไป ส่วนเสื้อและกระโปรงเป็นแบบใหม่ทั้งหมด แตกต่างจากแบบเดิมมาก
ทั้งสีและลวดลายดูสว่างขึ้น
แขนเสื้อแบบพองยังมีอยู่ แต่ผ้าเปลี่ยนจากสีพื้นเป็นลายดอกไม้ คอเสื้อเปลี่ยนจากคอตั้งเป็นคอเหลี่ยมแบบฝรั่งเศส ลวดลายของกระโปรงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน…
สวีจิ้งตานรู้สึกดีใจ ที่เธอไม่ได้เดิมพันผิดจริง ๆ!
เมื่อผลิตผ้าชุดสุดท้ายของแบบก่อนหน้าเสร็จแล้ว จึงหยุดการผลิต และคำสั่งซื้อที่ออกแบบใหม่ก็เข้าสู่การผลิตทันที
เมื่อทั้งสองคนเริ่มยุ่งจนทำไม่ไหว โรงงานจึงเริ่มลงโฆษณาหาคนงาน
เมื่อตัวอย่างเสื้อผ้ารุ่นใหม่ออกมา สวีจิ้งตานก็ส่งข้อความไปหาผู้ค้าส่งที่เคยมาสั่งซื้อก่อนหน้านี้ โดยมีใจความว่า ‘โรงงานบลูโอเชี่ยนแฟชั่นมีแบบใหม่แล้ว พวกคุณต้องการไหม?’
แน่นอนว่าต้องการ!
ทุกคนเห็นว่ารูปแบบใหม่ไม่เหมือนใคร ตอนนี้จึงไม่มีใครอยากพลาดโอกาส ทุกคนจึงสั่งในปริมาณที่มากขึ้น
หลังจากหยุดผลิตรุ่นก่อนหน้า และขายของที่เหลือจนหมดแล้วก็จะสามารถส่งสินค้ารุ่นใหม่ชุดแรกได้
ยังมีคนที่ต้องการซื้อรุ่นก่อนหน้า แต่ลี่หรงบอกว่าพวกเขาไม่ได้ผลิตแล้ว
ต่อมา โจวผิงบอกลี่หรงว่า พ่อค้าส่งคนอื่น ๆ ที่ซื้อของลอกเลียนแบบนั้น ตอนแรกขายดี แต่หลังจากนั้นก็ขายได้ลดลงแล้ว พวกเขาถือสินค้าที่แตกต่างจากของลี่หรง แต่กลับขายในราคาที่ใกล้เคียงกัน อย่างมากก็แค่ตัดหญ้ารอบแรกได้เท่านั้น
ผู้บริโภคไม่ได้โง่ ในราคาที่ใกล้เคียงกัน พวกเขาควรจะซื้อของดีกว่าอยู่แล้ว
แต่เดิมโรงงานที่ลอกเลียนแบบเหล่านั้นขายราคาส่งต่ำกว่าโรงงานบลูโอเชี่ยน แต่พ่อค้าส่งเหล่านั้นเพื่อที่จะทำกำไร กลับตั้งราคาขายเกือบเท่ากับของโรงงานบลูโอเชี่ยนที่ส่งออกไป
คนที่ฉลาดจะรีบลดราคาลงอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้สินค้าคั่งค้าง